แหล่งความรู้สำหรับ "ทรัพยากรมนุษย์" พันธุ์แท้
สวัสดีครับลูกศิษย์ลาดกระบัง และชาว Blog
ผมเห็นว่า Blog : Food Science/HR (2) เริ่มช้าเพราะว่าข้อมูลเริ่มมากขึ้นก็เลยเปิดBlog นี้ขึ้นมาสำหรับส่งข้อมูลการเรียนรู้จากสัปดาห์ที่แล้วและสัปดาห์ต่อ ๆ ไป
ขอบคุณสำหรับความตั้งใจของลูกศิษย์ทุกคน
จีระ หงส์ลดารมภ์
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เรียน อาจารย์ ศ.ดร. จีระ หงส์ลดารมภ์ อาจารย์ พจนารถ ซีบังเกิด และเพื่อนๆนักศึกษาทุกท่าน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> กระผมนายชาญธวัช ฝ่ายหมื่นไวย์ ตามที่อาจารย์ พจนารถได้มอบหมายให้ทำการหาข้อมูลของเรื่อง Performance Management โดยไม่ให้ใช้ Search engine ที่เป็น Google นั้นได้ข้อมูลมาแชร์กับอาจารย์ดังนี้ครับ</p><ul>
</ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">Business performance management (BPM) เป็นชุดของกระบวนการที่ช่วยให้องค์กรมีประสิทธิภาพที่เหมาะสมที่สุด ก่อนที่จะก่อให้เกิดการทำธุรกรรมที่ชาญฉลาด (Business Intelligence –BI) โดยหลักแล้ว BPM จะมุ่งสังเกตุในส่วนของกระบวนการทางธุรกรรมเช่นการวางแผนและการคาดคะเนทางด้านธุรกิจ ซึ่งมันจะช่วยในการค้นหาสิ่งที่ไม่มีประสิทธิภาพขององค์กรทั้งทางด้าน หน่วยธุรกรรม การเงิน ทรัพยากรมนุษย์ และทรัพยากรทางด้านวัตถุดิบ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ในอดีตแล้วผู้ที่เป็นนำด้านการวัดประสิทธิภาพในองค์กรที่โด่งดังมากคือ “ซุนวู” ที่เขียนไว้ในคัมภีร์ด้านกลยุทธทั้ง 13 บท (คัมภีร์เล่มนี้โดยหลักแล้วเขียนเกี่ยวกับบริบทของสงคราม แต่ก็มีทั้งญี่ปุ่น และ อเมริกาที่นำไปใช้ในด้านการแข่งขันทางธุรกิจ คัมภีร์เล่มนี้นับว่าเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาทางตะวันออกที่ guru ทางตะวันตกสนใจศึกษามากเล่มหนึ่ง) โดยหลักทั้ง 13 บทของซุนวูก็ต้องการให้บรรลุความที่ว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” นั้นเอง (ฝรั่งตัวดีมันก็ไปประยุกต์เป็น SWOT analysis แล้วนำมาเป็นองค์ความรู้ของมันหลอกเอาค่าอบรมจากเราต่อ- ออกนอกเรื่องมากไปแล้วครับกลับมาต่อเรื่องเนื้อหาเดี๋ยวคืนนี้จะไม่ได้นอน) ซึ่งหลักๆแล้วก็ประกอบด้วย</p><ol>
</ol><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> หลังจากยุคของซุนวูที่มีการห่ำหั่นกันทางสงครามแล้ว มาถึงยุคก่อนยุคของข่าวสารข้อมูล(ยุคของศตวรรษที่ 20) เช่นปัจจุบันแล้ว (ยุคที่มนุษย์ชาติมีการยืดครองประเทศโดยสงครามทางธุรกิจ แทนสงครามทางการทหารแล้ว แต่อย่างไรก็ตามไทยเราก็เสียเปรียบชาวบ้านเขาอยู่ดีครับ) การรวบรวมข้อมูล การประมูลข้อมูลที่มีอยู่อย่างมากมายเป็นไปได้ยากเนื่องจากขาดเครื่องมือที่ดีพอเหมือนปัจจุบันการตัดสินใจจึงไม่แม่นยำมากนักเนื่องจากขาดข้อมูลในการสนับสนุน แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้วการดำเนินการด้านข่าวสารเป็นไปได้ง่ายกว่าทำให้เครื่องมืออย่าง BPM มีประสิทธิภาพมากขึ้น </p> ในปี 1989 Howard Dresner ได้ให้นิยามของ BPM เป็นดังนี้ “BPM as an umbrella term to describe a set of concepts and methods to improve business decision-making by using fact-based support system” <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ปัจจุบัน BPM มีการนำไปใช้ที่สับสนกันคำว่า Business Process Management แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เพราะ BPM นั้นเป็นการรวมเอาหลัก 3 อย่างข้างต้นมาใช้งานมากกว่า</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> เครื่องมือที่ใช้สำหรับ BPM ก็คือ Key Performance Indicator (KPI) นั้นเองที่ใช่วัดสถานะภาพปัจจุบันขององค์กร เป้าหมายที่วางได้ การจะประยุกต์ใช้วิธีการ กลยุทธที่จะให้ถึงจุดหมาย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> การที่จะนำ BPM ไปใช้นั้นเราต้องตอบคำถามด้านล่างเหล่านี้ก่อนเพื่อจะได้นำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><ul>
</ul> ขอแสดงความนับถือ
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">กราบเรียนศ.ดร.จีระ และอาจารย์พจนารถ ดิฉันนางสาวจุฑาวรรณ เทพลิบ นักศึกษาปริญญาโทสาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">Performance Management เป็นการวางแผนการปฏิบัติงาน ติดตามผลการปฏิบัติงาน การประเมินการปฏิบัติงาน การปรับปรุงและการพัฒนาการปฏิบัติงาน ผู้บริหารสามารถที่จะบริหารองค์กรในภาพรวมได้อย่างครบถ้วน เป็นการกระตุ้นการทำงานของพนักงานเพื่อให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น การปฏิบัติงานก็จะมีประสิทธิภาพตามไปด้วย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศก็มีความสำคัญมากสำหรับการบริหารองค์กร เป็นการบูรณาการทางการบริหารมากขึ้น ไม่ได้มีเพียงแต่การวางแผนกลยุทธ์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีการประเมินผลการปฏิบัติงาน ซึ่งจะช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย และช่วยสร้างความ
สามารถในการแข่งขันให้กับองค์การในระยะยาว และยังต่อสู้กับองค์กรภายนอกที่มีการแข่งขันสูงเช่นกัน</p>การพัฒนาองค์กรต้องขึ้นอยู่กับระบบและกระบวนการขององค์กร ว่ามีความเข้มแข็งและมีความยุติธรรมมากน้อยแค่ไหน
ข้อมูลเพิ่มเติม search จาก www.msn.com
หัวข้อที่ได้อยู่ใน www.e-performancemanagement.com/
