ดังนั้น นักแสวงหาคนใดทำลายอัตตาได้ ก็หมายความว่าค้นพบกุญแจดอกสำคัญที่จะสามารถไขไปสู่โลกแห่งอิสระภาพได้ และเมื่อภาระกิจสุดท้ายที่เราทำ สำเร็จแล้ว ตอนนั้นอิสระภาพทางใจก็จะเกิดขึ้น พร้อมที่จะก้างปีกโบยบินไปสู่ฟากฟ้าที่ไร้ตัวตน

 

     นักแสวงหาต่างพากันเดินไปตามทางที่มนุษย์คนก่อนทำไว้ คือทำซ้ำ ๆ อย่างผู้ที่เดินมาก่อน แต่การเดินตามกันไปมาแบบขวักไขว่บนไหล่เขาที่สูงชัน และเบื้องล่างล้วนแต่อันตรายจากภัยนานา  ๘  ชนิด คือ เสือ สิงห์ งู สุนัขจิ้งจอก หมี ยักษ์ กระสือ กระหัง ที่คอยกัดกินอยู่ทุกๆวัน

     นักแสวงหาทางจิตก็เช่นกัน  มักเดินตามแนวคิดของคนรุ่นก่อน ๆ ที่ก้าวเดินไป โดยคิดว่านั่นคือหนทางแห่งเกียรติยศชื่อเสียงที่รุ่งโรจน์ตลอดกาล  โดยมีโลกธรรม ๘ ประการ (ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรญเสริญ สุข ทุกข์) เป็นเสมือนสัตว์ร้ายคอยกัดกินเมื่อตั้งใจไว้ผิดที่ผิดทาง

     นักแสวงหาบางท่านสามารถค้นหาเป้าหมายของตนเองได้  แต่หลาย ๆ ท่านยังต้องแสวงหาต่อไป ทั้ง ๆ ที่กิจนั้นเมื่อทำแล้วทั้งยาวนานและยุ่งยาก ซ้ำซาก หรือว่าลำบากก็ตาม

     นักแสวงหาอีกกลุ่มหนึ่งคิดว่า การเดินตามทางที่มนุษย์คนก่อน ๆ ทำไว้แล้ว พบแต่อันตรายจากสัตว์ร้าย ๘ ชนิดที่กล่าวมา อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนัก จึงแสวงหาหนทางเส้นใหม่ที่เหมาะสำหรับตนเอง นั่นคือหนทางแห่งอิสระภาพ

     เช่นเดียวกับผู้แสวงหาอิสระภาพทางใจที่ ไม่ต้องการเดินตามทางที่คนอื่นทำไว้ แต่มีความรู้และตระหนักเห็น ทราบชัดในใจว่าหนทางใดปลอดภัยกว่า?

 

     หลายคนได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตนเอง บุคคลประเภทนี้มักเป็นมืออาชีพ มีชื่อเสียง และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ซึ่งถือว่าดีเยี่ยม แต่ถ้าจะให้ดีกว่าต้องมองเห็นความไม่มีตัวตนของตนเอง คือสามารถเข้าใจสรรพสิ่งอย่างที่มันเป็น โดยไม่ตามไปเพื่อยึดติดเหยื่อที่ล่อไว้ในโลกซึ่งถือว่าประเสริฐกว่า

 

     เพราะอัตตานี้เอง จึงทำให้เหล่านักแสวงหาสะสมความมีตัวตน วันแล้ววันเล่า จากเด็กไร้เดียงสา เป็นวัยผู้ใหญ่ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จนทำให้อัตตาตัวตนหนักขึ้น ๆ ๆ ๆ  จนลุกแทบไม่ไหว!

  

     แต่นักแสวงหารู้หรือไม่ว่า?  แท้ที่จริง เรากำลังเป็นทาสของตัวตน จึงทำให้เราต้องเดินเวียนวนอยู่ในวัฏฏสงสารอย่างไม่มีทางออก สภาพที่ว่านี้จึงทำให้เราต้องทุกข์ทนเพราะสังขารที่แบกมานานหลายภพหลายชาติ ทั้งหนักทั้งเหนื่อย

 

     ดังนั้น  นักแสวงหาคนใดทำลายอัตตาได้ ก็หมายความว่าได้ทำลายหมอกควันที่บังตาออกไป ตัวตนก็เบา-ว่าง-สบาย  ทำให้เห็นหนทางได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เสมือนการได้ค้นพบกุญแจดอกสำคัญที่จะสามารถไขไปสู่โลกแห่งอิสระภาพได้ 

     และเมื่อภาระกิจสุดท้ายที่เราทำ สำเร็จแล้ว ตอนนั้น อิสระภาพทางใจก็จะเกิดขึ้น พร้อมที่จะก้างปีกโบยบินไปสู่ฟากฟ้าที่ไร้ตัวตน

 

  • ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา

ต้องการแสวงหาสิ่งใดฤา?

ต่างเข้าไปเพื่อยึดถือ

หรือมีสิ่งใดที่ต้องทำ

 

  • กิจนั้นยาวนานยุ่งยาก

ลำบากกายใจหนักหนา

เป็นทาสตัวตนเรื่อยมา

อนิจจา! ต้องการสิ่งใด

 

  • กิจนั้นทำแล้วซ้ำซาก

ตายเกิดมาแล้วหลายหน

หลายล้านครั้งที่เวียนวน

ทุกข์ทนสังขารนานมา

 

  • กิจนั้นเมื่อทำเสร็จแล้ว

อิสระภาพแน่วแน่อยู่ได้

กางปีกโบยบินทะยานไป

สู่ฟากฟ้ายิ่งใหญ่แห่งอนัตตาฯ

 

ศรีบรรดร

มีนาคม ๒๕๔๗