ภาคเสวนาทางวิชาการ
แปดเป็ง ; วิวัฒนาการและแนวทางการพัฒนา [1]
แปดเป็ง เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประจำจังหวัดพะเยา เมื่อถึงเวลาเทศกาลแล้วผู้คนทั้งจตุรทิศได้หลั่งไหลพากันมากราบนมัสการพระเจ้าตนหลวงวัดศรีโคมคำ ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ทั้งจากอำเภอต่าง ๆ ในตัวจังหวัดเอง ทั้งจังหวัดใกล้เคียงอันได้แก่ลำปาง เชียงราย เชียงใหม่ เป็นต้น แม้ต่างประเทศ เช่น เชียงตุง เชียงรุ้ง ของพม่า ฯลฯ ก็เดินทางเข้ามาร่วมประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์นี้อันแสดงถึงพลังของคลื่นศรัทธามหาชนที่มีต่อพระพุทธศาสนาและองค์พระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพะเยามาช้านาน
คำว่า แปดเป็ง คือวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖ แต่คนทางเหนือ(คนท้องถิ่น) จะนับไวไปอีกสองเดือน ก็คือเดือน ๘ ตอนเดือนเพ็ญนั่นเอง ในวันดังกล่าวคือวันวิสาขบูชา อันเป็นวันคล้ายวัน ประสูติ - ตรัสรู้ - ปรินิพพาน ของพระพุทธองค์
วันแปดเป็ง ทุกปีจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองตลอด ๑๐ วัน ๑๐ คืน โดยมีพ่อค้าประชาชนได้หลั่งไหลกันมาจากทั่วทุกสารทิศ ขายทุกอย่างเหมือนตลาดนัดผู้คนมากมาย บ้างก็มาเที่ยวดูงานมหรสพ การละเล่นต่าง ๆ เช่น มวย ภาพยนตร์ ชิงช้า และเครื่องอุปโภคบริโภคนานาชนิด ซึ่งทางวัดได้จัดให้ทำกิจกรรมบริเวณสนามหน้าวัด ส่วนภายในบริเวณรอบศาลาราย จะมีพ่อค้าแม่ค้าจับจองขายเครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ เช่น ถ้วย, จาน, เครื่องใช้ไฟฟ้า, พรม, ผ้าสบง, หนังสือ, เครื่องพลาสติก เป็นต้นซึ่งจะขอแยกอธิบายเป็นจุด ๆ ดังนี้
สำหรับหน้ากุฏิใหญ่ (กุฏิเจ้าอาวาส) ได้มีแม่ค้ารายย่อยมาขายของจำพวกพริกแห้ง, แคบหมู, ปลาส้ม, หน่อไม้, ข้าวแตน, ไข่ปลา, หน่อไม้ดอง ฯลฯ
ในพระวิหาร จะเป็นกิจกรรมทางศาสนา โดยจะเริ่มแต่เช้าตรู่มีการทำบุญตักบาตร ไหว้พระ ฟังธรรมเทศนา, ตอนเย็นจะมีสวดมนต์หมู่, เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน, สวดเบิก, เฉลิมฉลองจุดดอกไม้ไฟ, โคมลอย, โคมแขวน ฯลฯ
ถ้าปีไหนมีเดือนอธิกมาศ หรือ เดือนแปดสองหน ทางวัดจะถือเอาเดือน ๘ หนแรกเป็นหลักซึ่งจะรับรู้รับทราบกันโดยปริยาย ว่าจะมีประเพณีซึ่งทำให้สาธุชนพุทธบริษัท นักแสวงบุญเดินทางเข้ามากราบนมัสการพระเจ้าตนหลวงอย่างเนืองแน่น
“ วันแปดเป็ง” ทำไมต้องสัมพันธ์กับพระเจ้าตนหลวง วิมล ปิงเมืองเหล็กกล่าวว่า “แปดเป็ง คือ วันเกิดพระเจ้าตนหลวง ” เพราะวันเริ่มโยนหินถมหนองน้ำก้อนแรก ก็ตรงกับวันแปดเป็ง วันที่เริ่มลงมือก่อสร้างพระเจ้าตนหลวงก็ตรงกับวันแปดเป็ง เมื่อสร้างใช้ระยะเวลานานถึง ๓๓ ปี ในปีที่เสร็จเรียบร้อยก็ตรงกับวันแปดเป็ง เมื่อพระวิหารเสร็จอีกปีต่อมาก็เฉลิมฉลองกันในวันแปดเป็ง เพราะฉะนั้นวันแปดเป็ง จึงไม่สามารถแยกออกจากตำนานขององค์พระเจ้าตนหลวงอันศักดิ์สิทธิ์นี้ได้
ในการเสวนาวันนี้ ได้ทัศนะจากผู้ที่เกี่ยวข้องผูกพันและเหล่านักวิชาการทั้งหลายที่ช่วยกันแต่งแต้มภาพ สีสัน คำว่า แปดเป็ง ให้เป็นจิกซอร์ที่เด่นชัดมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่
พระสุธรรมมุนี ได้ฉายภาพในวัยเด็กที่ทำให้เห็นบรรยากาศเก่า ๆ ของงานประเพณีแต่ก็ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันเป็นประเพณีจริง หรือทำกันหลอก ๆ กันแน่ แล้วคนจะทราบซึ่งและเข้าถึงได้อย่างไร ?
