
เด็กหมู่บ้านนางสุชาดา พิหาร
ช่วงนี้กำลังปรับเว็บของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี หัวข้อหนึ่งที่ได้เรียบเรียงก็คือคำแนะนำการเตรียมตัวไปแสวงบุญสักการะสังเวชนียสถานที่อินเดียและเนปาล ซึ่งเป็นการนำเอาประสบการณ์ส่วนตัวมาบอกเล่ากัน ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่ละเอียดนัก แต่ก็คงเป็นคำแนะนำเบื้องต้นได้ นึกได้ว่าโกทูโนเป็นเว็บการจัดการความรู้ จึงขอนำมาบันทึกในบล๊อคด้วยเพราะเห็นว่าควรจะมีการระดมสมอง เปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกโกทูโนที่มีประสบการณ์การไปอินเดียได้เข้ามาร่วมแนะนำด้วย จึงขอเชิญชวนนะครับ เพิ่มเติมได้เลยครับ
คำแนะนำการเตรียมตัวไปแสวงบุญสักการะสังเวชนียสถานในอินเดียและเนปาล*
1.เตรียมใจ
การไปอินเดียถือว่าเป็นการไปแสวงบุญในฐานะชาวพุทธที่ต้องการสักการะและบูชาคุณพระพุทธเจ้า ในสถานที่ที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้ว่า เมื่อสิ้นพระองค์ไปแล้ว ชาวพุทธจะสามารถระลึกถึงพระองค์ได้ในสถานที่ต่างๆ ดังนี้ 1.สถานที่ประสูติ ที่ลุมพินี (ปัจจุบันอยู่ในเนปาล) 2.สถานที่ครัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พุทธคยา 3.สถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนาที่สารนาถ และ 4. สถานที่ทรงดับขันธ์ปรินิพพานที่กุสินารา ดังนั้นการไปสักการะสถานที่ดังกล่าวเหล่านี้ถือว่าไประลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและให้เกิดสติ ปลงธรรมสังเวชว่าทุกอย่างย่อมมีเหตุ เกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วดับไปเป็นของธรรมดา ในฐานะชาวพุทธจึงถือเป็นการไปสักการะพระพุทธองค์ที่ตรงจุดที่สุด ณ สถานที่จริง เป็นการตามรอยพระพุทธบาทในดินแดนพุทธภูมิ ทั้งนี้เป็นที่ยอมรับกันว่าในฐานะพุทธมามกะ ควรหาโอกาสไปสักครั้งหนึ่งในชีวิต
นอกจากสำหรับตนเองแล้ว หากมีโอกาสได้พาบิดามารดาไปสักการะสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งได้ ก็ถือว่าเป็นบุญกุศลที่สมควรทำเป็นอย่างยิ่ง ถือเป็นการตอบแทนพระคุณของบิดามารดาที่ได้เลี้ยงดูเรามา อย่างไรก็ดี ต้องคำนึงถึงโอกาส เวลา ความพร้อมของร่างกายและสุขภาพของบิดามารดาด้วยว่าพร้อมที่จะไปหรือไม่
2.เตรียมกาย
การเดินทางไปแสวงบุญโดยปรกติใช้เวลา ประมาณ 10-13 วัน เดินทางโดยเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปลงที่กัลกัตตาและนั่งรถบัสไปยังสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง ทั้งในอินเดียและเนปาล ซึ่งเวลาในการเดินทางโดยรถยนต์นั้นนาน รถบัสส่วนใหญ่ก็ไม่มีห้องน้ำบนรถ บางช่วงเดินทางทั้งวัน การเตรียมสุขภาพให้พร้อมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรหารือแพทย์ว่าจะสามารถเดินทางไกลได้หรือไม่หรือหากเดินทางได้ ก็ควรเตรียมยาประจำตัวและสมุดสุขภาพเป็นภาษาอังกฤษไปด้วยเผื่อกรณีฉุกเฉินจะได้มีข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง การเตรียมกายเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งต้องตระหนักว่าท่านต้องสามารถช่วยตัวเองได้ในระดับหนึ่ง หากเป็นผู้สูงอายุ แม้จะมีคนดูแลแต่ก็ต้องสามารถดูแลตัวเองได้ ท่านที่ทราบว่าแพ้อะไร ก็ควรเตรียมยารักษาโรคนั้นไปด้วย รวมทั้งสุขภัณฑ์พกพาประจำตัวที่ท่านต้องใช้ในระหว่างการเดินทาง เพื่อรักษาความสะอาด รวมทั้งเสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับการไปแสวงบุญ ทั้งนี้ช่วงฤดูการแสวงบุญจะอยุ่ในช่วงอากาศหนาวจึงต้องเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ให้หร้อม
3.เตรียมข้อมูล
เมื่อตัดสินใจว่าจะไปแสวงบุญและได้เตรียมตัวเตรียมกายแล้ว สิ่งที่จะต้องทำก็คือหาข้อมูลของการเดินทาง ข้อมูลบริษัททัวร์ที่จะใช้บริการซึ่งก็หาไม่ยากนักจากอินเตอร์เน็ต รวมทั้งจากบริษัทการบินไทยซึ่งจัดเที่ยวบินตรงพิเศษ ในช่วงฤดูแสวงบุญระหว่างเดือนตุลาคมถึงมีนาคมของทุกปี และการบินไทยก็ยังจัดทัวร์เอื้องหลวงสำหรับการไปแสวงบุญโดยเฉพาะด้วย
สังเวชนียสถานที่คนนิยมไปเริ่มต้นการแสวงบุญอยู่ที่มหาเจดีย์พุทธคยา ซึ่งเป็นที่ตั้งของต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และมีวัดไทยแห่งแรกในต่างประเทศคือวัดไทยพุทธคยาซึ่งบริษัททัวร์นิยมจัดให้ผู้แสวงบุญไปพักที่วัดนี้ พุทธคยานี้อยู่ในรัฐพิหารซึ่งอยู่ในเขตอาณาของสถานกงสุลใหญ ณ เมืองกัลกัตตา ในส่วนของสารนาถ สถานที่ปฐมเทศนาและกุสินารา สถานที่ปรินิพพานอยู่ในรัฐอุตตระประเทศซึ่งอยู่ในเขตอาณาของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี ดังนั้น หากผู้แสวงบุญต้องการติดต่อหน่วยงานในในระหว่างแสวงบุญก็สามารถติดต่อ สกญ.กัลกัตตาและ สอท. ณ กรุงนิวเดลีได้
ในปัจจุบันมีวัดไทยตามเมืองต่างๆ ในเส้นทางแสวงบุญมากกว่า 12 วัด บริษัททัวร์ที่คิดราคาถูก มักนิยมจัดให้ผู้แสวงบุญพักค้างคืนที่วัด ในขณะที่บริษัทที่คิดราคาสูงจะจัดที่พักในโรงแรมซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้แสวงบุญว่าจะเลือกแบบใด
4.เตรียมเดินทาง
การเตรียมการเดินทางก็คือการเตรียมสัมภาระ เสื้อผ้า อุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งยารักษาโรค ซึ่งมีข้อแนะนำ ดังนี้
นำเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับการเดินทางโดยรถยนต์และที่ใส่สบายเหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม
เสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาว
อย่านำของมีค่าติดตัวไป
เตรียมยารักษาโรคประจำตัวและของใช้ส่วนตัว
เตรียมนาฬิกาปลุกส่วนตัวไปด้วยเพราะส่วนใหญ่ต้องเดินทางเช้าตรู่ในแต่ละวัน
เตรียมเงินไปให้เหมาะสมและพอดีกับการเดินทาง 10 วันรวมทั้งสำหรับการทำบุญตามวัดต่างๆ ซึ่งหากเป็นวัดไทย สามารถทำบุญด้วยเงินไทยหรือเงินเหรียญสหรัฐฯได้ นอกนั้นเป็นเงินรูปีอินเดีย
