AAR ยังไม่จบนะคะ ต่อตอนที่ 2 

  1. คาดหวังว่า จะได้มา ลปรร. และต้องการมาดูบูทว่า แต่ละบูทนำเสนออะไร และตั้งใจว่า จะนำไป develop เพราะว่าพื้นที่สูงทำงานกับชาวเขา และได้เรียนรู้วิธีที่เราสามารถนำไปปรับใช้ เช่น ของศูนย์อนามัยที่ 6 กองอนามัยการเจริญพันธุ์ และกลุ่มพัฒนาความร่วมมือทันตฯ ที่คล้ายๆ กัน ... ในองค์กรของเรามีข้าราชการทั้งหมด 12 คน อัตราจ้าง 58 คน ยังไม่เข้าใจเรื่อง KM และเราก็ขอโอกาสให้ทีมอาจารย์ไปช่วยต่อไป ... สิ่งที่ยังไม่ได้คือ อยากให้อาจารย์ให้ reward แก่ผู้ที่นำเสนอในบูท เพราะว่าเขามาด้วยใจ ถ่ายทอดอะไรได้เยอะ และอยากเห็น reward สำหรับผู้จัดด้วย
  2. ศูนย์อนามัยที่ 10 พยายามกระจายความเห็นออกไปให้มาก ก็มีเมล็ดพันธุ์ที่งอกเพิ่มจาก KM มาก เรามีกลุ่มที่เกิดขึ้น โดยเป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ก็คือกลุ่มสึนามิ, กลุ่ม knowledge PR คัดทีมน้องๆ สวยๆ ก็จัดการเรื่องแต่งเนื้อแต่งตัว ดูให้เข้าท่า สวยงาม และเอ๊าะๆ เป็นทีมที่จะเข้าไปเรียนรู้สายงานเพิ่มมากขึ้น จาก รพ. และเราก็มีทีมซ่อนเร้นอยู่ ที่พยายามเจาะหาข้อมูลความรู้ต่างๆ และทีมที่พากันไปวัด และมีกลุ่มต่างๆ มากมาย เกิดขึ้นในศูนย์ฯ ของเราด้วย ... มาคราวนี้เห็นว่า กรมฯ มีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะ ผอ.กองคลังที่ไม่เคยขึ้นเวทีเลย ก็สามารถนำเสนอสิ่งที่น่าภาคภูมิใจมาก การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในส่วนกลางมีสิ่งที่โดนใจ เพราะว่าปีนี้เกิดขึ้นมาก และอยากบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้ขอให้ยั่งยืน และอยากจะให้จัดเป็นที่ดูงานของหน่วยงานอื่นต่อไป
  3. เดิมคุณสมพรพูดไว้ คนก็ยังไม่ get กัน อย่างเจ้าหน้าที่ธุรการก็ทำ KM ได้ คนงงมาก เขาบอกคนขับรถก็ทำ KM ได้ ก็งงอีกเหมือนกัน พอมาวันนี้ก็คิดว่า จะกลับไปเป็นแนวร่วมให้คุณสมพร ให้มองว่า คุณจะต้องเรียนรู้เพื่อที่จะเอาไปปรับเปลี่ยน แต่จริงๆ แล้ว คนในกองยังไม่ change เลย ตรงนี้ก็เป็นฐานที่ดี สามารถนำไปเผยแพร่ และนำไปพูดกับคนในกลุ่มงานว่ าจะต้องมา ลปรร. ทุกคนมีความคิดอยู่ในตัว แต่ว่าไม่ได้ถูกนำเอาไปใช้ และก็ทำให้เรารู้สึกว่า เพื่อนร่วมงานทุกคนมีคุณค่า แม้กระทั่งคนขับรถ เราก็ต้องเห็นความสำคัญของเขา เขาก็สามารถมีสิ่งที่ทำให้กอง หรือองค์กรประสบความสำเร็จในการทำงานได้ ก็ขอขอบคุณเวทีนี้ที่ทำให้ตัวเองเปิดตา เปิดใจ ในการรับรู้มากขึ้น
  4. ดิฉันเป็นนิติกร งาน KM ของกองการเจ้าหน้าที่ ทุกคนยังไม่ค่อยเข้าใจในการทำ KM และเราก็ทำ KM แบบธรรมชาติ ก็คือ วันไหนมีปัญหาอะไรกัน เราก็จะมาพูดคุยกัน และเราก็เก็บความรู้ตรงนั้นไว้ แต่มันไม่สมบูรณ์ตรงที่เราไม่ได้นำมาเรียบเรียง และนำมาเป็นแฟ้ม เพื่อให้ว่าคนอื่นมาอ่าน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า ยังไม่ได้ให้ความสำคัญสักเท่าไร แต่ มาวันนี้เราเข้าใจแล้วว่า เราควรจะจัดการงานที่ทำ ให้เป็นการจัดการความรู้ที่เก็บเอาไว้ และใครมาอ่านในภายหลังก็ไม่ต้องมาถามในปัญหาเดิมนี้อีก ก็อาจจะทำเป็นการเผยแพร่ออกไปก็ได้ ... เพราะว่าปัญหาที่เราพบไม่ได้เป็นปัญหาที่อยู่ในระเบียบแล้วตอบได้เลย บางครั้งต้องไปค้นคว้า หาแนวทาง ศึกษาเพิ่มเติม ... ตรงนี้ สำคัญที่ในฝ่ายจะได้ทำ KM ในลักษณะนี้กัน และในปีต่อไปในทางกฎหมายเองจะมี