ถึงเวลาที่เราต้องเลิกคิดว่าภาวะโลกร้อนไม่ใช่ธุระของใครคนใดคนหนึ่ง หันมาร่วมมือกันมาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาโลกร้อนกันเถอะ
ดวงอาทิตย์ส่องแสงริบรี่ใกล้จะลับขอบฟ้าเข้าไปทุกที ซึ่งผู้คนแถวนั้นมองเห็นกันจนชินตาแล้ว ย่ำค่ำแล้วสินะ ฉันแกมเดิน แกมวิ่ง เพราะฝนตั้งเค้ามืดครื้มไปทั้งสองข้างทาง สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาบ้างแล้ว หล่นกระทบกับไหล่ บ่งบอกความรู้สึกถึงความเย็นที่ไหลผ่านเสื้อยืดคอกลม สีน้ำตาลได้ดี ใช่สิ...เดือนนี้ก็ย่างเข้าฤดูฝนแล้ว ฉันปล่อยความคิดไปเรื่อย ๆ ก้าวที่ 1 ก้าวที่ 2 ก้าวที่... พลัน !! ความคิดก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดับลง
น้องนก! น้องนก! ขึ้นรถสิจะไปส่ง ฝนตกแล้วนะ ฉันหันมองต้นตอของเสียงก็เห็นพี่ดำนั่นเองพี่ที่โรงพยาบาลอีกคนหนึ่งที่น่ารักมาก ๆ ไม่เป็นไรค่ะ ใกล้จะถึงแล้ว ขอบคุณมาก ปากพูดไป เท้าก็ย่ำไปด้วยความเร็ว สายตาเหลือบมองสองข้างทางที่เดินผ่าน ด้วยความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มองเห็นแผงเหล็กที่กั้นเป็นแนวรั้วสูงประมาณ 1 เมตร สีขาวตัดสีม่วง ที่บ่งบอกถึงความประณีตและความละเอียดอ่อนของผู้ออกแบบและช่างทาสีเป็นอย่างดี กั้นรอบ ๆ ตลอดแนวทางที่เดินผ่าน มองแล้วเย็นตา สบายใจพอ ๆ กับสายฝนที่เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ
วัน เวลา ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่เหตุการณ์ต่าง ๆ ยังอยู่ในความทรงจำเสมอมา กับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด....เมื่อสายตาเหลือบมองไปที่หน้าหน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน วันนี้มีผู้คนจำนวนมากหน้า หลายตา เกิดอะไรขึ้น! ทำไมผู้คนเยอะกว่าทุกวันที่ผ่านมา เท้าไวกว่าความคิด
น้า ๆ ใครเป็นอะไรค่ะ ฉันร้องถามผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 40 กว่า ๆ นั่งร้องไห้ ดวงตาบวมแดงก่ำ ญาติที่อยู่ข้าง ๆ ตอบแทนว่าลูกชายเขาถูกรถชน (คำพูดห้วน ๆ สำเนียงคนใต้พูดสั้น ๆ แต่ได้ใจความ) ฉันเข้าไปใกล้ ๆ พร้อมทั้งเอามือขวาสัมผัสกับมือแม่ของเด็กบอกว่าไม่เป็นไรนะค่ะ มาถึงโรงพยาบาลแล้ว คุณหมอกำลังช่วยชีวิตน้องอยู่ ฉันเลยถามข้อมูลเพิ่มเติมว่าได้ทำบัตรประจำตัวคนไข้หรือยังค่ะ
ยัง...
นี่คือเสียงตอบของญาติคนเดิม ขอโทษนะค่ะน้องคนที่ถูกรถชน ชื่ออะไร ญาติให้ความร่วมมือและได้บอกรายละเอียดเป็นอย่างดี ฉันก็เดินไปที่ห้องบัตร เพื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ประจำห้องบัตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อยู่เพราะต้องไปเปิดไฟบริเวณรอบ ๆ โรงพยาบาล ฉันเลยเดินตามหาเพื่อจะให้มาช่วยทำบัตรให้คนไข้ให้เร็วที่สุด...เท่าที่จะทำได้ และแล้วหน้าที่รองของฉันก็สิ้นสุดลง แต่เวลายังอีกเหลือเฟือขอไปทำหน้าที่หลักของตัวเอง เท้าไวเท่าความคิด มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพ (หรือที่ทุกคนเรียกกันติดปากว่าห้อง HA นั่นเอง) ยืนดูต้นไม้ที่ปลูกไว้แรก ๆ ต้นไม้ไม่เจริญเติบโต เท่าที่ควร เริ่มมีสีเหลือง กิ่งก้านไม่สมบูรณ์ ต้องช่วยฟื้นฟูอย่างมาก ทั้งรดน้ำ ใส่ปุ๋ย บางครั้งก็เช็ดทำความสะอาดใบ และลำต้น เชื่อไหมว่าเวลาไม่ถึง 2 เดือน ตอนนี้ต้นไม้ทุกต้นเขียวชอุ่ม ด้วยความร้อนอบอ้าวของห้องทำงาน พอมองไปเห็นสีเขียวของต้นไม้ทีไรสามารถผ่อนคลายอารมณ์ให้เย็นได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ "ห้องทำงานไม่มีแสงสว่างมากนัก จะปลูกได้เฉพาะไม้ที่อยู่ในร่มเท่านั้น" มันทำให้ฉันไม่อยากกลับบ้านอยากอยู่ อยากดู อยากมอง มองครั้งใดก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ที่ที่ฉันกล่าวถึงก็คือที่ทำงานของฉันเอง หลังจากชื่นชมกับต้นไม้สักพักใหญ่ ๆ เสร็จแล้วก็เดินดูบริเวณรอบ ๆ ตึกผู้ป่วยนอกทั้งหมดซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ สังเกตเห็นบริเวณงานผู้ป่วยนอกและทางเดินไปห้องหัวหน้าฝ่ายการเปิดไฟทิ้งไว้ บ่อยครั้งหน่วยงานต่าง ๆ ลืมปิดไฟ พัดลม คอมพิวเตอร์ ฯลฯ เพราะต่างคนก็คิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของตนเอง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของยามก็เลยเกิดเหตุการณ์นี้บ่อย ๆ ฉันเห็นเสียจนชินตาไปแล้ว บอกกับใจตนเองว่าไม่มีใครปิด เราเห็นเราก็ปิดก็แล้วกัน ทำเพื่อโรงพยาบาลของเรา อย่าคิดมากเดี๋ยวไมเกรนจะมาทำความรู้จักเอา (บอกกับใจตัวเอง เพราะเริ่มท้อใจกับสภาพที่เป็นเช่นนี้)แต่ก็ยังไม่ละความพยายามยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ (บางวันทำงานเหนื่อยพอถึงบ้านแล้วเผลอหลับไป) ตกใจตื่นขึ้นมา อุ๊ย! วันนี้ยังไม่ได้ไปทำภารกิจเลย บางครั้งนึกได้ 2 ทุ่ม แล้วก็ยังต้องเดินมาโรงพยาบาลมันกลายเป็นหน้าที่หลักไปแล้วก็ว่าได้ มีคนตั้งคำถามว่า ทำไมต้องทำ? ทำแล้วได้อะไร ? เจอคำถามแบบนี้บ่อยครั้ง ทำเอาอึ้ง ไปเลย...ได้แต่ยิ้มแบบปลง ๆ (สิ่งที่ได้จากการกระทำครั้งนี้มันไม่ใช่เป็นรูปธรรม แต่เป็นนามธรรม เพราะมันคือความสุข สุขที่ได้ทำอะไรเพื่อทดแทนองค์กรบ้าง บอกได้เลยว่างานนี้ไม่ได้ทำเพื่อหวังผลประโยชน์ที่อยู่ในรูป สิ่งของ เงินเดือน หรือหน้าตา แต่วันนี้ฉันได้รู้จักการเป็นผู้ให้กับองค์กรแล้ว มันเป็นความภาคภูมิใจลึก ๆ นะ วันนี้เราได้ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ตั้งหลายอย่าง ทั้งได้ช่วยปิดไฟ ปิดน้ำในห้องน้ำที่ไหลมาตลอดทั้งวัน ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้หรืออาจละเลยไป ยิ่งคิดทำให้ความคิดฮึกเฮิม ก่อเกิดเป็นพลังใจ บอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า “อย่าหยุดทำนะ” นี่คือคำสัญญากับตัวเองที่ยังดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทตลอดมา ไม่นานหรอกต้องมีคนเห็นใจ และเข้าใจบ้าง (ปลอบใจตัวเอง)
ซึ่งถ้าวันนั้นมาถึงจริง ๆ ฉันจะร้องไชโย ๆ ๆ ๆ ดัง ๆ แต่ฉันแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่าความคิดเล็ก ๆ เหล่านี้จะช่วยเติมเต็มให้เจ้าหน้าที่ทุกคนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและหันหน้ามาร่วมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเป็นการ ลดภาวะโลกร้อน เช้ามาก็ช่วยกันปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ ช่วงเที่ยงก็ปิดคอมพิวเตอร์ ปิดไฟในห้องช่วงพักเที่ยง หลังเลิกงานก็ช่วยกันปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องช่วยกัน เราทุกคนก็ต่างมีส่วนที่ทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้นเพราะเพียงแค่เราหายใจอยู่เฉย ๆ ก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาแล้ว ยังไม่รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ มากมายที่เราทำอยู่ทุก ๆ วัน ถึงเวลาที่เราต้องเลิกคิดว่าภาวะโลกร้อนไม่ใช่ธุระของใครคนใดคนหนึ่ง หันมาร่วมมือกันมาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาโลกร้อนกันเถอะ ถ้าทุกคนคิดว่าการลดภาวะโลกร้อนนั้นมันทำได้ยาก หรือคิดว่าท่านคนเดียวช่วยโลกไม่ได้ หรือว่าจะทำตอนนี้มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นแล้ว ท่านกำลังคิดผิด!! ทุกอย่างที่เราทำจะส่งผลดีต่อโลก และมันยังมีเวลาอยู่ ถ้าไม่เริ่มที่ตัวเราก่อนก็ไม่รู้จะให้ไปเริ่มจากตรงไหน แค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างของเราทำอยู่ในวันๆหนึ่ง ก็สามารถช่วยลดภาวะโลกได้อย่างน้อย ๆ เราก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม....เหมือนกัน
สวัสดีค่ะคุณบุษรา
ชื่นชมในความมีน้ำใจค่ะ อย่างน้อยได้ช่วยแบ่งเบาความทุกข์ ให้เขาได้ตรวจไวๆ ได้รับการรักษาเร็วขึ้น
ขอร่วมอนุรักษ์การประหยัดพลังงานกับน้องบุษราด้วยคนค่ะ
สบายดีนะค่ะ คิดถึงเสมอค่ะ
พูดได้คำเดียวเลย ว่า เยี่ยม...
