เช้าวันพุธที่อากาศสดใส ขณะที่ครูแคทนั่งทำงานรอสมาชิก“ชมรมคนมาเช้า” ที่ห้องพักครูอยู่นั้น พลันก็ได้ยินเสียงครูญาถามเด็กคนหนึ่งว่า “ขึ้นมาบนตึกได้อย่างไรคะ ต้องเจ็ดโมงครึ่งก่อนนะคะ” แล้วครูญาก็เดินเข้ามาในห้องพักครูพร้อมทั้งบอกว่า “พุทธเขาบอกพี่ว่าเขานัดครูแคทไว้ครับ”
ชมรมคนมาเช้ามีจุดเริ่มต้นมาจากหลายเหตุผลประกอบกัน ปกติแล้วเด็กๆ ห้อง ๒/๒ จะไม่ค่อยมีเด็กๆ มาเช้าเท่าใดนัก ส่วนใหญ่จะมาทันเวลาตีกลองเข้าแถวพอดีๆ และจะมีกลุ่มที่มาไม่ทันวันละประมาณ ๔-๕ คน ซึ่งก็ถือว่าค่อนข้างมาก
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ช่วงชั้นมีพิธีไหว้ครู เด็กๆ จะต้องใช้เวลาเรียนในการทำพานไหว้ครู และซ้อมพิธีไหว้ครู ทำให้ห้อง ๒/๒ ขาดเรียนไป ๒ คาบ และยังมีการทดลองที่ยังไม่ได้ทำค้างอยู่ ครูแคทจึงคุยกับเด็กๆ เพื่อร่วมกันหาทางออก
ในที่สุดก็ได้ทางออกว่า พรุ่งนี้เราจะมาโรงเรียนกันตั้งแต่เช้า เพื่อมาทำการทดลองกันก่อนเวลาเข้าเรียนประมาณ ๔๕ นาที แต่ในใจก็แอบคิดแผน ๒ แผน ๓ ไว้ในใจ เพราะไม่คิดว่าเด็กๆ จะทำได้ เพราะจากสถิติแล้วเด็กห้องนี้ไม่ค่อยมีใครมาเวลานั้น นอกจากวันที่ต้องออกไปเรียนรู้ภาคสนาม
เช้าวันพฤหัสบดี ครูแคทมาถึงโรงเรียน ก่อน ๗ โมงเล็กน้อย ครูแคทก็เห็นปัณณ์ นั่งรออยู่ก่อนแล้ว คิดในใจว่าอย่างน้องก็มี ๑ คนแล้ว จึงชวนปัณณ์เตรียมอุปกรณ์การทดลองรอเพื่อนๆ ไม่นานนักเด็กๆ ก็ทยอยเดินเข้าห้องเรียนกันมาทีละคน และมีเด็กที่มาไม่ทันทำการทดลองแต่มาทันโรงเรียนเพียง ๓-๔ คนเท่านั้น
ตอนกลางวันจึงเข้าไปคุยกับเด็กขณะที่รับประทานอาหารว่าในช่วงที่ครูแคทเตรียมการทดลองครั้งนี้ ครูแคทเดินสำรวจไปทั่วโรงเรียน แล้วก็ได้พบว่ามีอะไรหลายอย่างที่เด็กๆ น่าจะได้เห็น แต่เรามีเวลาเรียนน้อยเกินไป แต่ถ้าออกไปสำรวจกันบ่อยๆ เราก็จะไม่ได้เรียนในเรื่องอื่นๆ ครูจึงอยากชวนเด็กๆ ที่มาเช้าไปเดินเที่ยวกัน มีใครสนใจบ้างคะ ท่าทางของเด็กๆ ตื่นเต้นมาก มาตอนเย็นก็แอบได้ยินเด็กๆ คุยกันว่า วันจันทร์ต้องมาโรงเรียนเช้าให้ได้
เมื่อวันจันทร์มาถึงมีเด็กจำนวนหนึ่งมาเช้าจริงๆ แต่สายกว่าเวลาที่นัดไว้ประมาณ ๑๕ นาที และครูแคทจะต้องไปเป็นเวรที่สนามแล้ว จึงพลาดโอกาสการสำรวจในวันแรกไป
ซันถามว่า “ถ้ามาทันจะได้ไปสำรวจจริง ๆ ใช่ไหมครับ” ครูแคทจึงตอบว่า “แน่นอนค่ะ”
เช้าวันอังคาร เด็กๆ ห้อง ๒ ขึ้นตึกมาก่อนเวลาที่อนุญาตพร้อมกับแจ้งคุณครูว่า “มีนัดกับครูแคท” เมื่อรวบรวมทีมได้ประมาณ ๖ คน เราก็ออกเดินสำรวจโรงเรียนกัน พืชชนิดต่างๆ ที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็กๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่มีใครเคยเห็นต้นจริงๆ ของต้นไม้หลายต้น เช่น ต้นขนุน ต้นหม่อน ต้นถั่วฝักยาว เป็นต้น
เช้าวันนี้ก็เช่นกัน พุทธ มาถึงโรงเรียนประมาณ ๗ โมง พอครูญาเดินมาบอกว่ามีเด็กบอกว่า “นัดครูแคทไว้” จึงเดินบอกพุทธว่า ครบ ๔ คนมาบอกครูนะ “เราจะออกเดินทางกัน” นั่งรออีก ๑๐ นาที เด็กก็เดินมาบอกว่า “ครบแล้ว พร้อมออกเดินทางแล้วค่ะ” “วันนี้อยากจะไปดูอะไร หรืออยากเดินไปทางไหน อยากไปดูบวบไหมคะ (มีเด็กในกลุ่มชอบกินบวบ) ” เดล (ขาประจำที่มาเช้า ๓ วันติดกัน ทั้งที่ส่วนใหญ่จะมาใกล้ๆ เวลาตีกลองสัญญาณ) ตอบว่า “อยากไปเก็บลูกหม่อนค่ะ แต่... เมื่อวานไปแล้ว วันนี้ไปดูบวบก็ได้ค่ะ” แล้วเราก็ออกเดินทางกัน