มือถือควรขอใช้บริการโทรระหว่างประเทศหรือมาซื้อซิมของอินเดียใช้โทรกลับประเทศไทย
หนังสือเดินทางควรเก็บรักษาให้ดีและถ่ายเอกสารทำสำเนาไว้
5.การเตรียมพร้อมระหว่างการเดินทาง
ในระหว่างการเดินทาง สิ่งที่ท่าจะต้องเจอ มีดังนี้
ความไม่สะอาดของสถานที่และสิ่งของในระหว่างการเดินทาง จึงควรเตรียมสุขภัณฑ์ทำความสะอาดส่วนตัวไปด้วย
การดื่มน้ำควรซื้อที่เป็นขวดที่มาตรฐานหรือที่เป็นกระป๋องเท่านั้น
อาหารควรเป็นอาหารที่ทัวร์แนะนำเท่านั้น
คนขายของข้างทางที่จะคะยั้นคะยอให้ซื้อของ ควรต่อรองราคาเท่าที่จะทำได้
อย่าออกนอกกลุ่มหรือเส้นทางโดยลำพัง หากเกิดปัญหาต่างๆ ให้รีบแจ้งหัวหน้าทัวร์
การเดินทางไปตามสังเวชนียสถานเป็นการเดินทางที่ยาวนานระหว่างจุดหมาย และระหว่างทางก็มักจะไม่มีจุดจอดรถที่เหมาะสมมากนัก ยกเว้นวัดไทย ห้องน้ำอาจไม่สะอาดเท่าที่ควร ผู้แสวงบุญจึงควรทำใจและเตรียมพร้อมสำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยปรึกษาหัวหน้าทัวร์ทุกการเดินทางระหว่างวัน
การพักในวัดไทย ควรรักษากริยา มารยาทและสำรวมเพราะอยู่ในเขตวัด และรักษาความสะอาดให้กับสถานที่ทุกครั้ง
ในกรณีที่เกิดไม่สบาย ให้แจ้งหัวหน้าทัวร์หรือพระธรรมทูต และในวัดไทยเช่นวัดไทยกุสินารา เฉลิมราชย์จะมีคลีนิครักษาพยาบาลด้วย ซึ่งสามารถรักษาโรคทั่วไปได้
กรณีหนังสือเดินทางหาย ต้องติดต่อสถานกงสุล ณ กัลกัตตา ในช่วงขากลับจากแสวงบุญ ให้ออกเอกสารเดินทางกลับประเทศจึงจะสามารถเดินทางกลับได้
.................................................................
*หมายเหตุ
คำแนะนำนี้เป็นคำแนะนำเบื้องต้นและไม่เป็นทางการ รายละเอียดต่างๆ ควรติดต่อบริษัททัวร์ที่ท่านใช้บริการหรือวัดไทยในอินเดีย
สวัสดีค่ะท่านเอกฯ
ปูเตรียมมานานแล้วสองข้อ มาเตรียมเพิ่มเติมต่อ :)
ขอบพระคุณค่ะท่านเอกฯ สบายดีนะคะ
คุณปูครับ
ดีจังเลยครับ เตรียมได้สองข้อแล้ว พร้อมเมื่อไหร่ก็ไปสัเวชนียสถานได้เลย ดินแดนพุทธภูมิรอชาวพุทธไปตามรอยพระพุทธบาทเสมอ เป็นห้องเรียนทางจิตวิญญานที่มีคุณค่าครับ
สวัสดีค่ะพี่โยคี
เหมือนกลับมาบอกอีกครั้งกับการไปอินเดียครั้งต่อไป
บางคนที่ไปมาแล้วก็อาจลืมเลือน
บางคนบอกเข็ดแล้วอินเดีย
แต่กลับมาถึงเมืองไทยก็พากันคิดถึงอินเดีย
และอยากกลับไปอีก
ขอบคุณท่านมัคคุเทศก์กิติมศักดิ์ที่แนะนำค่ะ
ปล.ฝากถึงคุณpoo เตรียมตัวให้ครบทุกข้อ
แล้วเดินทางได้แล้วค่ะ ปีนี้
โยคีน้อย ตันติราพันธ์
คนที่ไปแล้ว ช่วยเพิ่มเติมรายละเอียดด้วย ไม่ว่าจะเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นการช่วยคิดช่วยทำ วันข้างหน้า โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 -มีนาคม 2555 ที่จะถึงนี้ คนที่คิดจะไป วางแผนจะไป จะได้มาดูบันทึกนี้
หากช่วยกันเพิ่มเติม สอบถาม ก็จะทำให้คำแนะนำนี้สมบูรณ์มากขึ้น
ไปแสวงบุญในอินเดีย?