สวัสดีค่ะ อ.จีระ, อ.ยม, อ.พจนารถ, ทีมงาน Chira Academy และท่านผู้อ่าน ทุกท่านดิฉันนางสาว วิชชุวรรณ ชอบผล นักศึกษาปริญญาโท สาขาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังค่ะจากการที่ได้อ่านเรื่อง Performance management ใน www.managementhlep.org/perf_mng/perf_mng.htm ที่ได้ค้นหาจาก www.yahoo.com นั้นได้ทราบว่าจุดมุ่งหมายของ pm ไม่ได้คำนึงถึงการฝึกอบรม, ข้อผูกมัดระหว่างองค์กร หรือการทำงานหนัก แต่ pm นั้นคำนึงถึงการทำงานร่วมกัน ในรูปแบบที่เหมาะสมเพื่อการประสบความสำเร็จโดยมุ่งประเด็นไปที่1. ตัวองค์กรเอง2. แผนกต่างๆ ในองค์กร3. กระบวนการต่างๆในองค์กร4. โปรแกรมที่มีในองค์กร5. ผลิตภัณฑ์ และบริการ6. โครงการต่างๆที่มีในองค์กร7. ทีม และกลุ่มต่างๆ ในองค์กรโดยความพยายามของคนที่จะทำให้องค์กรที่พวกเขาทำงานนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นก่อนอื่นเลยองค์กรต้องมีเป้าหมายโดยที่หัวหน้า และลูกน้องมีการคุยกัน เพื่อทบทวนเป้าหมาย และผลของมัน หลังจากนั้นก็วางแผนว่าจะทำอย่างไรให้องค์กรประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีการวางมาตรฐานในการประเมินงาน มีการสังเกต, ติดตาม และประเมินถ้าประสบความสำเร็จก็มีสิ่งจูงใจที่ทุกคนต้องการเช่น เงินหรือรางวัลต่างๆ แต่ถ้าไม่ประสบความสำเร็จก็ต้องพัฒนากันใหม่ ลดช่องว่างที่จะทำให้งานล้มเหลว เมื่อเป็นที่หน้าพอใจแล้วก็จะมีการปรับเปลี่ยนมาตรฐาน และมีการจัดการต่อไปดิฉันคิดว่า pm นั้นมีความสำคัญมาก เช่นเดียวกับ Workforce Alignment และ BSC ที่ อ.พจนารถ ได้เคยสอนพวกเราแล้ว แต่คนละด้นกัน เพราะคิดว่า pm นั้นอย่างน้อยมันก็ทำให้คนในองค์กรมีการติดต่อสื่อสารกัน ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกัน และดิฉันคิดว่าองค์กรที่ขาด pm นั้น บางทีคนในองค์กรบางคนอาจไม่ทราบ หรือทราบไม่เหมือนกันว่า เป้าหมายองค์กรของตนนั้นคืออะไร จะทำให้ไม่มีการทำงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงเป็นการยากที่จะประสบความสำเร็จจากเป้าหมายใดๆ ค่ะขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์จีระ,อาจารย์พจนารถและพี่ๆทีมงาน ChiraAcademy ดิฉันนางสาวอรุณี วงษ์กุหลาบ นักศึกษาปริญญาโท คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาวิชาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารอาจารย์ได้มอบหมายให้หาบทความ Performance Management หาจาก Web Site- Search จาก ask.com แล้เลือก http://www.performance-management.us/เรื่อง Managing Workplace Performance สรุปได้ดังนี้- การประเมินผลงานเป็นส่วนหนึ่งของ Performance Management System 1. Performance Management แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในระยะยาวของเจ้าของธุรกิจ ทำให้ทราบถึงการทำงานของพนักงาน2. Performance Management ใช้ประกอบการพิจารณาในการเลื่อนตำแหน่ง ,เงินเดือน ซึ่งธุรกิจในวันนี้ไม่ได้ให้ความสนใจในการประเมินผลงานคุณภาพของมนุษย์ในเรื่องความสามารถ-การพัฒนาอาชีพเป็นส่วนหนึ่งของ Performance Management Program หัวหน้างานมักมีความเข้าใจผิดในเรื่อง Rating และ Ranking จึงส่งผลกระทบต่อคนงานในเรื่องของการเลื่อนขั้นและการให้ออกจากงาน และลูกจ้างมักมีความรู้สึกว่าบริษัทไม่ได้ให้ความสนใจในอาชีพ ซึ่งนำไปสู่การจัดการองค์กรที่ยากในการรักษาคนที่มีคุณภาพ บริษัทต้องมีสายงานให้พนักงานได้ไต่เต้าขึ้นไปในตำแหน่งที่สูงขึ้น เมื่อพนักงานรู้ถึงเป้าหมายก็ทำให้พนักงานเต็มใจ เต็มที่กับการทำงาน-Ranking and Rating Systemsส่วนประกอบหนึ่งที่มีความจำเป็นสำหรับ Performance Management ในองค์กรก็คือระบบ Ranking and Rating ซึ่ง การประเมินอาจอยู่ในรูปแบบแผนภูมิและตาราง ซึ่งเป็นวิธีการที่ดี แต่ก็มีข้อบกพร่องก็คือ สามารถบิดเบือนข้อมูลได้ ข้อดีคือสามารถประเมินลูกจ้างได้จากการทำงานจริงๆ ข้อระวังคือ ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนลูกจ้างบ่อยๆ - Interim Performance Coachingเมื่อมีงานใหม่เข้ามาต้องมีการบอกเป้าหมายของงานให้กับพนักงาน เพื่อให้พนักงานมีความมุ่งมั่น แต่เมื่อไหร่ที่ไม่มีการกำหนดเป้าหมายและการประเมินผลที่แม่นยำจะทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพ กิจการที่ประสบความสำเร็จได้จะต้องมีการประเมินและกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจน วิธีการที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้จะขึ้นอยู่กับหัวหน้างานหรือเจ้าของกิจการ ถ้ามีกลยุทธ์ที่ชัดเจน และถ้าหัวหน้าไม่มีการสอนพนักงานก็จะไม่ทราบทำให้ประสิทธิภาพการทำงานล้มเหลว เหมือนกับคำที่ว่า ผลงานของลูกน้องก็เหมือนผลงานของหัวหน้า ดังนั้นต้องมีการสอนให้เข้าใจ- Leadership Training: Employee Leadershipลูกจ้างมีโอกาสที่จะขึ้นเป้นระดับผู้บริหารที่จะนำพาบริษัทให้ก้าวหน้าหรือล้มเหลว ดังนั้นการจัดการที่เหมาะสมจะสามารถสร้างผู้นำที่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากผู้บริหารเปรียบเสมือนทรัพย์สินที่มีค่าของบริษัท และการพัฒนาผู้นำที่มีความสามารถและความเชี่ยวชาญจะเป็นตัวแปรที่สำคัญทำให้ Performance Manangement ได้ผล ดังนั้นถ้าในองค์กรมี Performance Management จะช่วยแก้ปัญหาให้องค์กรของเราได้ เพราะว่า Performance Management จะช่วยเชื่อมโยงเป้าหมายขององค์กร เป้าหมายของหน่วยงานแต่ละแผนก มาสู่การปฏิบัติงานของพนักงานระดับปฏิบัติการ ขึ้นอยู่กับหัวหน้าว่าสอนมากน้อยแค่ไหน และพนักงานต้องให้ความร่วมมือด้วย ต้องกำหนดเป้าหมายที่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน (KPI) การให้คำปรึกษาหารือในการปฏิบัติงานกับลูกน้อง การพัฒนาพนักงาน การจูงใจ การแก้ปัญหาในการปฏิบัติงานร่วมกันกับพนักงาน และดิฉันได้ประโยชน์มากจากการเรียนเรื่อง Performance Management รวมทั้งจากการหาข้อมูลทาง Web Site แล้วจะนำ Performance Management มาใช้กับองค์กรให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุดค่ะ
สวัสดีคะ ดร.จีระ / อ.พจนารถ และเพื่อนๆการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร วันนี้ดิฉันได้มีโอกาสในการ search หา ความรู้เกี่ยวกับ Performance Management จากwww.yahoo.com ได้บทความที่นาสนในจากhttp://www.cornerstoneondemand.com/enterprise/performance.html ดังนี้คะPerformance Management Cornerstone Performance เป็นเครื่องมือในการจัดการการทรัพยากรบุคคลเพื่อให้เกิดประสิทธผล ซึ่งมีความครอบคลุมในเรื่อง รายละเอียดของวิธีการ การตั้งเป้าหมาย ทิศทางการจัด การวางแนวการประเมินค่าความสามารถและการพัฒนาของโครงการ. มีการใช้ Cornerstone Performance เพื่อรับรองการ translate ลูกจ้างเข้ามาในองค์กรหรือเป็นการผสานจัดการการศึกษาหาความรู้และวางแผนการอย่างต่อเนื่องในอนาคต และกลยุทธ์พัฒนาและรักษาลูกจ้างที่มี performance ต่อ เป็นองค์กร อย่างเสมอต้นเสมอปลาย.