วิมล ปิงเมืองเหล็ก ได้พูดถึงคำว่า แปดเป็ง ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองเหนือว่าวันเดือนเพ็ญและได้เล่าถึงประวัติการก่อสร้างพระเจ้าตนหลวง ส่วนในตอนที่สองได้เสนอแนวคิดโดยแบ่งเป็นเขตพุทธาวาส, เขตสังฆาวาส และเขตฆราวาส โดยมีรูปแบบจัดงานที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม
พระธรรมวิมลโมลีได้พูดถึงการสร้างพระเจ้าตนหลวง การบูรณะ และการพื้นฟูในแง่มุมประวัติศาสตร์โดยชี้ให้เห็นถึงภาพเมืองพะเยายุคกลางได้อย่างชัดเจน
พระครูปริยัติกิตติคุณ ได้เปรียบเทียบบรรยากาศยุคก่อนและปัจจุบันให้เห็นข้อเหมือนและข้อแตกต่าง โดยมีการจัดแสดงสินค้าทั้งพื้นเมืองและสมัยใหม่ที่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของประเพณีดังเดิมได้
นักวิชาการศึกษาสำนักงานศึกษาธิการอำเภอเชียงคำ ได้พูดถึงประเพณีในแง่ของจิตวิญญาณโดยมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย
จักรแก้ว นามเมือง ได้พูดถึงองค์กรที่น่าจะมีส่วนร่วมในการจัดงานและแหล่งงบประมาณที่สนับสนุน
พระมหาศรีบรรดร ถิรธมฺโม ได้พูดถึงเรื่องจุดประสงค์ของโครงการและชี้ให้เห็นของกระบวนการจัดกิจกรรมโดยเน้นหลักไตรสิกขา ซึ่งประกอบไปด้วย หลักศีล - หลักสมาธิ - หลักปัญญา เป็นแกนหลักยึดถือ
อาจารย์โรงเรียนพะเยาพิทยาคม ได้พูดถึงเรื่องการจัดถนนคนเดินโดยใช้ถนนหน้าวัดซึ่งห้ามรถวิ่งไปมาในช่วงเทศกาล
บรรจง วงค์ราษฎร์ ได้ช่วยเปิดประเด็นและสรุปประเด็นให้เห็นภาพที่กว้างขึ้น
ทั้งหมดนี้เป็นต้วอย่างที่ทำให้เห็นว่าผู้สนใจใฝ่ศึกษาได้ติดตามรายละเอียดสืบ
ต่อไปและขอขอบคุณท่านวิทยากรทั้งหมดที่ได้ช่วยกันต่อเติมภาพดังกล่าวชัดเจนยิ่งขึ้น โดยลำดับความเป็นมา สภาพปัจจุบัน และอนาคตของงานประเพณี
ขอความใฝ่รู้ ความสวัสดี ความสุข จงมีแด่ท่านผู้ช่วยกันสืบสานวัฒนธรรมภูกามยาวทั้งหลาย
พระมหาศรีบรรดร ถิรธมฺโม
ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขต
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา
๑๘ กรกฎาคม ๒๕๔๕
[1] เสวนาทางวิชาการนี้จัดโดยโครงการสืบสานวัฒนธรรมภูกามยาว มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา ณ ห้องประชุมหอจดหมายเหตุแห่งชาติพะเยา วันพฤหัสบดี ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๕