วันนี้ครูแคทพาเดินไปไกลมาก เด็กๆ ตื่นเต้นกันใหญ่ เราพากันดูต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่า บ้างก็ฉีกใบออกมาดม ไม่ว่าตะไคร้ โหระพา ใบกระเพรา ดอกมะเขือที่ครูแคทเคยเล่าว่าทำไมเขาจึงเอาดอกมะเขือมาไหว้ครู เด็ก ๆ ก็ได้เห็นลักษณะที่น้อมลงสู่ดินของดอกมะเขือที่อยู่บนต้น ปัณณ์พูดเบาๆ ว่า “ดอกมะเขือขอบคุณดิน” ในขณะที่เดินกลับตึกนั้น ครูแคทชวนเด็กๆ ดูต้นไผ่ ให้เด็กๆ ดูปล้องดูรากของต้นไผ่ ทันใดนั้นก็เหลือบไปเห็นฟลุ๊คกำลังดูดนิ้วอยู่
ในใจตอนนั้นก็คิดว่า ‘เอาอีกแล้ว ชอบดูดนิ้ว กัดเล็บ บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าไม่ให้ทำ มันสกปรก’ แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป ถามเพียงว่า “ฟลุ๊ค ทำอะไรคะ” ฟลุ๊คตอบว่า “เปล่าครับ...ใบเลี้ยงเดี่ยวบาดมือ” จากที่คิดตำหนิและอยากจะดุ จึงเปลี่ยนเป็นยิ้ม เมื่อเดินเข้าไปดูก็เห็นว่าเลือดกำลังไหลอยู่ซิบๆ เลยบอกฟลุ๊คว่า “ไม่เป็นไรค่ะ แผลนิดเดียว เดี๋ยวครูล้างแผลให้ แต่ทีหลังอย่าเอาเข้าปากนะคะ มันสกปรก”
ขากลับจึงพาเด็กๆ เดินกลับตึกด้วยความสุขมากๆ เพราะตอนที่เรียนเรื่องนี้แรกๆ ฟลุ๊คสับสน และแยกไม่ออกเลยว่าพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ใบเลี้ยงคู่แตกต่างกันอย่างไร
แต่ในวันนี้คำตอบที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันของฟลุ๊คก็ทำให้ครูได้รู้ว่าเขาเข้าใจจริงๆ และการที่ฟลุ๊คตอบถูกก็ไม่ใช่เรื่องฟลุ๊คๆ อีกแล้ว
เด็กที่มาไม่ทันเวลาออกเดินทางแต่มาทันโรงเรียน กลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามาถามเพื่อนๆ ว่า “วันนี้ไปไหนกันมา” ครูแคทจึงตอบว่า “ไม่บอกค่ะ...เป็นความลับ พรุ่งนี้มาให้ทันนะคะ แล้วจะพาไปดู...” ซันบอกว่า “เมื่อวานผมเจอต้นไม้ประหลาดต้นหนึ่งอยากให้ครูแคทดูครับ”
การที่เด็กๆ มาเช้าได้โดยไม่มีใครบังคับ แถมยังมีแววตากระตือรือร้นตั้งแต่เช้าขนาดนั้น ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ๆ แต่น่าจะเป็นพลังมหัศจรรย์ที่มีอยู่ในธรรมชาติที่ดึงดูดให้พวกเขาเข้าให้ไปหา
การสำรวจทดลองที่มีอยู่ในชั่วโมงเรียน อาจจะน้อยเกินไปสำหรับการทำความรู้จักโลกกว้าง การมาเข้าร่วม “ชมรมคนมาเช้า” จึงเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์นอกเวลาเพื่อการ “สำรวจโลกที่มหัศจรรย์” โดยที่ไม่มีคะแนนหรือเงื่อนไขใดๆ เข้ามามาเกี่ยว นอกจากตัวเขากับโลกใบนี้
ถ้าเป็นนักวิทยาศาสตร์เขาก็จะบอกว่า “นี่นักวิทยาศาสตร์ชัดๆ” แต่สำหรับครูแคทต้องบอกว่า “นี่นักปรัชญาชัดๆ”
แต่ผมว่าเป็นนักกุศโลบาย ครับครู
ชอบจริงๆแผนครู
ขอขอบคุณคุณอุ้มบุญ และคุณวอญ่า แทนคุณครูแคทด้วยค่ะ :)
ขอขอบคุณคุณอุ้มบุญ และคุณวอญ่า ด้วยตัวเองค่ะ
กลับมาอ่านเอาพลังอีกครั้ง :)