๗๕๒.การสอนจิตสาธารณะในโรงเรียนและปัจจัยที่เอื้อต่อความสำเร็จ


            จิตสาธารณะและธรรมาภิบาลเป็นสิ่งที่สร้างได้ด้วยกิจกรรมที่เหมาะสมและสร้างสรรค์  หากคนในสังคมเป็นผู้มีจิตสาธารณะ  มีความรัก ความสามัคคี  ช่วยเหลือเอื้ออาทร แบ่งปันและรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จะทำให้คนในสังคมมีความสุข  การฝึกให้นักเรียนเป็นผู้มีคุณลักษณะจิตสาธารณะและฝึกปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกันตามพื้นฐานหลักธรรมมาภิบาล  จึงนับว่าเป็นทางเลือกที่ดี

 

           โรงเรียนวิทยสัมพันธ์  ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านซำรู้ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ๒๒ กิโลเมตร และห่างจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต ๓ ประมาณ ๑๑๐  กิโลเมตร  มีลักษณะทางกายภาพเป็นที่ราบบนภูเขา

 

           การทิ้งขยะเกลื่อนกลาด การขีดเขียนโต๊ะเก้าอี้  การทำลายทรัพย์สมบัติของสาธารณะอื่น ๆ การทำลายต้นไม้ใบหญ้า  การไม่มีระเบียบวินัย  การแต่งกายไม่เรียบร้อย  การไม่มีสัมมาคารวะและความไม่สุภาพอ่อนโยนยังมีปรากฏให้เห็น  รวมทั้งไม่มีการเอื้ออาทรต่อกัน  แม้ว่านักเรียนจะได้รับการอบรมสม่ำเสมอ ตักเตือนและดุด่าว่ากล่าว  รวมทั้งการลงโทษแล้วก็ตามนักเรียนยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างค่อนข้างถาวร

 

          เมื่อศึกษาสภาพบริบทและความเป็นอยู่รวมทั้งวิถีชีวิตของนักเรียนและชุมชน  พบว่านักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่ขาดแคลน  ผู้ปกครองหาเช้ากินค่ำ ทอดทิ้งบุตรหลานให้อาศัยอยู่กับปู่ย่าตายายที่ไม่รู้หนังสือ  อีกทั้งนักเรียนจำนวนหนึ่งถูกทอดทิ้งให้อยู่ดูแลตนเองตามลำพัง และนักเรียนร้อยละ ๗๐ อยู่ในสภาพบ้านแตกเนื่องจากพ่อแม่หย่าร้าง หรือเสียชีวิตจากไป ซึ่งวิถีชีวิตของคนในชุมชนไม่มีแบบอย่างที่ดี  การเล่นการพนันและการดื่มสุราเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่นักเรียนเห็นมาตั้งแต่เด็ก รวมทั้งการมีครอบครัวก่อนวัยอันสมควร  การแก้ไขปัญหาของครูจึงไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

 

           ครั้งหนึ่ง ฉันได้มีโอกาสไปร่วมเรียนรู้และศึกษาดูงานที่งานวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ฟัง ดร.สุพักตร์ พิบูลย์ กล่าวว่า “ความต้องการเห็นวิจัยด้านจิตสาธารณะบ้าง” ทำให้ฉันไปศึกษาค้นคว้าความหมายของคำว่า “จิตสาธารณะ” และนำมาวางแผนกำหนดรูปแบบ  ลงมือจัดการกับปัญหาของนักเรียนข้างต้น

 

          การนำ “จิตสาธารณะ” มาใช้ในการแก้ปัญหา ได้เริ่มขึ้นที่ห้องแนะแนวโดยได้ทดลองกับนักเรียนกลุ่มเล็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ จำนวน ๘๐ คน เพื่อให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์และแก้ปัญหาโดยนักเรียนเอง เพราะว่านักเรียนมีความเข้าใจที่มาของปัญหาได้ดีกว่าครู ตามวิธีการและขั้นตอนดังนี้

 

๑.  นักเรียนแบ่งตนเองออกเป็นกลุ่มละ ๑๐ คน คละความสามารถวัดระดับศักยภาพด้านความดีและคนที่เคยสร้างปัญหา โดยนักเรียนประเมินตนเองว่าเป็นคนดีในระดับใดบ้าง ในตอนแรกจะมีเด็กดีรวมกลุ่มอยู่ด้วยกัน เด็กที่มีปัญหาจะอยู่ด้วยกัน ภายหลังกลุ่มเด็กดีได้แยกกันออกไปกระจายอยู่ตามกลุ่มต่าง ๆ และชักชวนให้เพื่อนที่มีปัญหามาอยู่ในกลุ่มด้วยกัน

 

๒. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันบอกปัญหาที่นักเรียนเคยทำและเคยพบในโรงเรียน แล้วออกไปเขียนปัญหาบนกระดาน ทำให้ได้ปัญหา ๒๖๓ ประเด็น  และรวบรวมปัญหาที่คล้ายกันเรียงลำดับใหม่จากปัญหาที่ง่ายนักเรียนสามารถแก้ได้มี ๖๒ ประเด็น พบปัญหาที่รุนแรงคือการดื่มสุรา เล่นการพนัน มีเพศสัมพันธ์และออกโรงเรียนกลางคัน ลักขโมยเงินของครู เงินเพื่อน ขโมยสิ่งของชาวบ้าน จุดไฟเผาป่าและขว้างปาหน้ารถยนต์