ไปทำบุญในอินเดีย จะดีกว่า There are people who need ... more than we do! ;-)
คุณ sr
การไปแสวงบุญในอินเดีย โดยเฉพาะชาวพุทธที่ไปสักการะสังเวชนียสถาน ล้วนมีโอกาสได้ทำบุญและเท่าที่พบเห็น รวมทั้งประสบการณ์ของตนเอง เราได้ทำบุญทุกวัน ทุกขณะในหลายรูปแบบ ทั้งบุญกริยาวัตถุและบุญกุศลทางใจ
เช่นภาพที่นำมาแสดง เด็กๆ หมู่บ้านนางสุชาดา เปิดโรงเรียนสอนเด็กยากจนในหมู่บ้าน ผู้ศรัทธาสามารถทำบุญช่วยโรงเรียนดังกล่าวได้
ตามรอยพระพุทธบาท คือเส้นทางแสวงบุญ และสร้างบุญ
ข้อที่แนะนำว่าเตรียมเงินให้พอดีสำหรับการเดินทาง 10 วันคือรวมเงินสำหรับทำบุญด้วย
อยากไปกราบสังเวชนียสถาน
ให้ได้สักครั้งในชีวิตครับผม
อจ.โสภณครับ พระธรรมทูตสายอินเดียเคยบอกเสมอว่าเพียงแค่คิด ก็ได้บุญแล้วครับเพราะกุศลจิตเกิดขึ้นในจิตแล้ว
เมื่อทุกอย่างเหมาะสม ลงตัว ครบองค์(ประกอบ)ก็จะเกิดขึ้นครับ
อนุโมทนาสาธุด้วยครับ
สวัสดีค่ะ
ได้เลยค่ะ กับประสบการณ์ที่ผ่านอินเดียมาแล้ว
ขอย้ำอีกเรื่องหนึ่งที่เห็นว่าสำคัญมากเหมือนกัน
เพราะเท่าที่ติดตามมา ก็มีปัญหาไม่น้อยกับทุกๆฝ่าย
นั่นคือ อาจมีการเสียชีวิตขณะไปแสวงบุญที่อินเดีย
ก็ขอให้คิกว่า ควรมีการสั่งเสียหมู่ญาติเบื้องต้นไว้บ้างก่อนเดินทาง
(ไม่ตายก็ไม่เป็นไร)
โดยเฉพาะการจัดการศพที่นั่น เขาเผา ภายใน 24 ชั่วโมง
และไม่มีโลงศพด้วย
ดังนั้นหากต้องการนำศพกลับ จึงมีปัญหาหลายด้าน
ตั้งแต่ต้องหาขอโลง ขอฝากศพไว้ในห้องเย็น
การทำเรื่องผ่านขั้นตอนมากมาย
หากคิดว่าตายในแดนพุทธภูมิเป็นสิ่งที่มีบุญมาก
ก็ขอให้เขาจัดการตมาประเพณีอินเดีย ก็คงจะดีมาก
ขอฝากเรื่องนี้ก่อนนะคะ
แหม ขอบใจมาก เรื่องความตายนี้ อยู่ในวงเล็บ และที่ผ่านมาเคยเกิดมาแล้ว แม้จะไม่มาก เช่นเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว หรือน้อยมากก็คือจากอุบัติเหตุ
แหม การไปสักการะสังเวชนียสถานคงไม่ถึงกับต้องคิดสั่งเสียหมู่ญาติ ก่อนเดินทางราวกับจะไปลับ:)
ในกรณีที่เกิดขึ้นจริงๆ ถ้าต้องการเอาศพกลับเมืองไทย ก็ทำได้ พระธรรมทูตท่านด้วยจิตเมตตากรุณาช่วยดำเนินการและประสานให้ โดยประสานกับสถานทูตที่เดลีหรือสถานกงสุลที่กัลกัตตา รวมทั้งการบินไทยซึ่งจะต้องมีการออกมรณะบัตรโดยสถานทูตหรือสถานกงสุล ผู้แจ้งเรื่องคือพระธรรมทูตหรือญาติที่เดินทางไปด้วย จากนั้นเมื่อออกใบมรณะบัตรแล้ว ก็จะส่งสำเนาให้พระท่านทางแฟกซ์หรืออีเมล์ได้ เพื่อที่จะให้นำไปประสานกับตำรวจและตม.อินเดียในท้องถิ่นที่เกิดเหตุในการนำศพขึ้นเครื่องบินในโอกาสแรก..........
