ประวัติศาสตร์ของไต้หวัน ธงชาติของไต้หวันหรือ Republic of China ไต้หวันไม่ใช่แค่เกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่เท่านั้น แต่มีสิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง คือ วัฒนธรรมของคนไต้หวันเองที่ประกาศเต็มปากเต็มคำว่าพวกเขาเป็น"คนไต้หวัน" ไม่ใช่คนจีน พวกเขาพูดภาษาไต้หวัน(Taiwanese) ไม่ใช่ภาษาจีนกลาง(Mandarin)ของจีนแผ่นดินใหญ่ นับเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับหลายประเทศ รวมทั้งไทยเรา ที่กำลังถูกรุกรานด้วยวัฒนธรรมทางภาษาของคนชาติอื่น
ตั้ง ตั้งอยู่ระหว่างทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ ห่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ประมาณ 160 ก.ม. (ตรงข้ามมณฑลฝูเจี้ยนของจีน) ประกอบด้วยเกาะหลักๆ ได้แก่ เกาะไต้หวัน หมู่เกาะเผิงหู (Penghu) จินเหมิน (Kinmen) และหมาจู่ (Matsu) และเกาะเล็กเกาะน้อยอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง
พื้นที่ 36,000 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะทอดยาวจากเหนือสู่ใต้ โดยมีแนวเขาอยู่ที่ส่วนกลางของเกาะ จัดอยู่ในเขตภูเขาไฟและแผ่นดินไหว
เมืองหลวง ไทเป
ภูมิอากาศ ร้อนชื้นแบบใกล้เขตร้อน ฤดูร้อน (พ.ค.-ก.ย.) อุณหภูมิเฉลี่ย 27 - 35 C ฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) อุณหภูมิเฉลี่ย 10 C
ภาษา จีนกลาง (Mandarin) เป็นภาษาราชการ ฮกเกี้ยน (หมิ่นหนาน) เป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้ทั่วไปคู่กับจีนกลาง ข้าราชการระดับสูงทั่วไปสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้
ศาสนา พุทธมหายาน ขงจื้อ เต๋า และคริสต์
หน่วยเงินเหรียญไต้หวัน (New Taiwan Dollar : NT$) 35.06 NT$ = $1 US หรือ 1 เหรียญไต้หวัน = 1.2168 บาท
เมืองสำคัญ
- เกาสง(Kaohsiung) เป็นเมืองท่าและศูนย์กลางธุรกิจทางภาคใต้และเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของไต้หวัน และเป็นท่าเรือใหญ่อยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก
-จีหลง(Keelung) เป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดทางภาคเหนือ
ประเทศไต้หวัน ระหว่างวันที่ 22-26 กุมภาพันธ์ 2554 ร่วมกับผู้เข้าอบรมหลักสูตรการบริหารอุดมศึกษาระดับกลาง
เพื่อพัฒนาผู้บริหารระดับกลางสายสนับสนุนให้มีความรู้ความเข้าใจในบริบทการบริหารงานอุดมศึกษาและกระบวนงานด้านต่าง ๆ ในสถาบันอุดมศึกษา ต่างประเทศที่มีการบริหารจัดการที่ดี เพื่อนำมาศึกษาเปรียบเทียบ ประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาความสามารถของผู้บริหารระดับกลางสายสนับสนุนในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ปัญหา มีสมรรถนะในการประยุกต์ใช้ความรู้และประสบการณ์ในการบริหารงาน สามารถเปรียบเทียบและอธิบายบริบทการบริหารงานอุดมศึกษา และความท้าทายที่สำคัญของการบริหารในสถาบันอุดมศึกษาที่สังกัด สามารถอธิบายและเสนอกลยุทธ์ในการบริหารงานอุดมศึกษาด้านต่าง ๆ และวิธีการประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554
ศึกษาดูงานบ้านพักเจียงไหเช็ค ฉือหู
