เมื่อวานนี้ น้องฟุงเล่าให้คุณพ่อฟังอย่างตื่นเต้นว่า "พ่อๆ ตอนนี้ที่โรงเรียนฟุงมีทีวีวงจรด้วยนะ" คุณพ่อก็เลยแก้ให้ว่า "ทีวีวงจรปิด ลูก" น้องฟุงรีบบอกเสียงดังอย่างมั่นใจว่า "แต่มันเปิดตลอดเลยนะ พ่อ ไม่ได้ปิดเลย" โอ๊ย พวกเราพ่อ แม่และพี่ๆ 2 หนุ่มหัวเราะกันท้องแข็ง เกี่ยงกันใหญ่ว่าใครจะเป็นคนอธิบายน้องฟุงดี

วันนี้ เอาอีกแล้ว น้องฟุงทำการบ้าน รู้สึกจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับศัพท์หมวดต่างๆ มีคำต่างๆมาถามถึงคำแปล เช่น พระเศียร คือ หัว พระเกศาคือผม น้องฟุงรู้บ้างเป็นบางคำ แต่พอมาถึงคำว่า "รับสั่ง" คุณแม่บอกว่าแปลว่า พูด น้องฟุงทำท่าว่าแปลกจัง (แต่ไม่ได้พูดอะไร) แต่ก็ทำให้คุณแม่ก็เลยได้คิดไปด้วยว่า เออนะ แปลกจริงด้วย

คราวนี้มาถึงอีกหมวด "จำวัด" น้องฟุงทำท่าจะแปลเอง คุณแม่รีบบอกว่า "นอน ลูก" น้องฟุงต่อทันทีว่า "จำคุก ก็แปลว่านอนในคุก ใช่ไหม แม่ จำวัดก็นอนในวัด" โอ๊ย...แม่ละเหนื่อย "ไม่ใช่ลูก แปลว่า ขัง จำวัดที่แปลว่านอนนั่น ใช้กับพระ นอนที่ไหนไม่ใช่ที่วัด ก็เรียกว่าจำวัดเหมือนกัน" แต่ก็คิดว่า เออ จริงนะ จำคุกก็คือนอนในคุก 

ว่าแล้วก็ได้คิดอีกแล้วว่า เวลาเราพูดคำหลายๆคำ เรารับรู้ความหมายไปเลยโดยไม่ได้คิดถึงความหมายของแต่ละคำที่มาประกอบกันพอมีคนมาแปลเป็นคำๆ ก็เป็นเรื่องตลกไปได้เหมือนกัน อีกไม่นานน้องฟุงก็คงจะเป็นเหมือนพวกเรา (หรือไม่หนอ?)