ในช่วง 4 ปีที่อยู่อินเดีย มีกรณีที่ผู้แสวงบุญเสียชีวิต 3-4 รายที่กงสุลได้ออกมรณะบัตรโดยการประสานงานทางไกลแบบนี้
การเผาศพแบบอินเดีย หากมีญาติไปด้วย ก็คงตัดสินใจได้ พระไทยที่นั่นทำหน้าที่จัดการให้ทุกอย่าง จากนั้นก็ส่งอัฐิกลับเมืองไทย
การตาย ก็คือดับจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่ง ถ้าจิตสุดท้ายซึ่งเรียกว่าจุติจิตดับ ปฏิสนธิจิตก็จะเกิดขึ้น ตรงนี้เอง ถ้าจิตสุดท้ายจับอยู่กุศลก็แน่นอนว่ากุศลจิตนั้นนำพาให้เกิดในภพภูมิที่ดีแน่นอน การไปแสวงบุญที่อินเดีย ถือว่าจิตอยู่ในศรัทธาและกุศลแทบตลอดเวลา จากการประสบพบเห็นสิ่งที่ทำให้ปลงธรรมสังเวช โดยเฉพาะการระลึกถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์
ดังนั้นจึงเชื่อว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในระหว่างการแสวงบุญ น่าจะเป็นพื้นฐานที่ดีทางจิตวิญญานให้มีกุศลจิตนำพาไปในทางใหม่
มนุษย์เราเกิดมา ก็ล้วนมีทางเดินกันทุกคน ทางใครทางมัน ใครทำใครได้ ถูกทางก็เข้าใกล้เส้นชัย ผิดทางก็ห่างไกลจนสุดกู่
ถ้าเข้าทางที่ถูกแล้ว คงใจเย็นได้ว่าหากไม่หยุดกับที่หรือถอยหลัง ก็คงมีวันหนึ่งที่เห็นขอบฟ้า
แต่หากเดินผิดทาง อะไรที่จะทำให้เกิดศรัทธา เกิดสติ เกิดปลงธรรมสังเวช ทำให้เราสำนึกได้ ก็น่าจะมีแดนพุทธภูมินี่ละครับ ที่จะเป็นสถานที่เปลี่ยนจิตให้เข้าที่เข้าทาง
เอ ตอบซะยาวเลย สรุป ตายที่ไหนก็ได้ ขอให้จิตดำรงอยู่ในกุศลที่สั่งสมมา
เจริญสุขแด่ทุกท่านที่อ่านครับ
มาแจ้งข่าวว่าปีนี้ การบินไทยจะเริ่มบินเส้นทางกรุงเทพฯ - คยา - พาราณสี ในวันที่ 1 ตุลาคม 2554 เปิดฤดูการไปแสวงบุญสักการะสังเวชนียสถาน ซึ่งในช่วงแรกยังไม่บินทุกวัน ดังนั้น ผู้ที่วางแผนจะไปสังเวชยีสถานก็เตรียมตัวจองที่นั่งกันได้แล้วครับ
รายละเอียดติดต่อการบินไทยครับ
สวัสดีครับท่านเอกฯ
พี่ชายผมได้มีโอกาสไปสักการะสังเวชนียสถานโดยรถไฟขบวนท่องเที่ยวของอินเดียครับ. ผมเอาข้อมูลมาแบ่งปันกับท่านและผู้สนใจครับ.
http://www.railtourismindia.com/cgi-bin/dev1.dll/irctc/booking/planner.do?trainType=Buddhist%20Train&trainCat=Buddhist%20Train&screen=FromTrainType&pressedGo=&submitClicks=0&offset=0
อนุโมทนาสาธุด้วยครับ.
ธานินทร์
ขอบคุณครับ เป็นประโยชน์ครับ ผมเคยทราบข้อมูลของรถไฟขบวนนี้ ซึ่งก็ทราบมาว่าเป็นที่นิยมเหมือนกัน และคนไทยเองก็ใช้บริการ ทางการรถไฟอินเดียก็ดูจะตั้งใจให้บริการผู้แสวงบุญนะครับ เคยแนะนำไปว่าน่าจะหาพนักงานที่เป้นคนไทยเอาไว้คอยบริการคนไทย ไม่ทราบว่ามีหรือไม่
หากผู้ใดมีประสบการณ์รถไฟขบวนปรินิพพานเอ็กเพรสนี้ ก็เชิญมาเล่าสู่กันฟังนะครับ จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ยังไม่เคยใช้ครับ
มาอ่านบันทึก ได้ข้อมูลเพิ่มเติมเลยค่ะ ยังประทับใจกับสิ่งทุกอย่าง
เพิ่งได้ดูหนังเรื่อง a passage to india ประทับใจมากๆ ขอบคุณค่ะ
คุณ Poo ครับ
ฤดูกาลแสวงบุญของชาวพุทธกำลังจะเริ่มในเดือนตุลาคม ศกนี้แล้วครับ....จึงอยากจะให้บันทึกนี้ มีรายละเอียดต่างๆ ให้มากที่สุด เพื่อเป็นความรู้ต่อไปครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันครับ
เรื่อง A Passage to India ดูเรื่องย่อแล้วน่าสนใจ เดี๋ยวต้องไปหามาดูด้วยครับ
ถ้าไปทำพล่สปอรตเสร้จใช้เดินทางได้เลยมัยคับหรือต้องมีระยะเวลาของ พ.ป ว่ากี่วันกี่เดือนถึงจะไปได้ รบกวนตอบนะคับ ขอบคุณ