GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ตลาดนัดความรู้กรมอนามัย ... AAR (44) ปิดตลาด ตอนที่ 1

สิ่งที่ได้ก็คือ การปรับเปลี่ยนเรื่องวัฒนธรรมองค์กร คือ เขามีทัศนคติที่ดีต่อการจัดการความรู้

 

ตอนท้ายเกือบสุดของตลาดนัดความรู้ของกรมอนามัย คุณศรีวิภา ได้นำการ AAR ในเรื่อง “2 ปีที่ผ่านมากับการทำงาน KM”

  1. คุณคิดว่าได้อะไร
  2. ตามเป้าหมายมั๊ย
  3. อะไรที่ยังขาด และ
  4. อะไรที่ยังอยากได้เพิ่มเติม

มีหลายท่านที่ได้แสดงความคิดเห็นนะคะ ขอยกมาบางตัวอย่างก็คือ

  1. ได้รู้ว่าคนอื่นทำ KM ถึงไหน เราก็จะเอาไปปรับใช้กันยังไง และสิ่งที่จะไปปรับใช้ต่อไป อยากให้กรมฯ ช่วยเป็นกำลังใจ หรือดูแลหน่วยงาน ให้สามารถดำเนินงานให้ครอบคลุม เพราะจริงๆ แล้วในส่วนที่เราดำเนินการ เราทำได้ สามารถดำเนินงานบรรลุเป้าในส่วนของเรา แต่เราไม่สามารถที่จะไปเกี่ยวข้องกับงานอื่นๆ ได้มาก เพราะว่ายังไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่
  2. สิ่งที่ได้คือ ได้เห็น กระบวนการของ KM ที่หน่วยงานได้ทำไปสู่การ integrate กับงานพัฒนาองค์กร คือ เข้ากับงาน TQA, Blueprint for Change และ PMQA เพราะของศูนย์อนามัยที่ 8 ได้เอา KM เข้าไป integrate กับงาน TQA และ PMQA โดยใช้กระบวนการภายใต้ KM ไปสู่การพัฒนาองค์กรโดยวัดผลได้จริงๆ
  3. เท่าที่ผ่านมา เรื่องการวัดระดับความสำเร็จอาจจะยังไม่ชัดเจน แต่สิ่งที่ได้ก็คือ การปรับเปลี่ยนเรื่องวัฒนธรรมองค์กร คือ เขามีทัศนคติที่ดีต่อการจัดการความรู้ และส่วนที่สองที่ได้คือ กระบวนการจัดการความรู้เป็นการหาความรู้เป็นทีม ได้รับรู้ด้วยกัน
  4. ศูนย์อนามัยที่ 2 เพิ่งเริ่มทำ KM มาเพื่อดูว่า เขาทำอะไรบ้าง ก็ได้บางส่วน จะเอาไปคุยกับเพื่อนร่วมงาน ว่า มาดูแล้วมีคนทำอะไรบ้าง และจะเขียนแผน KM เพื่อการพัฒนา
  5. ได้เห็นกระบวนการการนำ KM ไปใช้ในงานปกติ ได้เห็นของหลายๆ คน ของเขต 1, กองอนามัยเจริญพันธุ์, สิงห์ป่าสัก, ครูนง ที่ไม่ได้คาดหวังคือ ได้มาคุยกับ CKO ทราบว่า CKO ทำอะไร และทำความเข้าใจว่า การทำอะไร ควรดูบริบทของศูนย์ กลับไปจะทำใหม่ ดูว่าศูนย์ควรจะใช้วิธีการใด วิธีการสร้าง CoP สร้างชมรม ก็เริ่มต้นที่ฐานของ KM จากกองแผนงานก็ได้เทคนิคการเล่าเรื่อง และลงท้าย AAR ก็ต้องปรับไปปรับมาให้มันเหมาะกับงาน และคิดว่าต่อไปนี้ KM ของศูนย์ก็จะเดินต่อไป
  6. สลก. จะพยายามหาหัวปลาทูที่ไม่ไกลเกินฝัน และทำพร้อมกันได้ กลับไปคงจะหาสิ่งที่จะมาเล่าสู่กันฟังก่อน ไม่ว่าจะเป็นงานยาน งานอาคาร ยังไงปีหน้าเราก็เผื่อจะได้มา ลปรร. กับคนอื่นในลักษณะงานที่เหมือนๆ กันได้บ้าง ปีที่แล้ว สลก. ไปดูงานของ กรมสรรพากร แต่ว่าเขาเป็นลักษณะ high technology และบุคลากรปริญญาตรี และปริญญาโททั้งนั้น
