การทำนา แบบต่างคนต่างทำ ตัวใครตัวมัน ทำลายระบบความสามัคคีในชุมชน ที่นี่ยังมีรูปแบบการลงแขกดำนา แบบร่วมสมัย
หลังจาก ปักดำ ในสองแปลงแรก จำนวน 5 ไร่ ไปเเล้ว
ในส่วนที่เหลือ อีก 25 ไร่ ลุงมี ก็มีการนัดหมายเพื่อนบ้าน มาปักดำต่อในวันที่ 9 พ.ค.54 และได้ถ่ายรูปเก็บไว้ เห็นแล้วตกใจ ครับ รูปแบบนี้ ไม่เหมือนเดิมที่ผ่านมา มากันหลายคน หลายคัน
เพราะคนทำนา คือ คน คน เดิม อายุมากขึ้น สังขารเริ่มร่วงโรยลง
ถ้าต่างคนต่างทำ จะทำนาดำ ก็ทำไม่ไหว ต้องมาร่วมแรงร่วมใจ
"ลงแขกดำนา แบบร่วมสมัย"
วิเคราะห์ถึงรูปแบบดังกล่าว ก็จะเห็นโครงสร้างทางสังคมชนบทเดิม ที่มีพัฒนาการ การแบ่งงานกันทำระหว่างชายหญิง การจ้างงาน การสร้างรายได้ภายในชุมชน
-ผู้ชาย พ่อบ้าน ลูกชายวัยรุ่น ๆมีกำลังมากกว่า ออกไป "ลงแขกดำนา" กับเพื่อนบ้าน รูปแบบการทำนาเปลี่ยนไป แต่น้ำจิตน้ำใจ ของคนในชุมชนยังไม่เเปรเปลี่ยน ทั้งยังทำให้การทำนาดำเป็นเรื่อง สนุกของรุ่นลูก ทำให้รู้สึกผูกพัน และมีส่วนร่วม มากขึ้น จากที่เดิมยืนดูพ่อ ทำนา อยู่บนคันนา
-แม่บ้าน ผู้หญิง และลูกสาว ก็รวมตัวช่วยกัน เป็นสมาคมสตรี ลงแขก เพาะกล้า อนุบาลกล้า หมุนเวียนที่ต้องใช้ปักดำภายในชุมชน หากมีนอกชุมชน มาติดต่อเพาะกล้าสำหรับการปักดำ หรือดำซ่อม ก็สามารถจำหน่ายสร้างรายได้ ให้กับสมาชิกภายในครอบครัว -แม่บ้านเตรียมกับข้าว พร้อมส่งถึงริมคันนา
มุมมอง-ข้อมูลเพิ่มเติม
1.ความสามารถในการทำงานของรถดำนาเเบบเดินตาม 4 แถวปักดำ 6 ไร่ต่อวัน
2.เมื่อมา "ลงแขกดำนาร่วมกัน จำนวน 4-6 คันจะได้งาน 24-36 ไร่ต่อวัน
3.พื้นที่นาของหมู่บ้าน 1,000- ไร่ /รอบ ใช้เวลาปักดำ ประมาณ 27-40 วันทำงาน/รอบ ก็จะต้องวางเเผนควบคู่ไปกับระบบการจัดสรรน้ำเพื่อการทำนาภายในหมู่บ้าน "ไม่ต้องทะเลาะกันเรื่องน้ำทำนา"
4.การหมุนเวียนถาดเพาะกล้า ของแม่บ้าน ทำได้ 2 รอบ (อายุกล้า 15-25 วัน) สามารถวางเเผน การเพาะปลูก ได้อย่าง "มืออาชีพ"
5.ไม่ได้ไป ช่วยเพื่อนบ้านแบบ เอาแรง ไปอย่างเดียว แต่ไปพร้อมกับเครื่องมือ ที่ให้งาน คุณภาพ งานปราณีตมากขึ้น
6.มีเวลา ปรึกษาหารือเรื่องของตลาดผลผลิต กันได้ล่วงหน้า มีการวางเเผนร่วมกัน เพราะชุมชน ทำนา ด้วย"ความปราณีตมากขึ้น " มุ่งสู่การผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพใช้ภายในชุมชน
และจำหน่ายกับชุมชนข้างเคียง
ลดพันธุ์ปลอมปนจากระบบพ่อค้า และไม่ต้องทนกับสิ่งที่ไม่รู้ว่าของใคร ปลูกอย่างไร
7.องค์ความรู้ในการทำนา "ไม่สูญหาย" แต่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรุ่น ลูกได้ไวขึ้น ก้าวหน้ามากขึ้น ...
