ประวัติการสร้างพระเจ้าตนหลวงนอกจากมีมาในใบลาน หรือปั๊บสมุดข่อยแล้ว ยังมีปรากฏในแผ่นศิลาจารึกวัดศรีโคมคำ ๑ แผ่น คือจารึกที่ ลพ./๒๙ ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จังหวัดลำพูน กรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จตามในหลวงราชกาลที่ ๗ ในคราวเสด็จประพาสมณฑลพายัพ และทรงได้พบศิลาจารึกที่รองอำมาตย์ตรีขุนสิทธิประศาสน์ ในขณะเป็นนายอำเภอพะเยา แล้วจึงแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนคือนำแผ่นที่สมบูรณ์ย้ายไปเก็บไว้ ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกรุงเทพฯ แผ่นที่ชำรุดบางส่วน ให้เก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์มณฑล รวม ๑๒ หลัก

ความหมายคำว่า พระเจ้าตนหลวง

                พระเจ้าตนหลวง  หรือที่มีคนนิยมเรียกว่า  พระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงเมืองพะเยา  [1]   นั้นมีที่มาดังนี้ คำว่าพระเจ้าตนหลวง หมายความว่าเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่มาก  คำว่าทุ่งเอี้ยง หมายความว่าสถานที่ประดิษฐานนั้นเป็นหนองน้ำชื่อหนองเอี้ยง  คำว่าทุ่ง  หมายความว่าบริเวณดังกล่าวโดยเฉพาะทิศตะวันตกของวัด หรือกว้านพะเยาในปัจจุบันเคยเป็นทุ่งนามาก่อน  คำว่าเมืองพะเยา  หมายถึงตั้งอยู่ในจังหวัดพะเยานั้นเอง

                พระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงเมืองพะเยา  ถือว่าเป็นพระพุทธปฏิมาองค์ประธานของวัดศรีโคมคำที่ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองล้านนา  โดยมีหน้าตักกว้างถึง ๑๔.๐๐  เมตร  สูง  ๑๖.๐๐  เมตร   นับตั้งแต่ก่อสร้างมาจนถึงปัจจุบันมีอายุได้  ๕๑๔  ปี  (คำนวณ  ณ  ปีพุทธศักราช  ๒๕๔๘)

 

ผู้ครองนครเลื่อมใสพากันร่วมใจสนับสนุนการสร้าง

                พระเจ้าตนหลวงสร้างเมื่อจุลศักราชได้  ๘๕๓  ปีล้วงไก๊  วันพุธ  ขึ้น  ๑๕  ค่ำ  เดือน  ๘  (เหนือ)  ยามกองงาย  ซึ่งอยู่ในยุคสมัยของพญาเมืองยี่เจ้าผู้ครองเมืองพะเยา  ซึ่งร่วมยุคสมัยของพญายอด (เชียงราย)  เจ้าผู้ครองเมืองเชียงใหม่  เมื่อสร้างองค์พระได้ปีที่  ๔   พญาทั้งสองก็เสด็จพิลาลัยไปในเวลาไล่เลี่ยกัน

 

                พระเมืองแก้ว(ราชบุตร) ก็ได้ขึ้นครองเมืองเชียงใหม่แทนพระราชบิดาในขณะพระชนมายุได้  ๑๓  พรรษา  ฝ่ายเมืองพะเยาพญาหัวเคียนขึ้นครองเมืองพะเยา เมื่อพระองค์ครองเมืองพะเยาได้  ๒๐  ปี ก็ถึงแก่พิราลัยไปอีกในขณะที่องค์พระเจ้าตนหลวงยังไม่ทันแล้วเสร็จ  พญาเมืองแก้วเจ้าเมืองเชียงใหม่จึงแต่งตั้งพระเมืองตู้(ราชบุตร)  ขึ้นครองเมืองพะเยาแทนพระราชบิดา ณ  เวลานี้เองที่องค์พระเจ้าตนหลวงแล้วเสร็จในปีจุลศักราชได้  ๘๘๖  ปีกาบสัน (ปีวอก)  ตรงกับวันพุธ  ขึ้น  ๑๕  ค่ำ  เดือน  ๘  (เหนือ)  พุทธศักราชได้  ๒๐๖๗    รวมระยะเวลาก่อสร้างนานถึง  ๓๓  ปี

 

                เมื่อสร้างพระเจ้าตนหลวงเสร็จเรียบร้อยแล้ว  พญาเมืองตู้เจ้าเมืองพะเยาได้ส่งสาส์นไปทูลพญาเมืองแก้วเจ้าผู้ครองเมืองเชียงใหม่ว่า  “ องค์พระพุทธปฏิมาได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ”  พญาเมืองแก้วจึงเกิดปีติศรัทธาปสาทะเป็นกำลัง  จึงได้พระราชทานทองคำหนักจำนวน  ๒,๐๐๐  และเงินอีกจำนวน  ๖,๐๐๐  เพื่อก่อสร้างพระวิหาร

 

 

ที่มาของนามว่าพระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงเมืองพะเยา

 