Get Measurable, Immediate Benefits- ผลกระทบและ benefit ของความสามารถจะถูกประมวลผลการประเมินค่าอย่างอัตโนมัติ ตัวช่วยในการประเมินค่าความสามารถ คือ scheduled email reminders- หาช่องว่างของความปัญหาที่สามารถมีโอกาสจะเกิดขึ้นก่อน เหตุการณ์นั้นจะเกิดและหาทางพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ- จัดแถวเป้าหมายเฉพาะส่วนให้มีทิศทางเดียวกับวัตถุประสงค์ของแผนกและกลยุทธ์องค์กรเพื่อรับรองกิจกรรมที่จะเกิดและความก้าวหน้าขององค์กรFlexibility and Self-Configurability เป็นลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งของ performance Management เพราะในแต่ละองค์กรจะมรความต้องการและทิศทางในการบริหารงานที่ต่างกัน
กราบเรียนอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และสวัสดีเพื่อนๆ นักศึกษาและท่านผู้อ่านทุกท่าน นศ.ป.โทบริหารธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง ในการเรียนวันที่ 06/08/06 กับ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ สำหรับงานกลุ่มโจทย์มีอยู่ว่า “ ถ้าเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ในเรื่องHR ของประเทศ คุณจะทำอะไรบ้าง เพราะอะไร และ ถ้าในฐานะนัการเมือง จะปรับปรุงองค์กรในประเทศ จะทำอะไรบ้าง” Macro นโยบายพรรคการเมือง1. ด้านการศึกษา- เพิ่มสัดส่วนงบประมาณด้านการศึกษาให้มากกว่างบประมาณด้านอื่นๆทั้งหมดโดยเฉพาะปัจจัยขั้นพื้นฐานของระบบการศึกษาให้เท่าเทียมทุกภูมิภาค งบประมารด้านการวิจัย และ ประชาชนเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ทุกคน- ปรับเปลี่ยนระบบฐานเงินเดือนข้าราชการครู อาจารย์ ทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับอุดมศึกษาออกจากระบบปัจจุบัน จัดระบบใหม่ให้สามารถดึงคนเก่งจากระบบอื่นมาทำงานด้านการศึก เช่น เงินเดือนข้าราชการครูสูงกว่าอาชีพวิศวกร- ปรับระบบการเรียนการสอนโดยเน้นโรงเรียนเฉพาะทางให้กระจายสู่ภูมิภาค เช่นทุกโรงเรียนต้องมีจุดเด่นที่สนองต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ โรงเรียนเตรียมเข้าสู่การเรียนวิทยาศาสตร์ 2. ด้านเศรษฐกิจ/การเมือง- ปรับเปลี่ยนเป้าหมายการส่งเสริมการลงทุนที่เน้นปริมาณเม็ดเงินลงทุน มาส่งเสริมและให้สิทธิพิเศษที่มากที่สุดด้านการลงทุนกับอุตสาหกรรมที่คนส่วนใหญ่ในประเทศได้ประโยชน์ และยั่งยืน เพื่อสร้างจุดแข็งของประเทศ เช่นการลงทุนด้านการศึกษา การลงทุนด้านอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป- การปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อ.บ.ต , อ.บ.จ ผู้ที่จะมาเป็นสมาชิก หรือประธาน ต้องมีกำหนด ระดับการศึกษา ขั้นต่ำ ระดับมัธยมปลาย หรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์การฝึกอบรม ด้านการบริหารจัดการการปกครองส่วนท้องถิ่นที่รัฐหรือหน่วยงานที่รัฐรับรองจัดขึ้น3. ด้านสังคม- ส่งเสริมระบบครอบครัว เช่น คนที่มีครอบครัวและมีบุตร โดยบุตรต้องอยู่กับกับพ่อแม่จะได้สิทธิพิเศษด้านประกันสังคม โดยจ่ายเพียง 50% บ้านที่มีบุพการีอายุ60ปีขึ้นไปไม่ต้องภาษี- ปรับเปลี่ยนความคิดที่ว่าเป็นเมืองพุทธ แล้วไม่ควรมีอบายมุข แต่ให้ปรับเปลี่ยนกฎหมายที่ให้นำอบายมุขขึ้นมาควบคุมจัดระบบทั้งหมด Micro ระดับองค์กรเอกชน 1. องค์กรแห่งการเรียนรู้ - ส่งเสริมพนักงานศึกษาต่อ โดยกำหนดอายุงานเช่นไม่ต่ำกว่า 3 ปี สามารถลาศึกษาได้ ช่วงการลา ระบบการขึ้นเงินเดือนและโบนัส ยังเหมือนเดิม โดยผู้บริหารในหน่วยต้องเป็นผู้เสนอแนวทางการพัฒนาให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ว่า ยังขาดเรื่องใด สามารถตั้งงบขอฝึกอบรม และกำหนดระยะเวลาพิสูจน์ผลงานหลังอบรม หรือศึกษาต่อ2. องค์กรความสุขในการทำงาน - องค์กรจัดทำระบบการชี้วัดความพึงพอใจในการทำงาน (หลักการ เข้าถึง เข้าใจ และแก้ปัญหา) การเสนอจากล่างขึ้นบน โดยพิจารณาตามศักยภาพที่องค์ควรมีให้ - ระบบกิจกรรมและนันทนาการต้องจัดอย่างน้อยปีละ 2ครั้ง เช่น กีฬาสี กิจกรรมสงกรานต์ กิจกรรมคืนกำไรสู่สังคม หรือรับผิดชอบกับสังคม เช่น ทำบุญร่มกันในเทศกาลต่างๆ การร่วมบริจาคในอุบัติภัยต่างๆ3. องค์กรแห่งการสร้างสรรค์ - พนักงานในองค์กรที่มีความคิด ปรับปรุง พัฒนางาน หรือเสนอแนะงาน ไม่ว่าจะเกี่ยวกับงานที่รับผิดชอบ หรืองานในหน่วยงานอื่นๆ แล้วสามารถทำได้จริง จะนำผลงานไปใช้ในการแระเมินผลงานประจำปี ด้วยความเคารพ กลุ่ม2 : สมาชิกดังนี้1.นายวิทิต เลิศนิมิตมงคล2.นางสาวจุฑาวรรณ เทพลิบ3.นางสาวพัทธนันท์ สกุลกฤติ4.นายประชา กองสุข5.นายปรัชญา พุดดี6.นางสาวศรัญญา จำเนียรกาล
ขอส่งใหม่(จัดเรียง paragraph)
กราบเรียนอาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และสวัสดีเพื่อนๆ นักศึกษาและท่านผู้อ่านทุกท่าน นศ.ป.โทบริหารธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง ในการเรียนวันที่ 06/08/06 กับ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ สำหรับงานกลุ่มโจทย์มีอยู่ว่า “ ถ้าเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ในเรื่องHR ของประเทศ คุณจะทำอะไรบ้าง เพราะอะไร และ ถ้าในฐานะนัการเมือง จะปรับปรุงองค์กรในประเทศ จะทำอะไรบ้าง” Macro นโยบายพรรคการเมือง <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: #339966; tab-stops: list 36.0pt"> ด้านการศึกษา </li></ol>- เพิ่มสัดส่วนงบประมาณด้านการศึกษาให้มากกว่างบประมาณด้านอื่นๆ ทั้งหมดโดยเฉพาะปัจจัยขั้นพื้นฐานของระบบการศึกษาให้เท่าเทียมทุกภูมิภาค งบประมารด้านการวิจัย และ ประชาชนเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ทุกคน- ปรับเปลี่ยนระบบฐานเงินเดือนข้าราชการครู อาจารย์ ทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับอุดมศึกษาออกจากระบบปัจจุบัน จัดระบบใหม่ให้สามารถดึงคนเก่งจากระบบอื่นมาทำงานด้านการศึก เช่น เงินเดือนข้าราชการครูสูงกว่าอาชีพวิศวกร - ปรับระบบการเรียนการสอนโดยเน้นโรงเรียนเฉพาะทางให้กระจายสู่ภูมิภาค เช่นทุกโรงเรียนต้องมีจุดเด่นที่สนองต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ โรงเรียนเตรียมเข้าสู่การเรียนวิทยาศาสตร์ <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: #339966; tab-stops: list 36.0pt"> ด้านเศรษฐกิจ/การเมือง </li></ol>- ปรับเปลี่ยนเป้าหมายการส่งเสริมการลงทุนที่เน้นปริมาณเม็ดเงินลงทุน มาส่งเสริมและให้สิทธิพิเศษที่มากที่สุดด้านการลงทุนกับอุตสาหกรรมที่คนส่วนใหญ่ในประเทศได้ประโยชน์ และยั่งยืน เพื่อสร้างจุดแข็งของประเทศ เช่นการลงทุนด้านการศึกษา การลงทุนด้านอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป- การปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อ.บ.ต , อ.บ.จ ผู้ที่จะมาเป็นสมาชิก หรือประธาน ต้องมีกำหนด ระดับการศึกษา ขั้นต่ำ ระดับมัธยมปลาย หรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์การฝึกอบรม ด้านการบริหารจัดการการปกครองส่วนท้องถิ่นที่รัฐหรือหน่วยงานที่รัฐรับรองจัดขึ้น <ol style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; color: #339966; tab-stops: list 36.0pt"> ด้านสังคม </li></ol>- ส่งเสริมระบบครอบครัว เช่น คนที่มีครอบครัวและมีบุตร โดยบุตรต้องอยู่กับกับพ่อแม่จะได้สิทธิพิเศษด้านประกันสังคม โดยจ่ายเพียง 50% บ้านที่มีบุพการีอายุ60 ปีขึ้นไปไม่ต้องภาษี- ปรับเปลี่ยนความคิดที่ว่าเป็นเมืองพุทธ แล้วไม่ควรมีอบายมุข แต่ให้ปรับเปลี่ยนกฎหมายที่ให้นำอบายมุขขึ้นมาควบคุมจัดระบบทั้งหมด Micro ระดับองค์กรเอกชน 1. องค์กรแห่งการเรียนรู้ - ส่งเสริมพนักงานศึกษาต่อ โดยกำหนดอายุงานเช่นไม่ต่ำกว่า 3 ปี สามารถลาศึกษาได้ ช่วงการลา ระบบการขึ้นเงินเดือนและโบนัส ยังเหมือนเดิม โดยผู้บริหารในหน่วยต้องเป็นผู้เสนอแนวทางการพัฒนาให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ว่า ยังขาดเรื่องใด สามารถตั้งงบขอฝึกอบรม และกำหนดระยะเวลาพิสูจน์ผลงานหลังอบรม หรือศึกษาต่อ 2. องค์กรความสุขในการทำงาน - องค์กรจัดทำระบบการชี้วัดความพึงพอใจในการทำงาน (หลักการ เข้าถึง เข้าใจ และแก้ปัญหา) การเสนอจากล่างขึ้นบน โดยพิจารณาตามศักยภาพที่องค์ควรมีให้ - ระบบกิจกรรมและนันทนาการต้องจัดอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เช่น กีฬาสี กิจกรรมสงกรานต์ กิจกรรมคืนกำไรสู่สังคม หรือรับผิดชอบกับสังคม เช่น ทำบุญร่มกันในเทศกาลต่างๆ การร่วมบริจาคในอุบัติภัยต่างๆ 3. องค์กรแห่งการสร้างสรรค์ - พนักงานในองค์กรที่มีความคิด ปรับปรุง พัฒนางาน หรือเสนอแนะงาน ไม่ว่าจะเกี่ยวกับงานที่รับผิดชอบ หรืองานในหน่วยงานอื่นๆ แล้วสามารถทำได้จริง จะนำผลงานไปใช้ในการแระเมินผลงานประจำปี ด้วยความเคารพ กลุ่ม2 : สมาชิกดังนี้1.นายวิทิต เลิศนิมิตมงคล2.นางสาวจุฑาวรรณ เทพลิบ3.นางสาวพัทธนันท์ สกุลกฤติ4.นายประชา กองสุข5.นายปรัชญา พุดดี6.นางสาวศรัญญา จำเนียรกาล
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์จีระ,อาจารย์พจนารถและพี่ๆทีมงานทุกท่าน
Performance Management คือ กระบวนที่วางไว้เป็นระบบโดยหน่วยงานเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพขององค์กรเพื่อให้ภารกิจสำเร็จและเป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร Employee Performance Management ประกอบด้วย1. Planingถ้าให้พนักงานมีส่วนร่วมในการวางแผนจะช่วยให้เขาเข้าใจเป้าหมายขององค์กร และเมื่อรู้ว่าต้องทำอะไร ทำอย่างไร ก็จะทำงานที่ได้รับมอบหมายออกมาดี 2. Mornitoringการติดตามที่ดี หมายถึง การประเมินความสามารถด้วยมาตราฐานเดียวกันและจัดการกับ Feedback ของพนักงานให้มีความก้าวหน้าเพื่อไปสู่เป้าหมาย การกำหนดการติดตามความสามารถประกอบด้วยการตรวจสอบผลความก้าวหน้าของพนักงานโดยเปรียบเทียบกับคู่แข่งและมาตราฐานที่ได้กำหนดไว้3. Developingการพัฒนา หมายถึงการเพิ่มความสามารถโดยการฝึกอบรม,มอบหมายงานเพื่อให้นำทักษะใหม่ๆมาใช้หรือเพิ่มระดับความรับผิดชอบที่สูงขึ้น,ปรับปรุงกระบวนการหรือหลักการอื่นๆ และให้ความช่วยเหลือพนักงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในที่ทำงาน เช่น การแนะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ4. Rating and rewardingRatingช่วยในการสังเกตและเปรียบเทียบความสามารถของพนักงาน องค์กรต้องการทราบว่าใครคือคนที่มีความสามารถสูงสุด การจัดอันดับคือการประเมินคุณค่าของพนักงาน หรือความสามารถของกลุ่มเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่กำหนดไว้ในแผนความสามารถของพนักงาน แล้วสรุปผลและบันทึกผลไว้ ถึงแม้ว่าความสามารถของกลุ่มจะมีผลในการจัดอันดับของพนักงานแต่การจัดอันดับที่ได้รับการบันทึกคือความสามารถของแต่ละบุคคลไม่ใช่กลุ่ม