เจียง ไคเชก เป็นผู้นำของจีนระหว่าง พ.ศ. 2471 ถึง พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1928) ถึง (ค.ศ. 1949) ต่อมาได้ไปตั้งรัฐบาลจีนคณะชาติที่ไต้หวัน เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมอยู่ในการปฏิวัติ ปี พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911) ต่อต้านรัฐบาลของหยวน ซื่อไข่ และตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) ได้เข้าร่วมรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งของ ดร. ซุน ยัตเซน และเมื่อ ซุน ยัตเซน ถึงแก่อสัญกรรม ในปี พ.ศ. 2468 (ค.ศ. 1925) เจียง ไคเชกได้เป็นผู้นำพรรคแทน และพยายามรวบอำนาจในพรรคด้วยการกำจัดแกนนำพรรคคนอื่น ๆ ด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งด้วยอำนาจทหารและอำนาจเงิน โดยมีการต่อท่อสายสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น กระทั่งสามารถยกตนเองก้าวขึ้นเป็น
เจียง ไคเชก ย้ายที่ตั้งรัฐบาลไปอยู่เมืองหนานจิง (นานกิง) ซึ่งอยู่ใกล้กับภูมิลำเนาเดิมบ้านที่มณฑลเจ้อเจียง แต่จากปัญหาฉ้อราษฎร์บังหลวง และถูกซ้ำเติมด้วยการรุกรานของกองทัพญี่ปุ่นจนเกิดความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า เป็นเหตุให้เกิดกลุ่มต่อต้านขึ้นมามากมายเพื่อโค่นล้มการปกครองของพรรคก๊กมินตั๋ง กลุ่มที่สำคัญที่สุดคือ พรรคคอมมิวนิสต์จีน (จงกว๋อก้งฉ่านต่าง) โดยมีเหมาเจ๋อตุง เป็นแกนนำสำคัญของพรรคนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2464 (ค.ศ. 1921) จนกระทั่งกลายเป็นสงครามกลางเมือง ระหว่างปี พ.ศ. 2470 ถึง พ.ศ. 2480 (ค.ศ. 1927) ถึง (ค.ศ. 1937) และระหว่างปี พ.ศ. 2489 ถึง พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1946) ถึง (ค.ศ. 1949) แต่บางครั้งทั้งสองฝ่ายก็หันมาร่วมมือกัน เช่น ในสงครามจีน-ญี่ปุ่น ระหว่างปี พ.ศ. 2480 (ค.ศ. 1937) ถึงปี พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) และในสงครามโลกครั้งที่สอง
โดยในช่วงหลังปี พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) การทำสงครามกับฝ่ายคอมมิวนิสต์ รัฐบาลเจียง ไคเชกเป็นฝ่ายแพ้ต้องอพยพไปตั้งรัฐบาลจีนคณะชาติที่ไต้หวันในปี พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาด้วยดีตลอดมาจนถึง ปี พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) จีนคณะชาติที่ไต้หวันถึงถูกถอดออกจากการเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ เปิดทางให้สาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าเป็นสมาชิกแทน
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554
ศึกษาดูงานมูลนิธิฉือจี้
มูลนิธิมีกิจการด้านต่าง ๆ ที่ต้องดำเนินงานมากมาย หนึ่งในนั้น คือ การรีไซเคิลขยะเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม การรีไซเคิลจะใช้แรงงานอาสามสมัครของมูลนิธิ ดังนั้นแรงงานเหล่านี้จึงไม่ได้รับค่าจ้างแต่อย่างใด เป็นการทำด้วยจิตอาสาเพื่อมูลนิธิ และเพื่อท่านธรรมาจารย์
การได้มาซึ่งขยะที่จะต้องรีไซเคิลนั้น รถของมูลนิธิ จะตระเวนไปเก็บขยะทุกคืนวันพุธราว ๆ ตี2-3 ขยะที่ชาวบ้านมาทิ้งไว้หน้าบ้านหรือริมถนน และต้องการให้มูลนิธิมาเก็บไปจะต้องบรรจุในถุงที่ไม่ปะปนกับของเทศบาล ในไทเปมีจุดรับขยะประมาณ 40+ จุด แต่ถ้าทั้งประเทศไต้หวันมีถึง 4,600 กว่าจุด ซึ่งต้องอาศัยอาสาสมัครถึง 66,000 คน มาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเก็บขยะเหล่านี้