 

๓.   นำปัญหาจำนวน  ๖๒ ประเด็น  มาทำแบบสำรวจ ว่านักเรียนแต่ละคนเคยทำพฤติกรรมที่เกิดปัญหาในข้อใดบ้าง หรือไม่เคยทำ

 

๔.  นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันเสนอว่าจะจัดการอย่างไรกับปัญหาทั้ง ๖๒ ประเด็น นักเรียนได้ให้ข้อเสนอว่า  ควรจำแนกกลุ่มปัญหาเป็น ๓ กลุ่มคือ

          ๔.๑  การรักษาความสะอาดของบริเวณโรงเรียน อาคารเรียน ห้องน้ำนักเรียนห้องน้ำครู  ไม่ทิ้งขยะ  ไม่ทำลายทรัพย์สมบัติ ไม่ติดสารเสพติด รักนวลสงวนตัว ไม่มีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน

         ๔.๒  การรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายต้นไม้ใบไม้ ไม่เดินลัดสนาม  ไม่เผาขยะไม่เผาป่า ปิดน้ำ  ปิดไฟในห้องเรียน  การดูแลและปลูกต้นไม้ และการจัดบรรยากาศภายในชั้นเรียนให้น่าอยู่ รณรงค์การรักษาสิ่งแวดล้อม

         ๔.๓ การมีความเอื้ออาทรต่อเพื่อน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและดูแลคนรอบข้างและการมีน้ำใจต่อบุคคลอื่น ๆ การช่วยเหลือผู้สูงอายุ  และมีความรักความเมตตาต่อสัตว์ ไม่รังแกสัตว์ รวมทั้งการไปรับใช้สังคมเมื่อมีโอกาส

 

๕.     นักเรียนช่วยกันเสนอว่า  การจัดกิจกรรมควรแบ่งนักเรียนรับผิดชอบเป็น ๓  กลุ่ม มีนักเรียนรุ่นพี่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓  เป็นผู้นำกิจกรรม ดังนี้

          ๕.๑  กิจกรรมหัวใจสีขาว  ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการรักษาความสะอาดและแก้ปัญหาในข้อ ๔.๑ การรณรงค์ต่อต้านการใช้สารเสพติด และการรักนวลสงวนตัวไม่ออกโรงเรียนกลางคัน

          ๕.๒  กิจกรรมหัวใจสีเขียว  ทำหน้าที่เป็นผู้นำในการรักษาสิ่งแวดล้อมและแก้ปัญหาในข้อ ๓.๑ การรณรงค์การอนุรักษ์ธรรมชาติ

          ๕.๓  กิจกรรมหัวใจสีชมพู  ทำหน้าที่เป็นผู้นำด้านความเอื้ออาทร การแสดงความรัก ความสามัคคี การช่วยเหลือและแบ่งปัน

 

          กิจกรรมนี้เริ่มขึ้นปีการศึกษา ๒๕๔๗ โดยกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ ทำเป็นแบบอย่างแก่นักเรียนทั้งโรงเรียน  มีการถอดบทเรียนร่วมกันพบว่านักเรียนมีความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาทำให้นักเรียนทั้งโรงเรียนมีมารยาทงามไหว้สวย  ช่วยกันทำงานในโรงเรียนโดยไม่ต้องบอกทำให้โรงเรียนสะอาด มีน้ำใจช่วยเหลืองานของครูและมีความเอื้ออาทรต่อเพื่อนและคนรอบข้างได้ดีขึ้น 

         สิ้นปีการศึกษา  ได้นำแบบสำรวจชุดเดิมมาสำรวจพฤติกรรมนักเรียนอีกครั้งหนึ่ง  และให้นักเรียนประเมินตนเองว่าพฤติกรรมแต่ละข้อ  นักเรียนอยู่ในระดับใด  ผลสำรวจพบว่าพฤติกรรมเลวร้ายได้ลดลง  ไม่มีใครสร้างปัญหารุนแรงขึ้นอีก  ผลการประเมินนักเรียนมีพฤติกรรมดีขึ้นกว่าเดิม

 

        ปีการศึกษา ๒๕๔๘  กิจกรรมได้ดำเนินต่อไปอีกจากนักเรียนกลุ่มเดิม  และรับสมัครนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ขึ้นมาแทน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ที่จบออกไป  และทำกิจกรรมเดิม นักเรียนรู้จักการแก้ปัญหามากขึ้น

 

        ปีการศึกษา ๒๕๔๙  ผู้บริหารโรงเรียนและคณะครูมีความเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์  จึงวางแผนร่วมกันในที่ประชุมให้นักเรียนทุกชั้นได้ปฏิบัติตาม  โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เป็นผู้นำกิจกรรม  และได้ประเมินผลร่วมกันพบว่า