KM มาเสนอ ... สำหรับกองการเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเรื่อง การบริหารงานบุคคล ตอนนี้ก็ปิ๊งที่จะไปเสนอ ผอ. ว่า เราก็มีงานใหม่ในเรื่องการสรรหาพนักงานราชการ ที่จะสอบในอาทิตย์นี้ ก็จะมีคนที่ได้รับมอบหมายคนหนึ่ง ที่ได้ทำงานนี้มาจนเกือบจะบรรลุความสำเร็จ และจะสอบในวันที่ 23 นี้แล้ว และงานต่อไปก็คงเป็นเรื่องของการประเมินผลพนักงานราชการ ก็จะเอาตัวนี้ไปเป็นตัวหัวปลาไปเสนอกับ ผอ. ว่า เราก็ควรจะคุยกันในเรื่องของ ประเมินผลพนักงานราชการ เพื่อทำเป็นแนวทางช่วยในการทำงานต่อไป ... และมาเห็นพี่เปี๊ยก ที่ทำงานด้วยกันมาตลอด ก็มีปัญหาเยอะ ก็เข้าใจว่าต้องทำ KM กับงานพัสดุกันบ้าง เพราะจะได้มีการทำไปในแนวทางเดียวกัน และทุกคนจะได้เข้าใจในเนื้องานด้วย
  5. สองปีกับ KM ขอนแก่น เป้าหมายสุดท้ายก็คงจะเป็น การสร้างความรู้ขึ้นมากับกลุ่มงานเพื่อเอาไว้เป็นความรู้ในงาน แต่ตัวเองไม่มีเป้าหมาย แต่ดีใจที่มี KM เพราะตัวเองชอบพูด ชอบพิมพ์ ชอบฟังคนอื่นเล่า และได้เอามา ลปรร. ซึ่งก็ได้เก็บสิ่งที่เขียนไว้ พิมพ์ไว้ และจะนำมาเผยแพร่ แต่ว่ายังไม่มีช่องทางที่จะเผยแพร่ ต่อเมื่อเจอเวป Gotoknow ที่บอกว่ามาเผยแพร่ทางนี้ก็ได้ ... และได้ทราบว่า คุณหมอไกรสร หมอสูติ บอกว่า ผมมีเยอะเลย ขุมความรู้ของผม เขียนไว้ตั้งแต่ผมเป็นนักเรียนแพทย์ จนเป็นหมอสูติ จบออกมาก็เก็บดองไว้เยอะเลย และก็ไม่มีช่องทางจะให้ ลปรร. ... เดี๋ยวเราก็จะไปบอกว่า สร้างใน Gotoknow ขุมความรู้ของท่านก็จะได้เผยแพร่ด้วย
  6. วันนี้ได้แผนปี 50 ที่จะไปทำ ที่ศูนย์ 9
  7. จริงๆ แล้ว เวทีนี้เป็นเวทีแรกที่เปิดโอกาสให้น้อง คือ ทีมงานของศูนย์อนามัยที่ 5 มาร่วมงาน เมื่อคืนหลังจากที่เรานั่งเสวนาโต๊ะกลมแล้ว ก็ให้น้องมาช่วยคุยให้ฟังว่า เขาได้อะไรบ้าง กับการที่น้องไปคุยกับทุกศูนย์ ปรากฏว่า สิ่งที่เขาได้รับมันเกินความคาดหมายว่า มันเหมือนกับว่า เราอยากให้น้องเขาไปดูที่อื่นทำอะไรกันบ้าง แต่ว่ามันต่อยอดไปจากเดิมที่เขาคิดไว้ เช่นจากเดิมที่เขาบอกว่า เขาไปนั่งโต๊ะ Fa และเขาก็ไปเชื่อมเครือข่าย เขาก็บอกว่า อยากไปเปิดเวป blog Gotoknow ซึ่งเขาบอกว่า เขามีเครือข่ายละ เริ่มสร้าง ตรงจุดนี้เกินความคาดหมาย ส่วนตัวเองได้เข้าไปนั่งวง CKO ซึ่งความจริงตัวเองอยู่กลุ่ม Fa แต่อยากสัมผัส CKO ว่าเขาดำเนินการอย่างไรบ้าง ก็มีการ ลปรร. ก็ได้มีการรู้จัก พี่ๆ น้องๆ ซึ่งพอเราได้ เหมือนกับเรามีอะไรที่เราจะไปดำเนินการต่อ หรือไปผลักดันในหน่วยงาน มีเรื่องเกี่ยวกับการไปทำงานกับเครือข่าย หรืออะไรก็แล้วแต่ เราดูผู้รับผลประโยชน์ของเราในเรื่องที่จะไปแลกเปลี่ยน ถ้า win-win ทั้งคู่ งานของเราก็จะสำเร็จ เพราะจริงๆ KM เป็นกระบวนการที่ทำให้งานสำเร็จ
  8. กพร. มีการทำ KM อยู่เสมอ จากเรื่องที่เข้ามา โดยมีหน้าที่ที่จะต้องผลักดันออกไปเป็นนโยบายของกรมฯ และทุกเรื่องที่เข้ามาใหม่ต้องมีการแลกเปลี่ยน ด้วยลักษณะพิเศษเราทำงานอยู่ในห้องเดียวกัน 3 คน เพราะฉะนั้นเราจะมีการแลกเปลี่ยนและพูดคุยกันตลอดเวลา เป็นเรื่องใหม่ๆ ทั้งนั้น แต่ด้วยข้อจำกัดของบุคลากร ทำให้เราไม่มีโอกาสมาเขียนกระบวนการสิ่งที่ได้มาออกมา
  9. สิ่งที่จะนำไปทำต่อคือ แฟ้มภูมิปัญญา เพราะหลายหน่วยงานเข้าไปดู บอกว่า ครบปีแล้ว จะทำยังไงกับแฟ้มภูมิปัญญา ก็จะต้องกลับไปดูกันต่อว่า จะทำอะไรกันได้บ้าง