ขยะชนิดแรกที่ก็คือ กระดาษ กระดาษที่นี่จะใช้ทุกชนิดให้เป็นประโยชน์ในการรีไซเคิล กระดาษที่นำมาคัดแยกมีราคาต่างกันเวลานำไปใช้ใหม่หรือนำไปรีไซเคิล กระดาษขาวจะราคาสูง กระดาษสีหรือกระดาษที่พิมพ์ด้วยหมึกแล้วจะราคาต่ำกว่า ดังนั้น หน้าที่ของอาสาสมัครคือคัดแยกและตัดแยกกระดาษ … ไม่ได้พิมพ์ผิด … ตัดแยกจริง ๆ อาสาสมัครจะมานั่งตัดกระดาษด้วยกรรไกรออกเป็นส่วน ๆ คือ ส่วนที่ขาวสะอาดก็ตัดแยกออกมา ส่วนที่เลอะหมึกหรือพิมพ์แล้วก็อีกกองนึง กระดาษสีอีกกองนึง กระดาษใช้หน้าเดียวก็จะเอามาใช้อีก กระดาษขาวล้วนบางแผ่นมีรอยทากาว อาสาสมัครก็จะตัดเฉพาะส่วนที่มีรอยกาวออกเท่านั้นจริง ๆ กระดาษกองต่าง ๆ ก็จะแยกนำไปขายหารายได้เข้ามูลนิธิ
ขวดน้ำพลาสติกก็แยกฝาออกจากตัวขวด แยกวงพลาสติกตรงคอขวด ที่เหลือก็ส่งไปโรงงานหลอมใหม่ได้ แต่ต้องทุบให้ขวดแบนเพื่อประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บ พวกเราได้รับเกียรติช่วยกันเหยียบขวดให้แบน ฉลากที่ติดมากับขวดไม่ต้องเอาออกเพราะโรงงานหลอมจะจัดการเอง ขวดใสสามารถแยกใยแก้วมาทำผ้าห่มได้ 120 ขวดจะได้ผ้าห่ม 1 ผืน ขวดสีเอาไปทำสายยาง ซิป ผมตุ๊กตาบาร์บี้ เชือกฟาง
เครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถแยกได้เป็นหลายอย่าง โลหะ พลาสติด แผงวงจร IC ฯลฯ สามารถคัดแยกโลหะทองคำ ทองแดง เงินออกจากแผงวงจรได้ด้วยนะ แต่ต้องส่งโรงงานแยก ได้ไม่มากแต่ก็มีราคาดีทีเดียว
สิ่งที่ได้จากการศึกษาดูงาน คือ ความรู้เรื่องการแยกขยะ การใช้จิตอาสารับใช้มูลนิธิ อาสาสมัครได้ทำบุญ สะสมบุญ บางคนหายป่วยจากโรคด้วย รายได้ที่ได้จากการขายขยะสามารถเอาไปสร้างสถานีโทรทัศน์ได้ 1 ใน 4 ของงบประมาณที่ใช้สร้างสถานีโทรทัศน์ต้าอ้ายมาจากการขายขยะรีไซเคิล
จากนั้นเดินทางไปศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยฉือจี้
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554
ศึกษาดูงานNational Taiwan University (NTU) "มหาวิทยาลัยแห่งชาติของประเทศไต้หวัน"
National Taiwan University (NTU) เป็นมหาวิทยาลัยแห่งชาติของประเทศไต้หวัน ตั้งอยู่ ณ กรุงไทเป โดยก่อตั้งในปี 1928 ในสมัยที่เกาะไต้หวันยังอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นภายใต้ชื่อ Taihoku Imperial University และภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งไต้หวันได้เปลี่ยนแปลงมาอยู่ภายใต้การปกครองของจีนมหาวิทยาลัยแห่งนี้จึงได้รับการขนานนามใหม่ว่า National Taiwan University ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกใช้จวบจนปัจจุบัน
PROGRAM COURSES: NTU มีชื่อเสียงอย่างมากในการค้นคว้าและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ โดยได้รับยกย่องให้เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอันดับที่ 124 เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป โดยมีการเรียนการสอนในหลากหลายสาขาตามวิทยาลัยย่อย ๆ 11 แห่ง