            นักเรียน “ต้องการร่วมคิด ร่วมทำและร่วมกันแก้ปัญหา  และมีความรู้สึกภาคภูมิใจที่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองได้”  

            ครูมีความเห็นว่า “นักเรียนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมด้านจิตสาธารณะดีขึ้น มีความรับผิดชอบและช่วยเหลือเอื้ออาทรต่อครูและเพื่อน"

 

            ส่วนฉันได้พบว่า “หลักการอยู่ร่วมกันแบบธรรมาภิบาลได้เกิดขึ้นในกระบวนการของนักเรียนมาตั้งแต่การเริ่มแบ่งกลุ่มสามารถวิเคราะห์ตนเอง และมีความเอื้ออาทรต่อกัน และให้การยอมรับเพื่อน"

 

              ปีการศึกษา ๒๕๕๐ กิจกรรมนักเรียนจิตสาธารณะ  ทำไปอย่างต่อเนื่อง ครูคอยควบคุมดูแลและให้ความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา  เมื่อนักเรียนประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้พบว่ามีปัญหาที่ติดตามมาอยู่เสมอเช่น  การขาดความรับผิดชอบในนักเรียนบางคน บางกลุ่มยังมีผลการปฏิบัติได้ไม่เป็นที่พอใจ 

 

          ภายหลังที่ฉันได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ พบว่าของหมู่บ้านดีเด่นที่จังหวัดหนึ่งเชียงราย ซึ่งมีผู้พ้นโทษและเคยถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำด้วยคดีการค้ายาเสพติดเป็นจำนวนมาก  แต่ได้รับการยอมรับและสมาชิกในหมู่บ้านให้โอกาส  ไม่รังเกียจเดียดฉันท์  เพราะผู้นำหมู่บ้านยึดการปกครองแบบธรรมาภิบาล และนำข่าวนั้นมาให้นักเรียนอ่าน 

 

         นักเรียนได้ช่วยกันวิเคราะห์ความหมายและศึกษาเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของหมู่บ้านแห่งนี้ และร่วมกันอภิปรายว่าธรรมาภิบาลเป็นระบบการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีหมายถึง แนวทางในการจัดระเบียบเพื่อให้สังคมของประเทศ และสามารถเลือกปฏิบัติตามวัยและวุฒิภาวะของนักเรียน  ซึ่งสรุปได้ดังนี้
             ๑.หลักนิติธรรม(The Rule of Law) หมายถึง การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ของโรงเรียน 
             ๒. หลักคุณธรรม (Morality) หมายถึง การยึดมั่นในความถูกต้อง ดีงาม เพื่อให้มีคุณธรรมพื้นฐาน ๙ ประการคือขยัน ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด ประหยัด สามัคคี มีน้ำใจ และกตัญญู 
             ๓. หลักความโปร่งใส (Accountability) หมายถึง การที่ให้แง่มุมในเชิงบวก และให้ความสนใจในเชิงสงบสุข โดยจะเป็นผู้ที่มีความสุจริต และบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้
            ๔. หลักการมีส่วนร่วม (Participation)หมายถึง การให้โอกาสให้เพื่อน ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจในคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และหรือ คณะทำงานโดยให้ข้อมูล ความคิดเห็น แนะนำ ปรึกษา ร่วมวางแผนและร่วมปฏิบัติ
            ๕. หลักความรับผิดชอบ (Responsibility )หมายถึง การตระหนักในสิทธิและหน้าที่ ความสำนึกในความรับผิดชอบของนักเรียนต่อตนเองและสังคม การใส่ใจปัญหาการบริหารจัดการ การกระตือรือร้นในการแก้ปัญหา และเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง รวมทั้งความกล้าที่จะยอมรับผลดีและผลเสียจากกระทำของตนเอง
        ๖. หลักความคุ้มค่า (Cost – effectiveness or Economy) หมายถึง การบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรที่มีจำกัด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม โดยรณรงค์ให้นักเรียนมีความประหยัด ใช้วัสดุอุปกรณ์อย่างคุ้มค่า และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

 

             ฉันได้สอบถามความต้องการของนักเรียนทำให้ทราบว่านักเรียนมีความสนใจจะนำหลักธรรมาภิบาลมาทดลองใช้แทน “สภานักเรียน” บ้าง ผู้เขียนจึงได้นำเสนอต่อที่ประชุมโรงเรียนและได้รับความเห็นชอบเปลี่ยนสภานักเรียนไปเป็น “นักเรียนธรรมาภิบาล

 

        กลุ่มนักเรียนธรรมาภิบาลได้สืบสานกระบวนการนักเรียนจิตสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารโรงเรียนและการประชุมครูจึงมีมติว่าให้มีการนำ “จิตสาธารณะ” ไปบูรณาการสู่กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ และจัดตั้ง “นักเรียนธรรมาภิบาล” ให้ทำหน้าที่ปกครอง ดูแลกันเอง โดยมีครูทุกคนเป็นที่ให้คำปรึกษา รวมทั้งทำหน้าที่ดำเนินกิจกรรมหน้าเสาธง และการเป็นพิธีกรหรือผู้ดำเนินรายการของกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น เกิดการเรียนรู้ "โครงงานเยาวชนคนธรรมาภิบาลทำดีถวายในหลวง"