สวัสดีค่ะ
ไม่ได้เข้ามาทักทายเสียนาน น้องนกยังคงน่ารักเหมือนเดิม มีน้ำใจ เสียสละเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
อ่านบันทึกนี้แล้วมีความสุขค่ะ
ขอให้น่ารักตลอดไปนะคะ
สวัสดีน้องสาว สบายดีนะ แวะมาบอกว่าคิดฮอดเด้อ
สวัสดีบุษราเพื่อนเลิฟ
นี้คือสาเหตุที่ทำให้โลกร้อน
นี้คือทั้งหมดที่ทำให้โลกร้อน แบบไม่น่าร้อน
น่ารักเสมอเลยค่ะ น้องนก
มีน้ำใจดี บริการยอดเยี่ยม เคยไปนอนโรงพยาบาลหนองคาย รู้สึกประทับใจเจ้าหน้าที่ คุณหมอ พยาบาลที่ดูแล ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส
ที่รพ.พะโต๊ะก็คงเช่นกัน
-สวัสดีครับ..
-แวะมาเยี่ยม/สบายดีนะครับ...
-วันนี้มี "ลูกหว้า"มาฝากครับ...
สวัสดีค่ะ
จำกันได้รึเปล่า
จะเรียยกป้านก กก็กลัวจะไม่คุ้น
เพราะไม่ได้คุยกันนานเสียเหลือเกิน
^^
รักษาสุขภาพด้วยน่ะค่ะ
สวัสดีบุษราเพื่อนเลิฟ
ว้าย...เพื่อนไปเล่น fB ส่วนเราไปเล่น BB เลยไม่เจอกัน สวนทางกันนิดเดียว ไม่งั้นเจอกันแล้ว
สวัสดีค่ะ น้องนก
ไม่ได้มาทักทายกันนานมาก แต่ยังถึงเสมอค่ะ
เนื่องจากหน้าที่หลักเหมือนน้องนก "คนคุณภาพ" อย่างพวกเรา เลยต้องเตรียมตัวต้อนรับการ reaccerdit เมื่อ ๒-๓ มิย ที่ผ่านมา
ขอชื่นชมน้องนกค่ะ ขอให้ทำต่อไป เพราะมันได้ช่วยเติมความสุขให้กับเรา
เคยมั้ยค่ะ แบบว่าขณะเอื้อมมือไปปิดสวิทซ์ไฟ แล้วยิ้มอย่างมีความสุข และพูดในใจกับตัวเองว่า "ขอบคุณนะที่ไม่ปิดไฟ ไม่ปิดพัดลม ทำให้ฉันได้มีโอกาสทำดีอีกแล้ว"
เราไม่ได้เสียอะไรเลย มีแต่ได้ทีหลายคนอยากได้แต่เขาไม่ได้ง่ายๆอย่างพวกเรา นั่นคือ ความสุขค่ะน้องนก
คิดถึงค่ะ ฝากความระลึกถึงน้องอัจและหลานๆด้วยค่ะ
สวัสดีครับพี่นกบุษรา ผมไม่ได้เข้ามาบ้าน Gotoknow มาเป็นเวลา ๒ - ๓ เดือนแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสแวะเข้ามาทักทายพี่นกครับ พี่นกสบายดีนะครับ
ดีเยี่ยมจริงๆ ค่ะ...
มาปรบมือให้คนเก่งจ้า.....
*** ขอบคุณน้องนกนะจ๊ะ ที่ช่วยเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการลดภาวะโลกร้อน ***
ก๊อกๆๆๆ
เจ้าของบ้านอยู่มั้ยน๊า
หายไปนานหรืองอนกันแล้วไม่เห็นน้องนกไปทักทายบ้าง ทำให้คิดถึงมาก หรือว่างานยุ่ง
เป็นกำลังใจให้ทุกเรื่องค่ะ
รักและคิดถึงค่ะ
สบายดีนะคะ คิดถึงค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่บุษรา สบายดีนะคะ คิดถึงมากค่ะ ..