  7. ตอนที่กองคลังทำ KM เมื่อปลายปี 47 ก็บอกกับคุณหมอว่า กองคลังนี่เป็นหน่วยสนับสนุน ยังไม่ทำหรอก ยังไม่อยากทำ ให้ภารกิจหลักทำไปก่อน คุณหมอก็แซวให้ทำ และก็ up เราใหญ่เลย บอกว่า สิ่งที่เราทำนี้ก็คือ KM แต่ไม่บอกว่า ถูกหรือผิด หลอกให้เรางง งง ทำไปเรื่อยๆ แต่ที่จริงก็คือ KM บทสรุปสุดท้ายของ KM ก็คือการจัดการความรู้ที่มีอยู่ในตัวเรา และทุกคนในองค์กร เป็นบุคคลที่มีความรู้จริง สมกับที่กรมอนามัยลงทุนให้เราไปมากมาย หาคนที่เก่งๆ มาให้ความรู้ในการอบรม สัมมนา จนกระทั่งเราเป็นหน่วยงานที่มีชื่อว่า มีการอบรมสัมมนาสูงที่สุด แม้กระทั่ง สตง. ยังชมเชยมาก ว่าปีหน้าจะเข้ามาตรวจงานฝึกอบรม เราก็บอกว่า ถ้าไม่จัดประชุม อบรม สัมมนานี่ กรมเราก็เป็นกรมวิชาการ แล้วเราจะเอาความรู้ที่ไหนไปถ่ายทอดให้กับประชาชนที่เขาเป็นเครือข่ายเรา ในสมัยก่อนไม่ได้ใช้ภาษานี้นะคะ คำว่า ภาคีเครือข่าย แต่สมัยท่านรองกาญจนฯ ที่จัดให้ อ.ดำรงค์มาให้ความรู้ และหมดเงินไปเยอะๆ เราก็ได้ความรู้ ได้วิสัยทัศน์ จนบัดนี้วิสัยทัศน์เปลี่ยนเปลี่ยนมา จนบอกว่า วิสัยทัศน์เก่าน่ะถูกแล้ว คือความฝัน ฝันให้จริง ฝันให้ไกล ไม่ใช่งานประจำ เหมือนกับที่ อ.พรพรรณ พูด วิสัยทัศน์ของเราไม่ได้เป็นงานประจำ อ.ศุภชัย บอกว่า เอ องค์กรหลัก คุณก็หลักอยู่แล้วนี่ ทำไมถึงเขียนว่าองค์กรหลัก พอเราบอกว่า เป็นที่ยอมรับ พี่เข็มมาช่วยเราทำ ก็บอกให้เป็นเลิศ กับเป็นผู้นำ ถกเถียงกันใหญ่ ไม่ยอมเป็น คุณเปี๊ยกนี่โดนยำน่าดูเลยค่ะ อยากจะเป็นมาก และสุดท้ายบทสรุป ณ วันนี้จริงๆ ก็ต้องเป็นผู้นำ ในปีไหนคุณก็ต้องฝันไว้ ไม่งั้นคุณก็ไปไม่ได้ไกล
  8. คิดว่าได้เกินเป้าที่ตั้งไว้ KM ของกองโภชนฯ เพิ่งไต่บันไดขึ้นไป ที่ได้มาก คือ การทำงาน KM ควรทำด้วยใจ จิตวิญญาณ และมองให้เป็นภาพรวม แต่ต้องมีการเชื่อมโยง ทุกวันนี้ ของกองโภชนาการ มีงานดีงานเด่น แต่บางครั้งยังขาดการเชื่อมโยงกัน อีกอันหนึ่งประทับใจเมื่อเช้านี้ คุณจิตติมา พูดว่า เปลี่ยนยาขม ให้เป็นยาคูลท์ เพราะยาคูลท์มันช่วยย่อยระบบต่างๆ เราก็เลยจะเอาแนวคิดนี้มาช่วยสะกัดความรู้วิชาการที่กองโภชนมีอยู่ มาต่อยอดความรู้ของเราต่อไปครับ
  9. คิดว่า ขอบคุณกรมฯ ที่ท่านผู้บริหารตัดสินใจว่า เรายังไม่ใช้ template ของ กพร. เพื่อพัฒนา เพราะว่าถ้าใช้แล้วอาจเกิดการต่อต้านอย่างชัดเจน เราได้ใช้รูปแบบของเรา และใช้ในเชิงลึก พัฒนาเรื่องจิตใจ ในเรื่องความพร้อมของคน เพราะว่ามันเป็นเครื่องมือที่สำคัญ จากที่บูทแต่ละบูทจะเห็นความแตกต่างของแต่ละระดับ ซึ่งบอกถึงพัฒนาการของเรา บอกได้ว่า เมื่อไรที่คุณจัดเป็นแบบโครงสร้างที่เข้มแข็ง อย่างเช่นที่ทำของศูนย์ 6 มันก็เกิดผลเหมือนกัน แต่ก็จะมีจุดบางจุดที่จะต้องพัฒนา เพื่อให้เข้าถึงเรื่องของจิตใจ ถ้าเรามีหลากหลายรูปแบบ บูท bakery ก็มีรูปแบบที่เขาจะอธิบาย

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 44398
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)