เสวนาทางวิชาการนี้จัดโดยโครงการสืบสานวัฒนธรรมภูกามยาว มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา ณ ห้องประชุมหอจดหมายเหตุแห่งชาติพะเยา วันพฤหัสบดี ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๕

ภาคเสวนาทางวิชาการ

แปดเป็ง ; วิวัฒนาการและแนวทางการพัฒนา [1]

 

 

                แปดเป็ง  เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประจำจังหวัดพะเยา  เมื่อถึงเวลาเทศกาลแล้วผู้คนทั้งจตุรทิศได้หลั่งไหลพากันมากราบนมัสการพระเจ้าตนหลวงวัดศรีโคมคำ  ตำบลเวียง  อำเภอเมือง  จังหวัดพะเยา  ทั้งจากอำเภอต่าง ๆ ในตัวจังหวัดเอง  ทั้งจังหวัดใกล้เคียงอันได้แก่ลำปาง  เชียงราย  เชียงใหม่  เป็นต้น  แม้ต่างประเทศ เช่น เชียงตุง  เชียงรุ้ง ของพม่า  ฯลฯ ก็เดินทางเข้ามาร่วมประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์นี้อันแสดงถึงพลังของคลื่นศรัทธามหาชนที่มีต่อพระพุทธศาสนาและองค์พระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพะเยามาช้านาน

                คำว่า  แปดเป็ง  คือวันขึ้น  ๑๕  ค่ำเดือน  ๖  แต่คนทางเหนือ(คนท้องถิ่น) จะนับไวไปอีกสองเดือน ก็คือเดือน  ๘  ตอนเดือนเพ็ญนั่นเอง  ในวันดังกล่าวคือวันวิสาขบูชา อันเป็นวันคล้ายวัน ประสูติ - ตรัสรู้ - ปรินิพพาน  ของพระพุทธองค์

               

     วันแปดเป็ง  ทุกปีจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองตลอด  ๑๐  วัน  ๑๐  คืน  โดยมีพ่อค้าประชาชนได้หลั่งไหลกันมาจากทั่วทุกสารทิศ  ขายทุกอย่างเหมือนตลาดนัดผู้คนมากมาย  บ้างก็มาเที่ยวดูงานมหรสพ  การละเล่นต่าง ๆ เช่น มวย ภาพยนตร์  ชิงช้า  และเครื่องอุปโภคบริโภคนานาชนิด ซึ่งทางวัดได้จัดให้ทำกิจกรรมบริเวณสนามหน้าวัด  ส่วนภายในบริเวณรอบศาลาราย จะมีพ่อค้าแม่ค้าจับจองขายเครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ เช่น ถ้วย, จาน, เครื่องใช้ไฟฟ้า, พรม, ผ้าสบง, หนังสือ, เครื่องพลาสติก เป็นต้นซึ่งจะขอแยกอธิบายเป็นจุด  ๆ  ดังนี้

 

                สำหรับหน้ากุฏิใหญ่ (กุฏิเจ้าอาวาส) ได้มีแม่ค้ารายย่อยมาขายของจำพวกพริกแห้ง, แคบหมู, ปลาส้ม, หน่อไม้, ข้าวแตน, ไข่ปลา, หน่อไม้ดอง  ฯลฯ

 

                ในพระวิหาร  จะเป็นกิจกรรมทางศาสนา โดยจะเริ่มแต่เช้าตรู่มีการทำบุญตักบาตร ไหว้พระ ฟังธรรมเทศนา, ตอนเย็นจะมีสวดมนต์หมู่, เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน, สวดเบิก, เฉลิมฉลองจุดดอกไม้ไฟ, โคมลอย, โคมแขวน  ฯลฯ

                ถ้าปีไหนมีเดือนอธิกมาศ หรือ เดือนแปดสองหน ทางวัดจะถือเอาเดือน  ๘  หนแรกเป็นหลักซึ่งจะรับรู้รับทราบกันโดยปริยาย ว่าจะมีประเพณีซึ่งทำให้สาธุชนพุทธบริษัท  นักแสวงบุญเดินทางเข้ามากราบนมัสการพระเจ้าตนหลวงอย่างเนืองแน่น

               

     “ วันแปดเป็ง”  ทำไมต้องสัมพันธ์กับพระเจ้าตนหลวง วิมล  ปิงเมืองเหล็กกล่าวว่า “แปดเป็ง คือ วันเกิดพระเจ้าตนหลวง ”   เพราะวันเริ่มโยนหินถมหนองน้ำก้อนแรก  ก็ตรงกับวันแปดเป็ง  วันที่เริ่มลงมือก่อสร้างพระเจ้าตนหลวงก็ตรงกับวันแปดเป็ง  เมื่อสร้างใช้ระยะเวลานานถึง  ๓๓  ปี ในปีที่เสร็จเรียบร้อยก็ตรงกับวันแปดเป็ง เมื่อพระวิหารเสร็จอีกปีต่อมาก็เฉลิมฉลองกันในวันแปดเป็ง เพราะฉะนั้นวันแปดเป็ง จึงไม่สามารถแยกออกจากตำนานขององค์พระเจ้าตนหลวงอันศักดิ์สิทธิ์นี้ได้

