ผ่านการเลือกตั้งไปหมาด ๆ เป็นที่โล่งอกโล่งใจของประชาชนคนไทย ที่อยู่อย่างรอหวังจากรัฐบาลไทย เพื่อการอยู่ร่มเย็นเป็นสุข บางกลุ่มก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไร บางกลุ่มก็ยังติดตามความเคลื่อนไหวและวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่
ทำให้คิดถึงวัฒนธรรมทางภาษาขึ้นมาทันที ครั้งหนึ่งเคยไปรับราชการอยู่ที่จังหวัดหนึ่งในภาคอิสาน ได้รับรู้วัฒนธรรมอาหารการกิน และวัฒนธรรมด้านภาษาจนกลายมาเป็น "ราวตากผ้า" อยู่ตั้งนาน และโรงเรียนที่เคยทำงานอยู่คนพื้นถิ่นใช้ภาษาคล้าย ๆ ภาษาอิสานเป็นการสื่อสารอีกด้วย ทำให้กลายเป็นลูกครึ่งไปโดยไม่รู้ตัว
เรื่องเล่าจากข้าราชการท่านหนึ่ง ที่ได้ไปทำหน้าที่เป็นกรรมการที่หน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ของตนเอง และในเวลาเดียวกันก็สังเกตการกาบัตรของคุณแม่ไปด้วย เพราะเป็นผู้สูงวัยแล้ว ได้ข้อสังเกตและเก็บไว้ในใจ เมื่อผ่านพ้นสถานการณ์การเลือกตั้งแล้ว ผู้คนก็จับกลุ่มสนทนากัน ใครลุ้นใคร ใครเชียร์ใครก็ว่ากันไป
จึงเป็นโอกาสที่ลูกชายได้สนทนา ถามไถ่เกี่ยวกับการไปใช้สิทธิ์ของคุณแม่บ้าง หลังสงสัยมาหลายวัน
ลูกชาย : แม่ครับ แม่รู้ป่าวว่าแม่ทำบัตรเสียนะ
แม่ : บ่เสีย เด้หล่า แม่เบิ่งมันลงไปในตู้ดังป๊อก
ลูกชาย : ผมเห็นแม่กาเกินเขาให้กา ๒ เบอร์ แต่ผมเห็นแม่กาตั้ง ๕ ครั้ง
แม่ : ฮ่วย ! แม่ยั่นเป็นบาปเป็นกรรมนะลูก
ลูกชาย : บาปกรรมเรื่องอันใดละครับ
แม่ : แม่รับเงินเพิ่นมากี่คน แม่ก็กาให้เพิ่นเหมิดทุกคน
หมายเหตุ
เสีย หมายถึง หาย
เบิ่ง หมายถึง มอง หรือ ดู
ยั่น หมายถึง กลัว
เพิ่น หมายถึง บุคคลที่ ๓
เหมิด หมายถึง หมด
น้าน ความซื่อของคนอีสาน
คนเฒ่าคนแก่
ไม่ได้หรอก
ได้รับเท่าไร กาให้เท่ากัน ดีจังเลย ไม่บาปด้วย
สวัสดีค่ะ พี่ครูคิม
แม่ก็ช่างเว้าซื่อๆ....อ่านแล้วยิ้มได้ค่ะ
สวัสดีครับ มอบกำลังใจให้อีกหนึ่งแรงใจครับ เป็นอะไรขำๆๆ ที่ช่วยให้หายเครียสจากการเมืองเชียวครับ...ฮ่าฮ่าฮ่า...
....บัตรไม่เสียจริง ๆ ครับ ยายคิม....
สวัสดีครับยายคิม...
คุณยายได้รับพัสดุของผมแล้วหรือยังครับ
ขาดอย่างเดียวที่ตั้งใจไว้
คือ ขนม ของคนภูเขียว
พอดีใกล้กับวันเลือกตั้ง
เงินสะพัดไปหน่อยครับ
ผมไปร้านขนมสาย ๆ วันเสาร์ครับ
ยายคิมเลยอดเลย
ผมคงขออนุญาตส่งไปรบกวนคุณยายอีกครั้งครับ
ขนมที่บ้านผมอร่อยจริง ๆ นะครับ
ถ้าบัตรไม่เสีย มากมายเช่นนี้
รับรองไม่ถึง ๑๕๙ แน่
แถวบ้านผม เขาให้มาแจก ๑๐๐๐
แจกจริง ๓๐๐
คนสนิท สส. บอก ไม่รู้จะเก็บป้ายหาเสียงก่อน หรือ จะเก็บหัวคะแนนก่อนดี
๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
hahahahaha ซื่อได้ใจจริงๆเลยคุณแม่
มันสะท้อนถึงบางสิ่งบางอย่างทางการเมืองออกมาได้ดีทีเดียว
ได้แต่โทษกันไปโทษกันมาว่า...ซื้อเสียง....
ความเป็นจริงแล้วมันก็...ครือๆกันนั่นแล
มีความสุขกับคืนนี้นะคะ....
สวัสดีครับครูคิม
เรื่องเล่าน่ารักมากครับครูคิม...แต่อ่านแล้วก็หดหู่นะครับ ผ่านมากี่สิบปีแล้ว การซื้อเสียงก็ยังมีเช่นเดิม...เหตุการณ์เดิมๆเวียนซ้ำอีกครั้ง อ่านแล้วก็ต้องฮึด ...เอาไปสอนเด็กๆให้เปลี่ยนยุคใหม่ข้างหน้าให้ได้ครับผม
ปล.เพิ่งได้ใช้อินเทอร์เน็ตหลังจากกลับมาครับผม...
สวัสดีครับพี่คิม
แขนเป็นอย่างไรบ้างแล้ว
ผมอยู่บนรถครับ น่าจะอยู่แถวๆหาดใหญ่แล้ว
เกี่ยวกับการซื้อขายเสียงของชาวบ้านนี้
ส่วนใหญ่คนจะมองเป็นเรื่องเลวร้าย แต่จริงๆแล้วมีอีกมุมหนึ่ง
ก็อย่างที่พี่สะท้อนในบันทึกนั่นแหละ การซื้อเสียงดำรงอยู่ได้เพราะมันเวิร์ค
คือจ่ายแล้วชาวบ้านก็เลือกจริงๆ ผมว่ามันเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งของชาวบ้านมันเป็นความซื่อสัตย์
ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการออกมารณรงค์ว่ารับเงินแต่ไม่ต้องเลือก
แม้การซื้อขายเสียงจะไม่ใช่เรื่องดี แต่การรณรงค์ให้ชาวบ้านละทิ้งคุณธรรมที่มีอยู่ผมว่าเป็นเรื่องเลวร้ายกว่า
แหะ แหะ อเนกะเรื่องนี้เยอะครับพี่
ชอบบันทึกนี้มากคะ
555 กาทุกเบอร์เลย 555 พี่คิมหายดีหรือยังครับ
บันทึกนี้ทำให้ยิ้มและหัวเราะได้แต่เช้าเลยค่ะ อิอิ
บันทึกนี้ทำให้ยิ้มและหัวเราะได้แต่เช้าเลยค่ะ อิอิ
สวัสดีค่ะอาจารย์ โสภณ เปียสนิท
สวัสดีค่ะน้องnoktalay
สวัสดีค่ะคุณลำดวน
สวัสดีค่ะคุณป่าไม้เลื้อย/พาดีซอ
สวัสดีค่ะคุณหมอ ทิมดาบ
สวัสดีค่คุณ ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
สวัสดีค่ะน้อง krugui Chutima