 

       กิจกรรมที่นักเรียนร่วมกันทำด้านจิตสาธารณะเป็นประจำวัน โดยตอนเช้าเมื่อนักเรียนมาถึงโรงเรียนแล้วและก่อนหลังเลิกเรียนนักเรียนจะทำกิจกรรม ”หัวใจสีขาว” ทั้งโรงเรียนโดยไม่ต้องบอก     โดยมีผู้นำกลุ่มเป็นผู้รับผิดชอบดูแล ส่วนกิจกรรม "หัวใจสีเขียวและกิจกรรมหัวใจสีชมพู" นักเรียนจะปฏิบัติทุกครั้งเมื่อมีโอกาส  ส่วนคณะนักเรียนธรรมาภิบาลจะมีการประชุมทุกวันพุธหลังเลิกเรียน  แบ่งหน้าที่ไปติดตามปัญหาจากครูเวรประจำวัน ข่าวเหตุการณ์เพื่อมานำเสนอหน้าเสาธง และหากมีนักเรียนทำผิดระเบียบหรือทะเลาะวิวาท ประธานนักเรียนและคณะกรรมการที่มีหน้าที่จะนำนักเรียนไปพบและช่วยไกล่เกลี่ยแก้ปัญหา ถ้าหากเป็นกรณีที่รุนแรงก็จะลงโทษโดยวินัยเชิงบวกคือมอบหมายงานที่สร้างคุณค่าให้เช่นการล้างห้องน้ำ การถอนหญ้าหรือการรดน้ำต้นไม้  และคณะนักเรียนธรรมาภิบาลได้รับโอกาสจากโรงเรียนให้เข้าร่วมประชุมกับคณะครูและผู้ปกครองเป็นครั้งคราว

 

       ปีการศึกษา ๒๕๕๑  นักเรียนได้ร่วมใจกันไปทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนคือ "กิจกรรม CSR เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน"  กิจกรรมการเรียนรู้ภูมิปัญญา “โครงงานเติมรักปรุงรสวิถีไทย”  ช่วยเหลือชาวบ้านนำใบกะทอนมาทำน้ำปรุงรส  ซึ่งทำได้ปีละครั้ง ระหว่างเดือนมีนาคมของทุกปี  น้ำปรุงรสสามารถใช้แทนน้ำปลา เหยาะใส่น้ำพริกและทำน้ำปลาหวานได้รสชาติดี   

  

         ปีการศึกษา ๒๕๕๒ นักเรียนนักเรียนได้ร่วมใจกันทำกิจกรรมในโรงเรียนคือการแสดงความกตัญญูในวันไหว้ครู จากการเรียนรู้บทความจิตตปัญญา โดยจัดทำอาหารพื้นบ้านมาเลี้ยงครู  การบีบนวด และล้อมวงบอกรักคุณครู และกิจกรรมในชุมชนคือกลุ่มการดูแลผู้ป่วยเบาหวานซึ่งมีมากในชุมชน  โดยการไปแนะนำให้ความรู้ในการปฏิบัติตนเองของผู้ป่วย  การบีบนวดและให้กำลังใจ   กลุ่มการรณรงค์ต่อต้านการใช้สารปรุงแต่ง เนื่องจากคนในชุมชนนิยมบริโภคสารปรุงแต่งอาหาร สารชูรสและสีผสม  กลุ่มการเก็บขยะรอบ ๆ บริเวณในชุมชน  โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนและวันหยุด

 

          เมื่อถึงวันวาเลนไทน์นักเรียนประชุมกันว่า จะจัดผ้าป่าสามัคคีแทนกิจกรรมวันวาเลนไทน์  เรียกว่า "ผ้าป่าจิตสาธารณะวันวาเลนไทน์" ดำเนินงานโดยนักเรียนทั้งหมด มีครูเป็นที่ปรึกษา และนำรายได้จากผ้าป่าไปมอบให้กับโรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนา ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ในตำบลเดียวกัน เป็นการสร้างค่านิยมดีงาม และไม่ใส่ใจกับวัฒนธรรมตะวันตก

 

       ปีการศึกษา ๒๕๕๓ นักเรียนได้ร่วมใจกันไปทำกิจกรรมในโรงเรียน  ซึ่งนักเรียนร่วมกันคิดร่วมกันทำ ครูเป็นเพียงป็นที่ปรึกษาเท่านั้น คือการแสดงความกตัญญูในวันไหว้ครู โดยแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น ๑๗ กลุ่มทำความสะอาดโรงเรียนได้แก่การทำความสะอาดกำแพง การทำความสะอาดห้องน้ำ การเช็ดถูรอยสกปรกบริเวณอาคาร  การเก็บใบไม้ การพรวนดินต้นไม้ การดายหญ้า และการปลูกต้นกล้วย  ภายหลังมีการโหวตเลือกกิจกรรมประทับใจคือ “การปลูกต้นกล้วย” คณะผู้นำนักเรียนธรรมาภิบาลรับหลักการว่าจะมีการปลูกกล้วยกันทั้งโรงเรียนเท่ากับจำนวนนักเรียนในโรงเรียน  ส่วนนักเรียนชั้นโตจะปลูกให้น้องเล็ก ๆ คนละ ๑ ต้น  นักเรียนคนที่ทำผิดกฏระเบียบจะถูกลงโทษจากคณะกรรมการนักเรียนธรรมาภิบาลให้ไปขุดหลุมสำหรับต้นกล้วยแล้วแต่กรณี  เกิดการเรียนรู้ต่อยอดเป็น "โครงงานพี่พอเพียงน้องเพียงพอ"