Rewardingการให้รางวัลหมายถึงการเห็นคุณค่าของพนักงานทั้งแบบบุคคลและเป็นกลุ่ม การให้รางวัลยังใช้ได้ดี หลักการง่ายๆของการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ คือ การควบคุมพฤติกรรมโดยผลของมัน ผลตอบแทนมีทั้งที่เป็นทางการ (การแต่งตั้งตำแหน่งงาน , การเพิ่มเงินเดือน) และไม่เป็นทางการ (การจัดเลี้ยง), เชิงบวกและเชิงลบ การกระทำหลายๆอย่างเป็นตัวแทนของรางวัลได้อย่างดี เช่น การกล่าวคำขอบคุณ ปัจจุบันนี้องค์กรต่างๆนิยมที่จะนำระบบหรือแบบแผนใหม่ๆมาใช้ในองค์กร แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่แท้จริงของระบบเหล่านั้น และที่สำคัญต้องเข้าใจกระบวนการของระบบต่างๆดีพอ ไม่ใช่ทำไปตามกระแสนิยม และสิ่งสำคัญที่สุดถึงแม้ว่าในองค์กรของเราจะไม่มีการนำระบบต่างๆมาใช้ แต่พนักงานในองค์กรเป็นคนที่มีคุณภาพ รู้และเข้าใจเป้าหมายขององค์กร ดิฉันคิดว่าก็น่าจะทำให้องค์กรอยู่รอดได้ Search Provider : www.ask.comWeblink : www.opm.gov/perform/overview.asp
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ทุกท่าน และสวัสดีพี่ทีมงานทุกคนนะคะ
วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม บรรยากาศในห้องค่อนข้างปั่นป่วน เพราะสมาชิกหลายคนมีความกังวลในใจ ในการสอบตอบบ่าย วันนี้ การสร้าง Learning Environment ของผู้เรียนค่อนข้างน้อยกว่าทุกครั้ง จากเหตุการณ์นี้สำหรับตัวดิฉันเองถึงจะอ่านหนังสือมาในระดับที่พอสมควรและลองทำ program มาบ้าง แต่ก็ไม่สามารถตัดความกังวลให้หมดไปเลยไม่ได้ แต่วันนี้ก็ตั้งใจเรียนเหมือนทุกครั้งนะคะ
และสำหรับงานมอบหมายของท่านอาจารย์พจนารถนั้น ดิฉันได้สืบค้นเจอ website ที่น่าสนใจหลายแหล่งแต่เลือกที่ชอบที่สุดมาแค่ 1 ก่อนเพราะ website นี้เนื้อหาค่อนข้างมากและน่าจะใช้ต่อยอดได้ดี มีรายละเอียดการค้นคือ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 33pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 33.0pt" class="MsoNormal">1. www.sanook.com ค้นหาคำว่า performance</p>2. เข้าไปในหัวข้อที่แสดงว่า Performance management Technical Assistance centerท่านจะเข้าไปใน www.opm.gov/perform เนื้อหาในนี้จะเป็นของ The Federal Government ‘s human resources Agency ข้อดีที่ดิฉันสนใจและเห็นว่าเป็นประโยชน์คือ มีการแนะนำหนังสือที่เกี่ยวข้อง ที่น่าสนใจ รวมทั้งหนังสือที่ท่านอาจารย์เคยกล่าวถึงตอนที่เราเรียนเรื่อง BSC ของ Robert S.Kaplan and David P.Norton และในนี้มี Text book ให้ download free ด้วยนะคะ<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> การกล่าวถึงเนื้อหา PM ใน website นี้โดยวัตถุประสงค์คล้ายกัน แต่จะมีการกล่าวถึง Team Performance เพิ่มเติมมา กล่าวคือ Individual performance and team performance ต้องไปด้วยกัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ถ้าใครอยากหาหนังสืออ่านเสริมสร้างความรู้ในการบริหาร เข้าไปเลยนะคะ อาจจะได้สัก 2-3 เล่ม </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ขอแสดงความนับถือค่ะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ศรีทอง โคตะมะ</p>
เรียน อาจารย์ ศ.ดร.จีระ อาจารย์พจนารถ อ.ยม และทีมงานทุกท่าน <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt">กลุ่ม 1</h1><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สมาชิกในกลุ่ม </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">1.พิมพ์พร เอี่ยมสะอาด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">2.อรุณี วงษ์กุหลาบ</p>3.กิตติวัฒน์ กุลจิระดิลก4.กัลย์สุดา วังชนะชัย5.อโณทัย แก้วสำอาง6.พรชนก สุขอาจ <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt">ถ้าเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองจะทำอะไรบ้างในเรื่องทรัพยากรมนุษย์ในระดับประเทศ</h1> <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt">ปัญหาของการเมืองไทย</h1> 1.คอร์รัปชั่น ขาดการตรวจสอบ และไม่มีความโปร่งใส และรัฐบาลใช้ระบบเสียงข้างมาก สตง. และป.ป.ป. ไม่มีอำนาจอิสระจึงถูกฝ่ายบริหารครอบงำได้ 2.ขาดประสิทธิภาพ โดยระบบราชการที่ต่างส่วนราชการต่างก็มีทำงานแยกกัน ไม่มีการวางแผนร่วมกัน ไม่มีการประสานงานกัน ซึ่งระบบที่มีประสิทธิภาพนั้นจะต้องมี CPA ร่วมกัน โดยนายกรัฐมนตรีจะต้องให้มีพระราชกฤษฎีกาย้ายกรมที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่สำคัญเร่งด่วน มาอยู่ในระบบเดียวกันเพื่อการวางแผนแก้ปัญหาร่วมกัน จัดงบประมาณร่วมกัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันปฏิบัติงานตามแผน เพื่อให้สามารถจัดทำโครงการเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เพราะมีเป้าหมายเดียวกัน 3.การยึดติดระบบศักดินา ทำให้ประชาชนเข้าถึงยาก หรือ ระบบอำนาจนิยม อ่อนน้อมต่อผู้เหนือกว่าและใช้อำนาจกับผู้ต่ำกว่า 4. มีพลังนอกระบบราชการ เช่น นักธุรกิจ นายทุน แนวทางการแก้ไขได้ ทำได้โดยวิธีปฏิรูปการเมือง ซึ่งก็คือการปฏิรูประบบการจัดการในประเทศใน 2 เรื่องหลักๆ คือ1.การลดทุจริตประพฤติมิชอบ สตง. - ปปช. เป็นอิสระ2.