     การก่อสร้างพระวิหารเป็นไปอย่างดีและต่อเนื่องจึงทำให้สำเร็จลุล่วงไปได้โดยใช้เวลา  ๒  ปี  การสร้างพระวิหารเสร็จเมื่อ  ปีจอ  จุลศักราชได้  ๘๘๗  วันขึ้น  ๑๕  ค่ำเดือน  ๘  (เหนือ)  ทำบุญฉลองสมโภชองค์พระและพระวิหาร  พญาเมืองแก้วทรงพระราชทานนามว่า    “ พระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงเมืองพะเยา  ”

 

พญาเมืองแก้วกับพญาเมืองตู้  จึงได้ร่วมกันทรงปักเขตแดนของวันพระเจ้าตนหลวงทุ่งเอี้ยงเมืองพะเยา  ไว้ดังนี้

ทิศเหนือ                                จรดเชิงดอยจอมทอง

ทิศใต้                                      ติดกับวัดอุ่นหล้า

ทิศตะวันออก                       นับจากวัดอุ่นหล้าไป  ๑,๐๐๐  วา

ทิศตะวันตก                          นับจากฝั่งแม่น้ำอิง  ๕๐๐  วา

 

      เพื่อการดังกล่าวนี้พญาทั้งสองได้ทรงร่วมกันพระราชทานคนเอาไว้คอยอุปัฏฐากพระเจ้าตนหลวงจำนวนฝ่ายละ  ๑๐  ครัวเรือน  รวมเป็น  ๒๐  ครัวเรือน

 

     เมื่อเกิดศึกสงครามชาวพะเยาต่างก็ถูกข้าศึกกวาดล้างเอาครอบครัวไปเป็นจำนวนมาก และบางส่วนไปอยู่ในเขตแคว้นเมืองจันทบุรี (กรุงเวียงจันทร์  ประเทศสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว)  บุคคลทั้ง  ๒๐  ครัวเรือนที่อุปัฏฐากพระเจ้าตนหลวงก็ถูกต้อนไปด้วย

 

การส่งเอกสารและสืบตำนานพระเจ้าตนหลวง

 

     ภายหลังเมื่อบ้านเมืองสงบขึ้น  ผู้คนที่ได้อุปัฏฐากและชุมชนที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับองค์พระก็ได้ระลึกถึงพระเจ้าตนหลวง และเกรงว่าจะไม่มีใครทราบประวัติจึงได้ส่งตำนานพระเจ้าตนหลวงมาจากกรุงเวียงจันทร์ โดยส่งมอบหนังสือตำนานมากับหมื่นอุตตมะ [2]   ชาวอำเภอเชียงของที่ไปค้าขายให้นำมาถวายพระผู้อยู่จำพรรษา  ณ  วัดศรีโคมคำ โดยมาทางแขวงหัวของ  ผ่านเมืองเชียงของ  (จังหวัดเชียงราย)  มีพระเถระรูปหนึ่งชื่อธรรมปาละ  [3]  ได้ทราบแล้วจึงนำมาและพยายามจะคัดเก็บไว้เป็นหลักฐานสืบต่อกันมา

     เรื่องราวจากนี้ คือระหว่างปี  ๒๓๓๐ – ๒๓๘๖   เมื่อรวมแล้วจำนวน  ๕๖  ปีเมืองพะเยาที่เคยเจริญรุ่งเรืองก็เข้าสู่ยุคแห่งการเป็นเมืองร้าง โดยมีสาเหตุมาจากการรุกรานของข้าศึก

 

     ประวัติการสร้างพระเจ้าตนหลวงนอกจากมีมาในใบลาน  หรือปั๊บสมุดข่อยแล้ว  ยังมีปรากฏในแผ่นศิลาจารึกวัดศรีโคมคำ  ๑  แผ่น  คือจารึกที่  ลพ./๒๙  ณ  พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ  จังหวัดลำพูน  กรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จตามในหลวงราชกาลที่  ๗  ในคราวเสด็จประพาสมณฑลพายัพ  และทรงได้พบศิลาจารึกที่รองอำมาตย์ตรีขุนสิทธิประศาสน์ ในขณะเป็นนายอำเภอพะเยา  แล้วจึงแบ่งออกเป็น  ๒  ส่วนคือนำแผ่นที่สมบูรณ์ย้ายไปเก็บไว้  ณ  พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกรุงเทพฯ  แผ่นที่ชำรุดบางส่วน ให้เก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์มณฑล  รวม  ๑๒  หลัก [4]

 

 

 

 



[1] ชื่อนี้พญาเมืองแก้ว  เจ้าผู้ครองเมืองเชียงใหม่ พระราชทานนามให้  เมื่อ  พ.ศ. ๒๐๖๘  ดู ตำนานพระเจ้าตนหลวง  ทุกสำนวน

[2] พระธรรมวิมลโมลี  เมืองพะเยาจากตำนานและประวัติศาสตร์  หน้า  ๘๙

[3] พระธรรมปาละ  ถือว่าเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดศรีโคมคำ  ส่วนรูปที่สองคือ พระกัปปินะ 

[4] พระธรรมวิมลโมลี.  วัดศรีโคมคำ (วัดศรีโคมคำ)  ๒๕๔๓  หน้า  ๑๐๖