 

       การจัดกิจกรรมนักเรียนจิตสาธารณะและนักเรียนธรรมาภิบาลส่งผลให้เกิดคุณค่าต่อผู้มีส่วนร่วม ดังต่อไปนี้

          ผลที่เกิดกับนักเรียน  ทำให้นักเรียนมีความตระหนักในสำนึกจิตสาธารณะ  ไม่ทิ้งขยะ ไม่ทำลายทรัพย์สมบัติของส่วนรวม ไม่ทำลายต้นไม้ใบไม้ ไม่เดินลัดสนามหญ้า ยกเว้นนักเรียนชั้นเล็ก ๆ และนักเรียนเข้าใหม่  มีน้ำใจเอื้ออาทรต่อคนรอบข้างรับใช้ครูและบุคคลอื่น โดยไม่ต้องบอก มีมารยาทงามไหว้สวย  มีความมั่นใจในการแสดงออก  กล้าเสนอความคิดเห็น กล้ารับผิด  มีความรักความสามัคคีกันมากขึ้น ลดปัญหาการออกโรงเรียนกลางคันและการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนลงได้ติดต่อกัน ๓ ปี

 

           ผลที่เกิดขึ้นกับครู  ครูมีความพึงพอใจที่เห็นนักเรียนมีพฤติกรรมจิตสาธารณะสูงขึ้น  ได้ลดบทบาทการปกครองดูแลลง  นักเรียนไม่ขาดเรียนและไม่หนีเรียน ส่งผลให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านอื่น ๆ ได้รับการพัฒนาไปตามลำดับ  ได้รับคำชมเชยจากผู้ปกครองว่าดูแลเอาใจใส่และให้การอบรมนักเรียน  ครูได้แนวทางของการใช้วินัยเชิงบวกและการสร้างคุณค่าความภาคภูมิใจในตนเอง (Self Esteem) เพราะผลของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียน

 

           ผลที่เกิดขึ้นกับโรงเรียน  ทำให้ระบบการบริหารจัดการมาจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย  เพราะมีนักเรียนเป็นตัวเชื่อมโยง  เป็นที่สนใจของผู้ใหญ่ใจดีมาสนับสนุนให้ทุนการศึกษา จัดตั้งถังน้ำดื่ม เครื่องกรองน้ำ มอบจักรยาน บริจาคต้นไม้ เครื่องมือการเกษตร ลูกหมูเหมยซาน นักวิชาการอิสระมาจัดค่ายวิทยาศาสตร์  ค่ายเยาวชน  ค่ายดูดาว และสื่อมวลชนให้ความสนใจมาให้ความอนุเคราะห์ถ่ายทำรายการโทรทัศน์ “สำนึกพลเมืองดี” รายการ “เทิดไท้องค์ราชันย์” และรายการ “เยาวชนคนเก่ง

 

           ผลที่เกิดขึ้นกับชุมชน  ผู้ปกครองมีความสุขที่ได้เห็นบุตรหลานปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีความสนใจให้ความร่วมมือในการพัฒนาและกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น องค์การบริหารส่วนตำบลให้การสนับสนุนช่วยเหลืองบประมาณสำหรับการจัดกิจกรรมนักเรียนและกิจกรรมอื่น ๆ

 

           กิจกรรมจิตสาธารณะที่นักเรียนได้ร่วมมือกันฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง  ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน  มีความรัก ความสามัคคี มีน้ำใจเอื้ออาทร มีสัมมาคารวะ กล้าแสดงความคิดเห็นและการยอมรับซึ่งกันและกันอันเป็นพื้นฐานของความเป็นธรรมาภิบาล ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่สร้างได้โดยผ่านกระบวนการฝึกด้วยกิจกรรมที่เหมาะสมและสร้างสรรค์ มีครูเป็นผู้ปรึกษาและให้กำลังใจ

 

          ปัจจัยที่เอื้อต่อความสำเร็จในการจัดกิจกรรมนักเรียนจิตสาธารณะและนักเรียนธรรมาภิบาล  ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นการเริ่มต้นจากห้องเรียนโดยครูและนักเรียนเพียงกลุ่มหนึ่ง ถ้าหากผู้บริหารโรงเรียนไม่สนับสนุนส่งเสริม  ความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้ หรืออาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียนบางกลุ่มบางคนเท่านั้น  เพราะครูผู้สอนไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการองค์กร  และที่สำคัญ “จิตวิญญาณของครู” ที่มีความมุ่งมั่นสร้างความศรัทธาให้เกิดการยอมรับและได้รับกำลังใจจากเพื่อนครู 

