คำถามที่สะเทือนตอกย้ำเข้าไปถึงจิตวิญญาณ

 วันสุดท้าย อาจสร้างความหรรษา หรือความเศร้าหมองก็ได้ ซึ่งคงแล้วแต่เหตุการณ์ และแง่คิดของบุคคลนั้น แต่ทุกคนก็ต้องมีวันสุดท้ายกันทุกคน

  ที่จริงเราทั้งหลาย ต่างก็ผ่านช่วงเวลานี้กันมาหลายๆครั้ง อาจเป็นการสอบวันสุดท้าย การท่องเที่ยววันสุดท้าย การแข่งขันวันสุดท้าย แน่นอนค่ะ ทุกครั้งที่มาถึงวันนี้ จะมีผลการตัดสินเสมอ ผลจะบวกหรือลบ ก็ตามแต่ แต่ผู้เขียนว่าเป็นวันทำใจได้ของเราแล้ว

  ครั้งหนึ่งเข้าอบรมโยคะ ครูโยคะสอนให้เรารู้จักวันสุดท้าย วาระสุดท้ายของเราด้วย โดยให้จับคู่กัน แล้วถามกันว่า ถ้าพรุ่งนี้ต้องตาย เราจะทำอะไร

 แรกๆก็สนุกสนานกันใหญ่ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องสมมุติ คนถามก็จะถามคำถามเดิมไปเรื่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ เมื่ออีกฝ่ายตอบจบ ก็จะถามอีกว่าถ้าพรุ่งนี้ต้องตายจะทำอะไร

 จากคิดถึงแต่เรื่องไกลตัว เช่น จะไปหาของกินให้อร่อย จะไปเที่ยว จะไปใช้เงิน จะไป..ฯลฯ...

 แต่ไม่นาน คำตอบกลับค่อยๆเปลี่ยนไป เพราะคำถามนั้น มันสะเทือนตอกย้ำเข้าไปถึงจิตวิญญาณจริงๆ ไม่นานความร่าเริง หัวเราะขบขัน กับเรื่องที่ตอบอย่างเกินจริง ก็ค่อยๆสงบลง จิตมันเกิดสูญกาศชั่วขณะ แล้วความตั้งใจที่แท้จริง ที่อยากจะทำในวันสุดท้าย ก็ปรากฏ บางคนน้ำตาไหล เพราะเริ่มนึกเสียดายเวลา ที่เราจะเหลือเพียงวันเดียว เรื่องจำเป็นที่เก็บซ่อนไว้ภายใน ก็มองเห็นทับทวีแน่นอก แต่มันหมดเวลาเสียแล้ว เกินกว่าจะทำสิ่งเหล่านั้นให้สำเร็จ(ทั้งหมดเป็นสิ่งดีๆ)

  แล้ววันสุดท้ายของทุกคน ก็ไม่มีเรื่องที่อยากยุ่งเกี่ยวกับใครอีกเลย อยากอยู่กับตนเอง ไม่มีโลภ โกรธ หลงคั่งค้าง คิดเพียงการเดินทางสู่ภพต่อไปโดยสงบสุข


   ถ้าเราไม่เคยนึกถึงวันสุดท้ายกัน ไหนเลยเราจะค้นพบจิตที่บริสุทธิ์ของตนเองได้ คนที่ลืมนึกถึงวันสุดท้าย จึงเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ไขว่คว้า อาจคิดถึงตัวเอง แต่ก็เป็นแง่มุมที่เห็นแก่ตัวมากกว่า ไม่เข้าใจคำว่า น่าเสียดายวันเวลาที่ผ่านเลยไป

   บอกแล้วว่า วันสุดท้าย ย่อมมีผลการตัดสิน จะแพ้หรือชนะ จะสุขหรือทุกข์ในวันนั้นก็อยู่ที่ว่า สั่งสมกันมาแบบไหน

  ถ้ามีเวลา ลองซ้อมถามตัวเองบ่อยๆก็ดีนะคะ ว่า ถ้าพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต เราจะทำอะไร พอวันนั้นมาถึงจริงๆ จะได้เหลือสิ่งที่ต้องพะวงน้อยลงๆๆ

  และผลคะแนน จะได้มากหรือน้อยในชาตินี้ ก็อยู่ที่เราสะสมไว้ด้วยตัวเอง มาตลอดชีวิตนั่นแหละค่ะ