คำว่า “พะเยา” มีผู้คนร่วมให้ทัศนะถึง ๓ ทัศนะด้วยกันซึ่งจะขอเรียงลำดับจากทัศนะที่นักวิชาการให้น้ำหนักมากกว่าไล่ลงไปจนถึงทัศนะที่สอดแทรกเข้ามาทีหลังซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญ แต่แทรกเข้ามาให้เป็นข้อคิดเอาไว้ โดยทัศนะแรกให้น้ำหนักไปที่ลักษณะของการตั้งบ้านเรือนไปตามภูเขา (ภูกามยาว) ทัศนะที่สองให้น้ำหนักไปที่ลักษณะของภูเขา (ผายาว) ส่วนทัศนะสุดท้ายให้น้ำหนักไปที่ระยะทางและเวลา (ฟ้าย้าว) ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

 

ชื่อบ้าน-ภูมิเมืองพะเยา

 

                พะเยา เป็นจังหวัดที่แยกออกมาจากจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๒๐ เดิมเป็นอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองและมีอารยธรรมเป็นของตนเองคู่กับอาณาจักรล้านนาและสุโขทัย ต่อมาถูกผนวกเข้ากับอาณาจักรล้านนา  แล้วตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพม่าอีก ๒๑๖ ปี [1]จนถูกทิ้งร้างในเวลาต่อมาอีก ๕๖ ปี และถูกลดฐานะเป็นเพียงอำเภอเล็กๆ อำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงรายแล้วถูกตั้งเป็นจังหวัดขึ้นใหม่อีกในปี พ.ศ.๒๕๒๐ 

                มีอาณาเขตดังนี้ ทิศเหนือติดกับจังหวัดเชียงราย ทิศใต้ติดกับจังหวัดแพร่ ทิศตะวันออกติดกับจังหวัดน่าน ทิศตะวันตกติดกับจังหวัดลำปาง มีพื้นที่ทั้งหมด ๗,๙๓๔.๑๑ ตารางกิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ๗๔๐ กิโลเมตร

                ปัจจุบันจังหวัดพะเยา มีเขตการปกครอง ๙ อำเภอ ๖๖ ตำบล ๘๑๓ หมู่บ้าน (ข้อมูล ปี  ๒๕๔๘)

                คำว่า “พะเยา” มีผู้คนร่วมให้ทัศนะถึง ๓ ทัศนะด้วยกันซึ่งจะขอเรียงลำดับจากทัศนะที่นักวิชาการให้น้ำหนักมากกว่าไล่ลงไปจนถึงทัศนะที่สอดแทรกเข้ามาทีหลังซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญ แต่แทรกเข้ามาให้เป็นข้อคิดเอาไว้

     -โดยทัศนะแรกให้น้ำหนักไปที่ลักษณะของการตั้งบ้านเรือนไปตามภูเขา (ภูกามยาว)

     -ทัศนะที่สองให้น้ำหนักไปที่ลักษณะของภูเขา (ผายาว)

     -ส่วนทัศนะสุดท้ายให้น้ำหนักไปที่ระยะทางและเวลา (ฟ้าย้าว)

ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

     ๑. เป็นคำที่เพี้ยนมาจาก คำว่า ภูกามยาว คำว่า ภู ก็หมายถึงภูเขา คำว่า กาม เพี้ยนมาจากคำว่า คาม หมายความว่า บ้าน หรือ หมู่บ้าน คำว่า ยาว เป็นคุณลักษณะที่ขยายคำสองคำ เมื่อรวมกันแล้วหมายความว่า บ้านที่อยู่เรียงรายไปกับภูเขายาว ต่อมาเพี้ยนเป็นพะเยา

     ๒. เป็นคำที่เพี้ยนมาจาก คำว่า ผายาว คำว่า ผา ก็หมายถึงหน้าผา ส่วนคำว่า ยาว เป็นคุณลักษณะที่ขยายคำว่าผา เมื่อรวมกันแล้วมีความหมายว่า เมืองที่มีผายาว ต่อมาเพี้ยนเป็นพะเยา

     ๓. เป็นคำที่เพี้ยนมาจาก คำว่า ฟ้าย้าว คำว่า ฟ้า หมายถึงท้องฟ้า คำว่า ย้าว หมายถึงตะวันโพล้เพล้ มีเรื่องเล่าว่าเมืองพะเยาเป็นเส้นทางคมนาคมระหว่างเมืองใหญ่ ๆ เช่น เชียงรายสู่ลำปาง เทิงสู่เชียงใหม่ เป็นต้น เมื่อเดินทางมาถึงเมืองพะเยาปรากฏว่าพระอาทิตย์กำลังจะตกดินพอดี จึงมีคนอุทานว่า มาถึงที่แห่งนี้ที่ไรฟ้ากำลังย้าวทุกที (ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น) ต่อมาเพี้ยนเป็นพะเยา

     คำว่า พะเยา จะมาจากคำที่เอ่ยว่าอย่างไรก็ตาม ในทัศนะของผู้เขียนไม่ได้ลงลึกไปถึงที่มาความหมายเพราะเป็นการยากที่จะถกเถียงกันด้วยระยะเวลาที่จำกัดได้ แต่ที่นำทัศนะมาให้ศึกษาทั้งหมดโดยไม่ได้ชี้ชัดว่าทัศนะไหนถูกต้องนั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่าผู้เขียนต้องการความหลากหลายในแง่มุมในการมองของแต่ละท่าน  ความถูกต้องที่ชัดเจนคงจะเอาไว้ในโอกาสหน้า  ส่วนในหนังสือเล่มนี้จะไม่กล่าวถึง

     โดยมีคำขวัญเมืองพะเยาว่า

 

กว๊านพะเยาแหล่งชีวิต 

ศักดิ์สิทธิ์พระเจ้าตนหลวง

บวงสรวงพ่อขุนงำเมือง

งามลือเลื่องดอยบุษราคัม

 

 



[1] พระครูโสภณปริยัติสุธี (ศรีบรรดร  ถิรธมฺโม). สังคมทางการเมืองการปกครองในอาณาจักรภูกามยาว (รัฐพะเยาในอดีต). พิมพ์ครั้งที่ ๒. (พะเยา : กอบคำการพิมพ์, ๒๕๕๐), หน้า  ๑๑๗.