 

          ปัจจุบันฉันได้กลับไปช่วยงานที่โรงเรียนอีกครั้งหนึ่ง พบว่าการสอนจิตสาธารณะยังคงถูกกำหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  เพราะจิตสาธารณะได้บรรจุไว้ในหลักสูตรแกนกลาง ๒๕๕๑

 

           การเรียนการสอนไม่ว่าจะเป็นสาระหรือกิจกรรมใด ๆ   หากขาดการเอาใจใส่และติดตามผลอย่างใกล้ชิด  ต่อเนื่อง สม่ำเสมอ  ความสำเร็จอาจจะห่างไกลจากความเป็นจริง  แม้ว่าผลการวิจัยจากการให้นักเรียนตอบแบบสอบถามมาทั้ง ๓ ด้านคือด้านความรู้ ความเข้าใจ ด้านกระบวนการและด้านคุณลักษณะของผู้มีจิตสาธารณะจะพบค่าที่แสดงไว้สูงก็จริง  ถ้าละเลยต่อการฝึกปฏิบัติก็จะไม่เกิดผล 

 

          ฉันจึงมีความตั้งใจว่าจะต่อยอดการจัดกิจกรรมนี้ต่อไป  โดยขออนุญาตบอกกับเพื่อนครูว่า  จะช่วยดูแลกิจกรรมให้ตามที่นักเรียนต้องการในข้อเสนอแนะ  และจะทำการประเมินโดยเกณฑ์ RUBRIC ซึ่งจะให้นักเรียนเป็นผู้กำหนดเอง  และวัดจากตัวนักเรียน ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และประเทศชาติ  ฉันพบความจริงตลอดเวลาว่า "โรงเรียนที่อยู่บ้านนอกห่างไกล  จะไม่สามารถสอนเด็กให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการได้  แต่ที่มีความสามารถทำได้อย่างไร้ขีดจำกัดคือการสอนให้นักเรียนเป็นคนดี" ขอยืนยัน

 

หมายเลขบันทึก: 446000เขียนเมื่อ 26 มิถุนายน 2011 14:19 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 ธันวาคม 2012 13:47 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (35)

สวัสดีค่ะพี่

แวะมาอ่านค่ะ น่ารักเหมือนเดิม คงสบายดีนะคะพี่

สวัสดีค่ะ ครูคิม

              แม้จะเออรี่รีไทล์แล้วแต่ยังมีใจรักที่จะทำประโยชน์ให้กับโรงเรียน ยังเห็นความสำคัญของการสร้างเยาวชนให้เป็นคนดีของสังคม ขอชื่นชมจริงๆค่ะ

"โรงเรียนที่อยู่บ้านนอกห่างไกล จะไม่สามารถสอนเด็กให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการได้ แต่ที่มีความสามารถทำได้อย่างไร้ขีดจำกัดคือการสอนให้นักเรียนเป็นคนดี"

     บางทีถ้าครูในโรงเรียนมัธยมขยายโอกาสบางแห่งได้มาอ่านข้อความนี้ คงจะทำให้ได้คิดบ้างว่าการแข่งขันกันที่ผลสัมฤทธิ์ โดยภูมิใจนักหนาว่านักเรียนสอบได้คะแนนคณิตศาสตร์เป็นอันดับหนึ่งของจังหวัด โดยที่รู้กันอยู่เต็มอกว่าความจริงคืออะไร...คงจะรู้จักอายเป็นบ้าง

มาเรียนรู้ด้วยค่ะท่านอาจารย์

ขอบคุณมาก

  • ยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิมเลยนะคะพี่คิม..^^

 

ขอบคุณที่แบ่งปัน

เหมือนมีกำลังใจที่จะทำอะไรอะไรขึ้นมาอีกเยอะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะ พี่ครูคิม

ชัดเจนค่ะ หลักสูตรคนเก่ง คนดี

มาเยือนคุณยายคิมที่มีจิตสาธารณะครับผม นำภาพมาฝากด้วยครับ


สวัสดีค่ะคุณครูวิไล บุรีรัตน์

ดีใจที่กลับมาทักทาย

พี่คิมสอนจิตสาธารณะและต่อสู้กับปัญหามากมาย เขียนได้เป็นเล่มอยากเผยแพร่ แต่โรงพิมพ์คิดแพงจังค่ะ

ขอขอบคุณที่เห็นประโยชน์นะคะ

สวัสดีค่ะคุณKRUDALA

พี่คิมชอบทดลองเล่นกับสิ่งใหม่ๆ และไม่ชอบลอกเลียนแบบของใครค่ะ ไม่กลัวกับปัญหาอุปสรรค ถ้าสิ่งนั้นมันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยเฉพาะเด็กค่ะ

โรงเรียนขยายโอกาสสู้ไม่ไหวค่ะด้านวิชาการ  นอกจากเปลี่ยนค่านิยมมาสนใจวิชากิน และการส่งเสริมให้เป็นคนดี สู้ได้ค่ะ