เพิ่มประสิทธิภาพ - ปฏิรูประบบการเมืองและการเลือกตั้ง- ปฏิรูปองค์กรมหาชนอิสระในการตรวจสอบและมีกระบวนการตรวจสอบ ลงโทษดำรงตำแหน่งระดับสูง โดยองค์กรอิสระที่ไม่ต้องขึ้นกับฝ่ายบริหาร เช่น การจัดตั้งศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง สถาบันตรวจเงินแผ่นดิน ปปป. สตง. และองค์กรกลางที่มีอิสระทั้งผู้ดำรงตำแหน่งงบประมาณ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการสร้างระบบตรวจสอบกระบวนการสอบสวนลงโทษที่เข้มแข็ง3. แนวทางการพัฒนา “คน” - การพัฒนาการศึกษา - การพัฒนาการมีส่วนร่วม ถ้าเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองแก้จะปัญหาในเรื่องทรัพยากรมนุษย์ดังนี้ 1. ความซื่อสัตย์สุจริต: นักการเมืองส่วนใหญ่ไม่มีคุณสมบัติในข้อนี้ ขาดการประพฤติปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม รวมทั้งมักให้คำมั่นสัญญาในช่วงหาเสียงว่าจะทำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับชาวบ้าน แต่เมื่อได้รับการเลือกตั้งแล้วมักจะลืมและไม่ทำตามที่ตัวเองได้กล่าวไว้ ถือว่าขาดความซื่อสัตย์ต่อชาวบ้าน ดังนั้นนักการเมืองต้องไม่คิดคด ทรยศ ไม่คดโกงและไม่หลอกลวง รวมไปถึง การรักษาคำพูดหรือคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ และต้องปฏิบัติหน้าที่การงานของตนเองด้วยความรับผิดชอบ และด้วยความซื่อสัตย์ไม่แสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้องด้วยการใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ในทางที่ผิด พื้นฐานของความซื่อสัตย์สุจริตอันดับแรกที่นักการเมืองควรมี คือ รู้เป้าหมายของงานที่ทำว่าทำเพื่ออะไร ถ้าเป็นนักการเมืองพื้นฐานก็คือ ทำงานเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ ในระยะเวลาสั้น : เป็นไปไม่ได้ เพราะความซื่อสัตย์สุจริต เป็นสิ่งที่ติดตัวมาและรับการหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นเราจึงต้องหันไปให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวมากที่สุด เพื่อจะได้ทำให้พื้นฐานของเด็กที่เปรียบเสมือนผ้าขาวดี จะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี 2. ความสามัคคี /ความแตกแยกทางการเมือง : ปัจจุบันปัญหาทางการเมืองส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากคนไม่สามัคคีกัน ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือเกิดความแตกแยกทางการเมือง ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องของคนที่ชอบขัดแย้งกัน เพราะแต่ละคนมักคิดเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง จากจุดศูนย์กลางก็มองหาคนใกล้ชิด ครอบครัว เพื่อนฝูง เกิดความคิดเป็น “เรา” เป็น “พวกเรา” ถ้าเป็นคนอื่นก็คิดว่า “เขา” และ “พวกเขา”(ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน) เมื่อเกิด “เรา” และ “เขา” แล้วจึงแบ่งคนออกเป็น2 พวก เมื่อมี 2 พวกก็ตีกัน โดยปกติแล้วมนุษย์มีความแตกต่างกันทางความคิด และเมื่อมีคนสองคนขึ้นไปก็ย่อมมีความคิดที่แตกต่างกัน ซึ่ง ความแตกต่างทางความคิดไม่จำเป็นต้องเป็นความแตกแยก แต่ขณะนี้พฤติกรรมทางการเมืองของประเทศไทยของทั้งสองฝ่ายกำลังทำ “ความแตกต่าง” ให้เป็น “ความแตกแยก” ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีสำหรับบ้านเมืองของเรา เพราะเมื่อเกิดความแตกแยกแล้วก็จะมองอีกฝ่ายเป็น “ศัตรู” เป็น “ฝ่ายตรงข้าม” ก่อให้เกิด “ความเกลียดชัง” ซึ่งความเกลียดชังนำไปสู่ “การทำลายล้าง” และต้องการเป็น “ผู้ชนะ” ดังนั้นขอให้นักการเมืองของไทยเราพึงระลึกถึงประเทศชาติ ประชาชน ต่อสู้กับความยากจนของชาวบ้าน ต่อสู้กับการคอร์รัปชั่น ผนึกกำลังให้เป็นหนึ่งเดียวกันในการช่วยชาติบ้านเมืองให้ดีกว่านี้ โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก - เป็นไปได้ถ้าทุกฝ่ายลดความเห็นแก่ตัวลง คิดถึงประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะถ้าคนในประเทศยังสู้รบกันเองแล้วเราจะสู้คนอื่นได้อย่างไร 3. การซื้อสิทธิ์ขายเสียง : ในช่วงของการเลือกตั้ง มักมีนักการเมือง ซื้อสิทธิขายเสียง คนพวกนี้เป็นพวกเหนี่ยวรั้งความเจริญก้าวหน้าของระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง ในปัจจุบัน ได้มีการกำหนดให้มี คณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นองค์กรอิสระและเป็นกลาง ทำหน้าที่จัดการและควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม นอกจากนี้แล้วยังมีบทลงโทษผู้ที่ทำผิดเกี่ยวกับการซื้อสิทธิขายเสียง การแก้ไขคนกลุ่มนี้คือปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมให้มาก แต่ก็คงทำได้ค่อนข้างยากเพราะดังสุภาษิตที่ว่า “ ไม่อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก” แต่ก็ต้องทำเพราะถ้าไม่ปลูกฝังแล้วสุดท้ายประเทศชาติเราจะมีระบอบประชาธิปไตยไว้เพื่ออะไร - เป็นไปได้ ทำได้ถ้าเรามีการรณรงค์บอกถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้น ให้ความรู้และยกตัวอย่างความเสียหายในการขายเสียงให้แก่ประชาชนได้รับทราบ ได้เงินเพียงไม่กี่บาทแต่ต้องได้รับผลกระทบอื่นๆตามมามากมาย ถ้าทางกลุ่มเป็นหัวหน้านักการเมือง ...