ทั้งนี้ สาขาซึ่งเป็นที่นิยม คือ วิศวกรรมไฟฟ้า และกฎหมาย ซึ่งเกือบทุกสาขาจะเรียนจบได้ภายใน 4 ปี เว้นแต่เพียงคณะแพทยศาสตร์ซึ่งต้องใช้เวลาเรียนถึง 7 ปี จุดเด่นของ NTU คือการให้การศึกษาแบบรอบด้านหรือบูรณาการ ซึ่งนอกจากจะต้องเรียนวิชาต่างๆ ในสาขาวิชาที่เลือกแล้ว ยังต้องเรียนภาษาจีน ภาษาอังกฤษ พลศึกษา และการทำประโยชน์เพื่อสังคมด้วย รวมถึงคณะแพทยศาสตร์เอง ที่นอกจากจะต้องเรียนวิชาผ่าตัดและวิทยาศาสตร์หนักอึ้งแล้ว ยังต้องเรียนปรัชญาและสังคมวิทยาควบคู่ไปกับจรรยาบรรณของวิชาชีพ การเรียนการสอนของที่นี่จะใช้ภาษาจีนเป็นหลัก ดังนั้น หากใครภาษาจีนยังไม่แข็งแรง ทาง NTU ก็จัดให้ฝึกหนีฮ่าวกับ International Chinese Language Program (ICLP) ซึ่งเป็นโปรแกรมการเรียนภาษาจีนสำหรับนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีบางวิชาที่มีสอนเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งนักศึกษาต่างชาติที่เข้าศึกษาต่อที่ NTU ก็ต้องมีผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษไปแสดงด้วย ทั้งนี้คุณสมบัติอื่นๆ ในการสมัครเข้าเรียนที่นี่ จะแตกต่างกันไปตามสาขาวิชาที่เลือก สำหรับค่าใช้จ่ายในการเรียนที่ NTU จะคิดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ สำหรับนักศึกษาต่างชาติในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในระดับปริญญาตรีจะอยู่ระหว่างปีละ 6,500 - 9,700 เหรียญ หรือประมาณ 228,000 - 340,000 บาท ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าที่พักที่ขึ้นอยู่กับความหรูหราไฮโซ โดยมีราคาตั้งแต่เดือนละ 150 - 260 เหรียญ หรือประมาณ 5,300 - 9,100 บาทต่อเดือน รวมถึงค่าใช้จ่ายส่วนตัว (ยกเว้นค่าอุปกรณ์การเรียนและหนังสือเรียน) ที่ตกประมาณเดือนละ 323 เหรียญ หรือประมาณ 11,300 บาท
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554
ศึกษาประเพณีและวัฒนธรรมของชาวเผ่า และล่องเรือทะเลสาบสุริยันจันทรา
ทะเลสาปทะเลสาปสุริยันจันทราเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของไต้หวันและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับโลก รอบ ๆ ทะเลสอบแห่งนี้ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงจึงมีทัศนียภาพที่สวยงามยิ่งนัก ถนนล้อมรอบทะเลสาบแห่งนี้มีความยาวถึง 33 กิโลเมตร มีเกาะที่เล็กที่สุดในโลกเป็นเกาะศักดิ์สิทธิ์ของชาวเผ่าที่อาศัยอยู่บริเวณรอบ ๆ ทะเลสาบ ศึกษาประเพณีและวัฒนธรรมและวิถีชีวิตการทำมาหากินของชาวเผ่าเส้าจู้ อาชีพที่ชาวเผ่านี้ใช้เลี้ยงหาชีพคือ การปลูกชา เก็บเห็ดหลินจือป่า ทำนมผึ้ง เยี่ยมชมวัดจงไถฉันชื่อ ซึ่งเป็นวัดใหญ่ 1 ใน 4 วัดประจำภาคกลางของไต้หวัน เป็นวัดที่ผสมผสานระหว่างหลาย ๆ นิกายเข้าด้วยกัน และยังเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่มีองเรียนถึง ๑,๐๐๐ ห้อง ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่ทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งในไต้หวัน
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554
เยี่ยมชมหอที่ระลึกเจียงไคเช็ค ซึ่งสร้างจากหินอ่อนทั้งหลัง ศึกษาชีวประวัติและผลงานของอดีตประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค พร้อมทั้งชมนิทรรศการข้างของเครื่องใช้ของอดีตผู้นำ ตัวอาคารเป็นหินอ่อนทั้งหลังมีลักษณะการก่อสร้างคล้ายวิหารเทียนถันที่ปักกิ่ง งดงามตระการตา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากของเมืองไทเป ด้านข้างของหออนุสรณ์ เป็นหอแสดงดนตรีและโรงละครแห่งชาติขนาดใหญ่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีน
อำลากรุงไทเป เดินทางสู่กรุงเทพฯ สู่สนามสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