การบันทึกผลมีเป็นเล่มขนาด ๑๒๐ หน้าค่ะ จะหาวิธีการทำเป็นเล่มเผยแพร่ค่ะ

สวัสดีค่ะอาจารย์น้องMSU-KM :panatung~natadee

หวังว่าคงสบายดีนะคะ 

ขอขอบคุณที่เห็นประโยชน์กับกิจกรรมของพี่คิมค่ะ  เด็กโตเขาก็มีความคิดบรรเจิดมากนะคะ  เช่นน้องพนัสทำอยู่ค่ะ

สวัสดีค่ะน้องครูแป๋ม

น้องสบายดีนะคะ คงมีความสุขกับที่ทำงานแห่งใหม่

บันทึกนี้เล่ายาวค่ะ เพราะยืนยันกับบันทึกก่อนหน้านี้ค่ะ

สวัสดีค่ะคุณครูรินน์

ยินดีที่ได้รู้จัก ขอต้อนรับสู่การแลกเปลี่ยนจิตสาธารณะค่ะ  รู้สึกดีที่คุณครูเห็นประโยชน์ของเรื่องเล่านี้ค่ะ

ต้ังใจทำหนังสือไว้เล่มหนึ่ง  แต่ไม่มีปัญญาจะไปจัดพิมพ์ เพราะเขาคิดแพงมากค่ะกว่าแสนขึ้น จะรอหาวิธีการอื่น ๆก่อนนะคะ

ขอเป็นกำลังใจค่ะ

สวัสดีค่ะน้องnoktalay

พยายามเขียนอย่างย่อ ๆ พอเข้าใจความเป็นมาค่ะ ส่วนปัญหาอุปสรรคมีมาก ไม่ควรพูดถึงนะคะ  เพราะต่อสู้ผ่านพ้นมาแล้วค่ะ

สวัสดีค่ะอาจารย์โสภณ เปียสนิท

ยายขอขอบคุณค่ะ  ที่แวะมาให้กำลังยายค่ะ

จิตสาธารณะส่งให้เกิดธรรมาภิบาลนะคะ

สวัสดีค่ะIco48

  • ช่วงที่ผ่านมาพี่คิมห่างจากคอมพ์ไปเลยหวังไว้ว่าต้องมีงานใหม่เข้ามาแน่นอน
  • ตามข้อสงสัยจากบล็อกมาว่ามีความสุขอะไรรออยู่ให้ติดต่อ
  • จิตสาธารณะเป็นสิ่งที่เห็นผลทันตามากกว่ามุ่งวิชาการ เพราะบริบทแต่ละที่มีปัญหามากมายและขาดคนที่ลงไปช่วยเยียวยา
  • เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ

สวัสดีค่ะพี่คิม

  • เป็นบันทึกที่ยาว แต่ก็อ่านจนจบค่ะ
  • ด้วยเห็นว่าเป็นบันทึกที่มีประโยชน์มาก หากได้นำไปประยุกต์ใช้กับโรงเรียนของตัวเอง
  • หลังจากเหนื่อยกับการจัดค่าย รักการอ่าน วันนี้ ผอ.สาว ใจดีผิดปกติ คือให้หยุดพักผ่อน 1 วันค่ะ  น้องก็เลยพักผ่อนด้วยการแวะมาเยี่ยมเยียนกัลยาณมิตรทั้งหลายค่ะ
  • พี่คิมสบายดีนะคะ คิดถึงเสมอค่ะ  ถ้าอย่างไรพี่คิม ต่อสายตรงหาน้องหน่อยนะคะ
  • คือว่า โทรศัพท์เครื่องเก่าเสีย  เปลี่ยนเครื่องใหม่ ทำให้เบอร์ของพี่คิมหายไปค่ะ
  • ขอให้พี่คิมมีความสุขเสมอ ๆ นะคะ

ชื่นชมกระบวนการสร้างสำนึกจิตสาธารณะ และขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ค่ะ

สวัสดีครับ

ผมชื่มชมมาก ๆ สำหรับกิจกรรมนี้จังครับ

เริ่มแรกดูเนิบ ๆ แต่ลึกซึ้ง

ทำมาทำไปช่างงดงาม

และเกิดการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย

เป็นงานที่งดงาม

ยาวนาน

และติดตัวเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่

ผมชอบ...อยากทำจังครับ

อรุณสวัสดิ์ครับครูพี่คิม

ตื่นมาตรวจข้อสอบครับ...แต่ก่อนเริ่มงานแอบแวะมาหาครูคิมก่อน...อ่านแล้วก็ได้คำตอบที่เคยสงสัยว่า ทำไมหนอครูพี่คิมจึงยังกลับไปช่วยงานที่โรงเรียนอยู่เสมอ... ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ครูพี่คิมทำงานอย่างมีความสุขต่อไปครับผม

ปล. ครูพี่คิมเหมือนคุณพ่อผมหลายอย่างครับ...ท่านเกษียณแล้วแต่ก็ยังไปช่วยสอนที่โรงเรียนเดิมอยู่ แต่ที่ผมเห็นว่าต่างไปจากแต่ก่อนคือ "ความสุข" ที่ท้นเอ่อออกมาจากใบหน้า...รู้แบบนี้ยุให้เออรี่นานละ (ฮ่าๆ)