เรามีความคิดคิดในการปรับระดับองค์กรของประเทศอย่างไรบ้าง การพัฒนาในระดับองค์กร มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องมีการบริหารจัดการความรู้ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น องค์กรจึงพัฒนาก้าวไปสู่ความสำเร็จ ฉะนั้นดิฉันจึงขอเริ่มจากจุดนี้ คือ “สร้างการเรียนรู้ใหม่ๆ” ให้เกิดกับองค์กรถ้าทางกลุ่มเป็นหัวหน้านักการเมือง ขอยึด “ทฤษฎีทุน 8 k” เป็นหลักประจำใจและใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อสร้างการเรียนรู้ใหม่ให้กับองค์กร ดิฉันขอแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ 1. สร้างการเรียนรู้ในระยะสั้น : สร้างกับพนักงานในองค์กร สร้างโดย จัดตั้ง โครงการ “โรงงานนำร่อง” โครงการ โรงงานนำร่อง คือเป็นโรงงานตัวอย่าง ที่รัฐบาลได้เข้ามามีบทบาทช่วยวางแผนด้านการบริหาร เป้าหมายโครงการ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 41.25pt; text-indent: -23.25pt; tab-stops: list 41.25pt" class="MsoNormal">- ปรับทัศนคติของผู้นำ ให้ “มองมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน ให้เกียรติ์ ยกย่องซึ่งกันและกัน และ ยึด “ทฤษฎี ทุน 8 k” เป็นแนวทางดำเนินการบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เน้น ทรัพยากรมนุษย์ เป็นทุนที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าได้ ) เพื่อการพัฒนาขององค์กร</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> สิ่งที่ผู้นำต้องปฏิบัติ</p> (1.) ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของพนักงาน : ใช้หลักการของ Maslow เป็นเกณฑ์ เพื่อสร้างทุนแห่งความสุขให้เกิดกับพนักงาน เพราะเมื่อคนเราทำอะไรด้วยใจที่เป็นสุขแล้วจะทำได้ดี (2.) อบรมด้านวิชาการเฉพาะทาง : เพื่อให้พนักงานเกิดทักษะ ความชำนาญเฉพาะทาง เพื่อสร้างทุนทางปัญญาให้เกิดขึ้น โดยจะมีการจัดอบรมให้ความรู้ใหม่ๆ ทุกๆ 6 เดือน และประเมินทุก 1 ปี พิจารณาเลื่อนตำแหน่ง หรือขึ้นเงินเดือน ซึ่งวิธีการวัดต้องเป็นรูปธรรม และยุติธรรม เพื่อเป็นแรงจูงใจให้คนงานทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความภูมิใจในตัวเอง (ทุนมนุษย์) (3.) จัดอบรมด้านจริยธรรม : สร้างธรรมะให้เกิดขึ้นในจิตใจของพนักงาน ซึ่งเมื่อเขามีความเก่งเรื่องงานแล้วเขาควรจะใช้มันไปในทางที่ถูกต้อง โดยมีศีลธรรมคอยควบคุม หรือ เป็นการสร้างทุน ทางจริยธรรม กำหนดให้อบรมทุกๆ 3 เดือน *** หมายเหตุ ข้อ (2) , (3) ควรนำ “ทฤษฎี 4L” เข้ามาช่วยเพื่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิผล (4) ส่งเสริมให้ใช้ Internet ในองค์กร : ภายในองค์กร มีการประสานงานโดยใช้ Internet เพื่อความรวดเร็ว และประโยชน์ในการค้นคว้าหาความรู้ใหม่ได้อยู่เสมอ เปิดโลกความคิดของพนักงานให้กว้างขึ้น ( 5) จัดประกวดแข่งขันผลงานในองค์กร : เพื่อสร้างการพัฒนาความรู้ (ทุนทาง Knowledge, Skill, Mindset ) *** เมื่อปฏิบัติทั้ง 5 ข้อ อย่างเคร่งครัด องค์กรเกิดการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด คือพนักงานในองค์กร มีความคิดที่เป็นระบบ ,คิดเป็น , วิเคราะห์เป็น , มี Idea ใหม่ๆ และสามารถสร้างสรรค์ Idea นั้นได้สำเร็จ องค์กรเกิดการพัฒนา สามารถสร้างกำไรเพิ่มให้กับองค์กร (6) ช่วยเหลือสังคม : เมื่อองค์กรเกิดกำไรมมากพอแล้ว ควรแบ่งกำไรส่วนนั้นไปช่วยเหลือสังคม และพัฒนาสังคมบ้าง เพื่อให้คนในองค์กร รู้ซึ้งถึงคุณค่าในตัวเอง หรือ คุณค่าของมนุษย์ (ทุนทางสังคม) ผลที่ได้รับ : เมื่อปฏิบัติได้ทั้ง 6 ข้อ องค์กรและพนักงานในองค์กร จะเกิดทุนแห่งความยั่งยืน คือ สามารถสร้างผลกำไร ได้ในระยะยาว องค์กรอยู่รอดและประสบความสำเร็จ รัฐบาลจะนำ “โรงงานนำร่อง” ข้างต้น ที่ประสบความสำเร็จ มาเผยแพร่ เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับโรงงานอื่นๆ ได้เข้ามาร่วมโครงการ และรัฐจะเป็นผู้ที่ให้ความรู้ อบรมส่งเสริม เพื่อประเทศเราจะได้พัฒนา และเกิดเป็น “สังคมแห่งนวัตกรรม” ต่อไป <div style="border-right: medium none; padding-right: 0cm; border-top: medium none; padding-left: 0cm; padding-bottom: 1pt; border-left: medium none; padding-top: 0cm; border-bottom: windowtext 1pt solid"> </div> 2. สร้างการเรียนรู้ในระยะยาว : คือมีการปลูกฝัง “จิตสำนึกในการใฝ่รู้” ให้กับเยาวชนไทย ซึ่งต่อไปเค้าจะเป็นอนาคต หรือคลื่นลูกใหม่ ที่รอเข้ามาแทนคลื่นลูกเก่าในองค์กร โดยการจัดทำ โครงการ “เด็กไทยก้าวไกลสู่นวัตกรรม”โครงการ “เด็กไทยก้าวไกลสู่นวัตกรรม” วิธีปฏิบัติ : 1. ) รัฐบาลส่งเสริม “ระบบการศึกษาไทยใหม่” เน้นประเมินผลด้าน การคิดนอกกรอบ มากกว่า ด้านความรู้แบบท่องจำ 2.) เมื่อเยาวชนจบชั้นประถมศึกาปีที่ 6 แล้วให้อาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ทำการวิเคราะห์ว่า นักเรียนคนนั้น มีความเชี่ยวชาญในความรู้สาขาใด และจัดส่งไปศึกษาเฉพาะด้านในชั้นมัธยม ต่อไป เพื่อสร้างทักษะ ความชำนาญให้เกิดขึ้น3.) บัญญัติการอบรมธรรมะ ทุกเช้าวันจันทร์ ประมาณครึ่งชั่งโมงเป็นอย่างน้อย4.) มีการอบรมเพิ่มทักษะใหม่อยู่เสมอ ให้โอกาสไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ แล้วจัดประกวดผลงานในเฉพาะสาขา ทั้งในระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และต่างประเทศ อย่างสม่ำเสมอ โดยเสนอรางวัลเป็นแรงจูงใจ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผลที่ได้รับ : เด็กไทยโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ ทั้งทางด้านวิชาการ และด้านคุณธรรม อนาคตของประเทศไทยต้องก้าวหน้า ล้ำนานาประเทศ และเป็นสังคมแห่งนวัตกรรม ที่ไม่หยุดยั้ง</p> สุดท้ายนี้ขอบคุณอาจารย์จีระ อ.