8.การจ้างงาน การสร้างรายได้ในชุมชน ลดปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด เพราะว่าทุกคนมีงานทำ ไม่มีเวลาว่างมาทำเรื่องไร้สาระ ...
9.ทุกคนเป็นเจ้าของนา "ไม่ใช่ผู้จัดการนา" นาเป็นของทุกคน "ไม่ใช่ระบบโทรศัพท์สั่งการ งานไป เงินมา งานเสร็จไว แต่ไม่ได้คุณภาพ ได้แบบซั่วๆ มั่วๆ"
10.ทุกคนที่ไป "ลงแขกดำนา" มีการรักษามาตรฐานการผลิต การปักดำ เราไปดำนาเค้าดี พอเค้ากลับมาช่วยเรา เค้าก็ทำดี ไม่เอาเปรียบกัน พัฒนาไปด้วยกัน
11.เป็นระบบที่ชุมชน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เนื่องจากเจอปัญหาในการทำนาสารพัดทั้ง ข้าวดีด ข้าวเด้ง น้ำท่วม ภัยแล้ง โรคเเมลงระบาด ผลผลิตตกต่ำ ต้นทุนการผลิตสูงเกินไป การใช้สารเคมีพร่ำเพื่อ...ไม่ได้มีหน่ายงานรัฐ เข้ามา ดูแลแต่อย่างใด ทั้งสิ้น ต้องดิ้นกันเอง...
รูปภาพประกอบ
ทีมงานแม่บ้าน และลูกสาว
ทีมงานพ่อบ้าน และลูกชาย
ขอได้รับความคุณ : ลุงมี ผู้บันทึกภาพ การลงแขกดำนาแบบร่วมสมัย นครสวรรค์


ช่วงนี้กำลังเก็บหญ้า้ข้างเเปลงนา และบนที่ดอนกลางเเปลงนาครับ
น่าสนใจมากค่ะ..ดำนาบ้านดิฉันยังใช้แรงงานคนอยู่เลยค่ะ
เครื่องแบบนี้เค้ามีขายกันที่ใหนและราคาประมาณเท่าไหร่..น่าสนใจจริงๆ
ขอบคุณค่ะ..สำหรับภาพสวยๆ
ลองหาข้อมูล ใน google ได้ครับ ...ลองวิเคราะห์ดูนะครับ
...ภาพเหล่านี้ดูดี...ที่ยังขาดหายไป..ควาย..ล่ะไง..เห็นว่าทั้งประเทศมีอยู่เจ็ดหมื่นตัว..(ยังไม่ถูกฆ่า..และยังคงตกงาน)...ถ้าไปตามมาร่วมด้วย..คงจะประหยัดน้ำมันไปได้โข...ยาย"แอบคิดตามประสา"..อ้ะ
ตอนนี้เห็นภาพควาย ถูกใช้ทิ้งขว้างอยู่ข้างทาง บนคัตเอาท์ สี่เหลี่ยม ครับ ฮ่าๆ
เรื่องควาย กับเรื่องนา ผมต้องไปถามวัยรุ่น ที่มารับช่วงต่อ การทำนา ด้วยครับ ว่าเอาหรือป่าวครับ
range flight capability as models of grin person said to one 2010 years the