 

มาเป็นกำลังใจ แขนไม่สบายหายเร็วๆนะคะ

สวัสดีครับพี่

บทเรียนจากบันทึกนี้น่าสนใจมากครับ

ทำอย่างไรจะเผยแพร่ไปให้โรงเรียนต่างๆได้อ่าน

พี่ส่งให้ทางผอ.เขต สิครับผมว่าแกน่าจะสนใจและนำไปขยายผลในโรงเรียนในเขตได้

บันทึกของพี่แนะนำกระบวนการไว้อย่างละเอียด และน่าจะเป็นตัวอย่าง/แบบอย่างให้ครูที่สนใจได้

วันนี้มาเรียนหนังสือครับพี่

  • "แก้ไขปัญหาด้วยปัญญาพัฒนาไม่หยุดยั้ง"
    น่าชื่นชมจริงๆ ค่ะ พี่คิม
  • สบายดีนะคะ  แวะมาทักทายค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณครู

มาเรียนรู้ จิตสาธารณะในโรงเรียนแล้วจะนำไปต่อยอดในโรงพยาบาล หลายโครงการ

ขอบคุณบทเรียนดีๆค่ะคุณครู

สวัสดีค่ะพี่คิม

...คิดแล้วทำ ดีจังค่ะพี่  อยากมีโอกาสได้อ่านบันทึกทั้ง120หน้าของพี่จัง

...พักนี้เตรียมรับ สมศ.รอบ3ค่ะ 

...ไม่ค่อยมีเวลาเลย

คิดถึงเสมอนะคะ

สวัสดีค่ะคุณ krupong

ขออภัยที่ตอบเม้นท์ช้าไป  เพราะมือและแขนข้างขวาป่วยค่ะ

จริงและเห็นด้วยค่ะ  ที่ผลทางวิชาการไม่เต็มที่  แต่หากแทนด้วยการสอนให้เป็นคนดี ก็น่าจะสำคัญกว่าค่ะ

สวัสดีค่ะน้อง อิงจันทร์ บ้านกลอนไฉไล

ยังไม่ถนัดกับการจิ้มตัวหนังสือค่ะ เป็นเรื่องเก่าที่เคยนำมาเล่าเป็นตอน ๆ เพื่อให้ชัดเจน จึงนำมาเรียงใหม่ค่ะ

สวัสดีค่ะ  นาง นงนาท สนธิสุวรรณ

การสร้างความตระหนัก  มีความจำเป็นกับวัยเด็กค่ะ  เมื่อเติบโตขึ้นจะทำให้มีจิตสำนึกดี

สวัสดีค่ะ คุณหมอ ทิมดาบ

ครูส่วนใหญ่จะเชื่อเรื่องการฝึกค่ะ  แต่ต้องอดทนกับการติดตามและรอคอย  ขอเป็นกำลังที่คิดจะทำค่ะ

สวัสดีค่ะอาจารย์

กว่าจะค้นพบความต้องการของตัวเองก็ผ่านการชิงชัยมาหลายสนามค่ะ  ปัจจุบันพี่คิมว่ามีไม่น้อยนะคะ  ที่ออกไปแล้วได้กลับไปช่วยงานของโรงเรียน  หรือที่อื่น ๆ 

ขอขอบคุณที่มาให้กำลังใจเสมอค่ะ  คราวนี้ตอบเม้นท์ช้าหน่อยค่ะ

สวัสดีค่ะน้องดา

 
ขอบคุณมากค่ะ  ใกล้หายแล้วค่ะ  ไม่เจ็บไม่ปวดค่ะ 

สวัสดีค่ะ หนานเกียรติ

เด็กไปประกวดโครงงานคุณธรรมเมื่อ ๒๕๕๑  กรรมการบอกว่าอะไรเหรอ  ไม่รู้เรื่อง  และธรรมาภิบาลเป็นเรื่องของระดับประเทศ  เด็กเอามาเล่นได้อย่างไร

นี่คือความจริง

เมื่อกลับมาโรงเรียนพี่คิมไม่เน้นการแข่งขัน  ก็สวนทางปืนอีก

สวัสดีค่ะ ธรรมทิพย์

พี่คิมเป็นคนดื้อ  และชอบทดลองสิ่งใหม่ ๆ ค่ะ  และไม่ชอบลอกเลียนแบบใคร ๆ ความคาดหวังคือสอนมาเป็นร้อย เป็นพัน  แต่ได้เห็นประจักษ์เพียง ๑  ก็นับว่าเป็นบุญค่ะ

สวัสดีค่ะ

namsha 
ขอบคุณค่ะ  ที่เห็นคุณค่า  พี่คิมยินดีรับใช้นะคะ 

สวัสดีค่ะ namsha 

ขอบคุณค่ะ  ที่เห็นคุณค่า  พี่คิมยินดีรับใช้นะคะ 

สวัสดีค่ะ ปิ่นธิดา

พี่คิมไปช่วยงานโรงเรียนเพื่อเตรียมประเมินเหมือนกันค่ะ  ขอเป็นกำลังให้เช่นกันนะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี