พูดอย่างไรให้คนรัก..คนชอบ

การพูดเก่งพูดดี  ไม่ได้หมายความว่า...สามารถพูดได้เป็นชั่วโมงโดยไม่หยุด  พูดสอดแทรกอารมณ์ขัน   ชวนหัวเราะ ไหวพริบดีเยี่ยม พูดลื่น พูดหักมุมได้ตลอดเวลา    และสามารถขึ้นเวทีพูดอย่างกะทันหันก็ได้โดยไม่ประหม่า   ถ่ายทอดความหมายที่ต้องการสื่อได้ครบถ้วน 

  

บางคนกลับพูดไม่มาก แต่สามารถทำให้คนอื่นยอมรับ  เชื่อถือ สนิทสนม  ด้วยการใช้ถ้อยคำธรรมดาๆ   ที่สามารถสื่อความหมายชัดเจน เข้าใจง่าย  ด้วยท่าทีนอบน้อมถ่อมตัว   เปิดกว้างยอมรับฟังความเห็น    ที่สำคัญคือ ทำให้คนฟังรู้สึกได้ประโยชน์จากการฟัง 

 

ประกอบกับเพราะสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่เป็นปัญหาในปัจจุบันทำให้คนเรามีแต่ความเครียด  เมื่อมีโอกาสได้พูด   จึงมักแต่จะพูดแต่เรื่องตัวเองเหมือนอยากจะระบายมากกว่าที่จะตั้งใจเป็นผู้ฟังที่ดี    

 

แต่...ในงานบริการโดยเฉพาะในโรงพยาบาล     ซึ่งสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล( สรพ.)   เน้นว่าต้องบริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์   ผู้ให้บริการจำเป็นต้องเป็นทั้งผู้พูดและผู้ฟังที่ดี   จึงเป็นที่มาของบันทึกนี้ว่าแล้วเราจะทำอย่างไร ???

 

จะต้องพูดอย่างไร...เพื่อให้คนรัก...คนชอบ

 

ผู้เขียนจึงเชิญสองนักพูดที่มากด้วยประสบการณ์  เพราะต้องทำหน้าที่พูด...พูด..และพูด  เพื่อให้สิ่งดีๆกับผู้รับบริการอยู่ทุกวัน   มาเล่าประสบการณ์ตรงว่าพี่ทั้งสองทำอย่างไร   เพราะผู้เขียนเชื่อว่า  การพูดและการฟังเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ต้องใช้ทักษะอย่างมากในการฝึก    เพราะสิ่งที่ได้นอกจากการเป็นผู้พูด-ผู้ฟังที่ดีแล้ว   ยังช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพ และมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี    ทำให้เกิดมิตรภาพที่ดีมากขึ้น   อันนำไปสู่ความสำเร็จในการทำงานด้วย

 

     

คนแรกพี่อุไรพร  รุ่งไพโรจน์เจริญ  (พี่พร) 

ทำงานอยู่ศูนย์บริการสิทธิประโยชน์   มีหน้าที่ดูแลสิทธิและรักษาประโยชน์ ของผู้มารับบริการ และขณะเดียวกันก็ดูแลผลประโยชน์สูงสุดให้กับโรงพยาบาลด้วย

 

คนที่สอง  พี่ภาวนา  ปัณฑะจักร์  (พี่แหม่ม)   

เป็นผู้ให้การปรึกษา    ซึ่งมีหน้าที่ทำให้ผู้รับบริการสามารถเข้าใจและสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองตามความสามารถที่มีอยู่ได้อย่างเหมาะสมที่สุด 

 

 

 

 

ผู้ที่ล้อมวงฟังในวันนั้น  เป็นผู้ฟังที่ดี 

เพราะ...อยากเป็นผู้พูดที่ดีเช่นกัน

 

เริ่มด้วยพี่พรซึ่งบอกว่า   ทุกวันนี้ทำงานได้ดีเพราะมีคติประจำตัว  คือ “ เมื่อเราให้สิ่งดีๆ  รู้สึกดีๆกับใคร  เราก็จะได้สิ่งนั้นตอบแทน   ให้รัก...ได้รัก   ให้ความหวังดี...ก็ได้รับความปรารถนาดีกลับมา”     

โดยมีพี่แหม่มเป็นคนเสริมว่า  “ ถ้าเราอยากจะได้ฟังคำพูดที่สบายใจ  นั่นหมายความว่า เราต้องพูดให้น่าฟัง  เพื่อเขาจะได้พูดกลับมาอย่างน่าฟังเช่นกัน ” 

 

 

 

  

Explicit K.  ที่พี่พรเอามาแบ่งปัน

 

วันนั้นพี่พรกับพี่แหม่มผลัดกันเล่าเทคนิคที่ใช้ในการทำงาน    เริ่มด้วยพี่พรนำเอา  Explicit  K.  เกี่ยวกับการสร้างสัมพันธภาพที่ดี มาแลกเปลี่ยนกันก่อน  แล้วตามด้วยประสบการณ์ตรงจากการทำงาน  จากการได้นั่งล้อมวงฟังในวันนั้นผู้เขียนพอสรุป ....

Tacit  K. ที่พี่ทั้งสองคนใช้  คือ

 

  • การสร้างภาษากายในขณะที่พูด   ด้วยบุคลิกภาพที่เปิดเผยยิ้มแย้ม  ซึ่งไม่ใช่ยิ้มที่ใบหน้า   แต่ต้องยิ้มมาจากภายในด้วยโดยการสบตาเวลาสนทนา  พยักหน้าหรือแสดงอาการรับรู้คำพูดของคู่สนทนา แสดงความสนใจในสิ่งที่คู่สนทนาพูดและแสดงความเป็นมิตร  

  • พูดในสิ่งที่ต้องการ  ด้วยข้อความที่เข้าใจง่ายและกระชับ 

  • ใจกว้างยอมรับการแสดงความคิดเห็นของผู้ที่พูดด้วย 

   

  • ต้องให้ความสำคัญกับคนที่พูดด้วย    เช่นการขานชื่อบุคคลที่พูดด้วย  หรือการพูดถึงสิ่งดีๆที่เขามี เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความภาคภูมิใจว่าเราจดจำเขาได้

  • เมื่อมีคนหนึ่งพูด  อีกคนต้องเป็นคนฟัง  และต้องให้โอกาสได้ผลัดกันเป็นผู้พูดและผู้ฟัง

  • เมื่อฟังเรื่องใด  ประโยคใดไม่เข้าใจ  ต้องมีคำว่า “ขอโทษ”  เมื่อต้องถามซ้ำ

  • เมื่อได้รับคำแนะนำไม่ว่าเรื่องใดๆ  ต้องกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” เสมอ

  • สร้างความรู้สึกที่ดีๆให้กันและกัน  เมื่อจะต้องจบการสนทนาทุกครั้ง  ด้วยการกล่าวขอบคุณ  และร่ำลาอย่างสุภาพ 

 

จะเห็นว่า  เทคนิคการพูดนับได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากที่จะทำให้คนอื่นชอบหรือไม่ชอบเรา คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าคนที่พูดเก่งคือนักพูดที่ดี   แต่ในทางตรงกันข้ามมีคนเคยกล่าวว่า    “The great speaker is the great listener”   ซึ่งหมายความว่าการที่จะเป็นนักพูดที่ดีนั้น  ต้องเริ่มต้นจากการเป็นนักฟังที่ดีเสมอ

 

 

ภาพ  The great listener

 

 

 

วันนั้น คุณหมอ กนกวรรณ  ได้เข้ามาร่วมวงด้วยและได้ให้เกียรติมอบของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆให้กับผู้เล่าเรื่องทั้งสองคน

 

                   animated,display picture,display pictures,picture.graphic,paint.picture,displays,logo design,animate,graphics,background,cartooning,flash,images,ภาพเคลื่อนไหว ,ภาพเคลื่อนไหวน่ารักๆ,ภาพดุ๊กดิ๊ก                        

 

สำหรับผู้เขียนเห็นว่า   การจะเป็นผู้พูดที่ดีนอกจากจะต้องปฏิบัติตามที่พี่ๆทั้งสองแนะนำข้างต้นแล้ว    สิ่งหนึ่งที่ต้องจำไว้เสมอคือเราต้องรับผิดชอบต่อคำพูดของเรา    “เพราะก่อนที่เราจะพูดเราคือนายของคำพูด      แต่เมื่อเราพูดออกไปแล้วคำพูดเหล่านั้นย่อมเป็นนายของเราเสมอ”  ดังนั้นไม่ว่าจะพูดอะไรออกไป ...กับใครก็ตาม      ขอให้คิดให้มากเพราะไม่ว่าคำพูดของเราจะก่อให้เกิดผลดีหรือผลเสียเราต้องรับผิดชอบต่อคำพูดของเราเสมอ

 

เจอกันใหม่เวทีหน้า...เป็นเรื่องเล่าจาก

  • คุณหมอกนกวรรณ  "สิ่งดีๆที่ได้จากการไปทำงาน"

  • น้องนิด จากคลินิกสุขภาพเด็กดี "แว่นตาเดียว"

 

ขอบคุณค่ะ