               

     ในการเสวนาวันนี้ ได้ทัศนะจากผู้ที่เกี่ยวข้องผูกพันและเหล่านักวิชาการทั้งหลายที่ช่วยกันแต่งแต้มภาพ สีสัน คำว่า แปดเป็ง  ให้เป็นจิกซอร์ที่เด่นชัดมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่

                พระสุธรรมมุนี                    ได้ฉายภาพในวัยเด็กที่ทำให้เห็นบรรยากาศเก่า ๆ ของงานประเพณีแต่ก็ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันเป็นประเพณีจริง หรือทำกันหลอก ๆ กันแน่ แล้วคนจะทราบซึ่งและเข้าถึงได้อย่างไร  ?

                วิมล  ปิงเมืองเหล็ก            ได้พูดถึงคำว่า แปดเป็ง ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองเหนือว่าวันเดือนเพ็ญและได้เล่าถึงประวัติการก่อสร้างพระเจ้าตนหลวง ส่วนในตอนที่สองได้เสนอแนวคิดโดยแบ่งเป็นเขตพุทธาวาส, เขตสังฆาวาส  และเขตฆราวาส  โดยมีรูปแบบจัดงานที่แตกต่างกันตามความเหมาะสม

                พระธรรมวิมลโมลีได้พูดถึงการสร้างพระเจ้าตนหลวง  การบูรณะ และการพื้นฟูในแง่มุมประวัติศาสตร์โดยชี้ให้เห็นถึงภาพเมืองพะเยายุคกลางได้อย่างชัดเจน

                พระครูปริยัติกิตติคุณ        ได้เปรียบเทียบบรรยากาศยุคก่อนและปัจจุบันให้เห็นข้อเหมือนและข้อแตกต่าง โดยมีการจัดแสดงสินค้าทั้งพื้นเมืองและสมัยใหม่ที่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของประเพณีดังเดิมได้

                นักวิชาการศึกษาสำนักงานศึกษาธิการอำเภอเชียงคำ                ได้พูดถึงประเพณีในแง่ของจิตวิญญาณโดยมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย

                จักรแก้ว  นามเมือง             ได้พูดถึงองค์กรที่น่าจะมีส่วนร่วมในการจัดงานและแหล่งงบประมาณที่สนับสนุน

                พระมหาศรีบรรดร  ถิรธมฺโม            ได้พูดถึงเรื่องจุดประสงค์ของโครงการและชี้ให้เห็นของกระบวนการจัดกิจกรรมโดยเน้นหลักไตรสิกขา ซึ่งประกอบไปด้วย หลักศีล - หลักสมาธิ - หลักปัญญา  เป็นแกนหลักยึดถือ

                อาจารย์โรงเรียนพะเยาพิทยาคม     ได้พูดถึงเรื่องการจัดถนนคนเดินโดยใช้ถนนหน้าวัดซึ่งห้ามรถวิ่งไปมาในช่วงเทศกาล

                บรรจง  วงค์ราษฎร์             ได้ช่วยเปิดประเด็นและสรุปประเด็นให้เห็นภาพที่กว้างขึ้น

               

     ทั้งหมดนี้เป็นต้วอย่างที่ทำให้เห็นว่าผู้สนใจใฝ่ศึกษาได้ติดตามรายละเอียดสืบ

     ต่อไปและขอขอบคุณท่านวิทยากรทั้งหมดที่ได้ช่วยกันต่อเติมภาพดังกล่าวชัดเจนยิ่งขึ้น โดยลำดับความเป็นมา  สภาพปัจจุบัน  และอนาคตของงานประเพณี

 

                ขอความใฝ่รู้  ความสวัสดี  ความสุข  จงมีแด่ท่านผู้ช่วยกันสืบสานวัฒนธรรมภูกามยาวทั้งหลาย

 

 

 

พระมหาศรีบรรดร  ถิรธมฺโม

ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาเขต 

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตพะเยา

๑๘  กรกฎาคม  ๒๕๔๕



[1] เสวนาทางวิชาการนี้จัดโดยโครงการสืบสานวัฒนธรรมภูกามยาว  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตพะเยา  ณ  ห้องประชุมหอจดหมายเหตุแห่งชาติพะเยา  วันพฤหัสบดี  ที่ ๒๓  พฤษภาคม  ๒๕๔๕