พจนารถ อ.ยม และทีมงานทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่ามาสร้างสังคมการเรียนรู้ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับท่านอาจารย์จีระ อาจารย์พจนารถ อาจารย์ยม และทีมงาน Chira Academy ทุกท่าน กระผมนายวิทิต เลิศนิมิตมงคล นักศึกษาปริญญาโท คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขาวิชาการจัดการธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารอาจารย์ได้มอบหมายให้หาบทความ Performance Management หาจาก Web Site- Search จาก siamguru.com แล้วเลือก http://www.performancemanagement-dir.com/performance-management-process.htmlเรื่อง Business process management for capital Marketsสรุปได้ดังนี้การจัดการธุรกิจการผลิต สำหรับระบบการตลาดการบันเทิง(Business process management for capital Markets) การพิสูจน์และการนำเนื้อหาสาระโดยกลับมาใช้วิธี BPM(Business performance management) เกิดความไม่พอใจโดยมีการวิจารณ์กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกเกี่ยวกับการตลาดทำภาพยนตร์ ซึ่งได้มีการ เอ่ยเกี่ยวกับ การการปฏิบัติงานถ่ายที่และเทคนิค ที่จะต้องมีการจ่ายเป็นระยะไป 4-6 ล้านดอลลาร์ ต่อปี ซึ่งได้มีหลายคนที่ได้เริ่มพยายามที่จะบันทึกข้อมูลและได้ส่งข้อเรียกร้องที่เกี่ยวกับข้อบังคับที่รัฐบาลได้ตั้งขึ้น ตลาดใหม่และการวางระเบียบความต้องการที่ใช้ควบคุมการตลาดภาพยนตร์ไปสู่การรวบรวมข้อมูลในแนวทางต่างๆ ก่อนที่จะเกิดเป็นภาพลักษณ์ขึ้น ภาพยนตร์หนังอยู่ภายใต้ความกดดันด้านการควบคุมการผลิต จะต้องมีการลดต้นทุนในการทำหนัง นั้นจะเป็นประตูที่จะต้องใช้ ระบบBPM เข้ามาเป็นกุญแจไขออก BPMและการนำเสนอเครื่องจักรเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่ต้องใช้คนมากมาใช้กับตัวองค์กร ธุรกิจการผลิตเครื่องจักรเกี่ยวกับการทำหนังจะต้องมีการทำสัญญากับโรงงานเครื่องจักร ซึ่งล้วนแล้วแต่จะช่วยลดต้อนทุนทางด้านเวลาการผลิต และสามารถที่จะตอบสนองตลาด และสร้างผลกำไร ให้กับธุรกิจทำหนัง อย่างไรก็ตามธุรกิจด้านบันเทิงก็ต้องการผลตอบแทนกำไร โดยจะต้องสร้างความแปลกใหม่ให้กับคนดูหรือลูกค้า โดยองค์กรจะต้องใช้เครื่องช่วยและการจัดการธุรกิจการผลิตที่มีประสิทธิภาพมาใช้ให้เกิดผลมากที่สุด
เรียนอาจารย์ ศ.ดร.จีระ อาจารย์พจนารถ ที่เคารพและสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
จากบทความ Perfomance Management in schools มีส่วนช่วยให้ผู้บริหารหรือหัวหน้างาน นำผลที่ได้มาวางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคลและเป็นทีม เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายขององค์กรและมีทิศทางที่ชัดเจน อยู่บนพื้นฐานของวัฒนธรรมขององค์กร แต่ถ้าเปรียบกับองค์กรในเมืองไทย พบว่าการทำ Perfomance Management อาจจะทำได้ยากเพราะคนไทยมีความคิดแตกต่างกันจึงไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ เนื่องจากขาดการอบรมการอยู่ด้วยกันย่อมยาก ต้องสร้างให้พนักงานเรียนรู้และเกิดแรงจูงใจดังนี้
1.ต้องฝึกงาน ทดลองงานก่อนว่ามีศักยภาพในการทำงานมากแค่ไหน หรืออยู่ในระดับใด
2.ทำการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาศักยภาพให้มากขึ้น โดยมีการเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย
3.การสั่งงาน ในแวดวงการศึกษาจะเป็นแบบนายสั่งลูกน้องซึ่ง จะต้องปรับเป็นระบบพี่เลี้ยง4.เสริมสร้างบรรยากาศการเรียนรู้และให้รู้จักเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ต้องรู้จักกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการเดิมและยอมรับวิธีการใหม่ๆ
สิ่งเหล่านี้จะทำให้พนักงานรู้จักศักยภาพของตนเอง มีการเรียนรู้มากขึ้น ยอมรับการเปลี่ยนแปลง กล้าแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์
“ องค์กรพัฒนาต้องพัฒนาที่คน แต่จะพัฒนาคนต้องพัฒนาที่ใจ”
Web//http://www.yahoo.comWeblink//http://www.teachernet.gov.uk กดเข้าmanagement ต่อด้วย payandpermance และ performancemanagement
เรียนอาจารย์จีระ อาจารย์พจนารท และสวัสดีค่ะเพื่อน ๆทุกคนจากการที่อาจารย์จีระ ได้ฝากเอาไว้ว่าถ้าจะแนะนำหนังสือให้อาจารย์อ่านสักเล่ม อยากแนะนำเรื่องอะไร ดิฉันขออนุญาตแนะนำเรื่อง ศิลปะการใช้คนในสามก๊ก ซึ่งเป็นสุดยอดศาสตร์เกี่ยวกับการบริหารจัดการคน ของจีนโบราณ เขียนโดย ฮว่อหยี่เจีย แปลและเรียบเรียงโดยบุญศักดิ์ แสงระวี เนื่องจากสามก๊ก เป็นเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์จีน ที่เกี่ยวข้องกับการสงคราม ตัวละครเด่นแต่ละตัวล้วนเป็นแม่ทัพที่มีความสามารถ ดังนั้นการศึกษาถึงวิธีการคิดในการบริหารคนของตัวละครเหล่านั้นจึงเป็นสิ่งน่าสนใจ เพราะถ้าบริหารคนได้อย่างเหมาะสมย่อมทำให้ได้รับชัยชนะ แต่ถ้าเกิดความผิดพลาดก็ย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียร้ายแรง หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงวิธีการใช้คนของขงเบ้ง เล่าปี่ ซุนกวน และ โจโฉ โดยเนื้อหาที่น่าสนใจ เช่น วิธีการใช้คน การเทียบข้อดี ข้อเสียของการใช้คนของแต่ละตัวะคร มีข้อเตือนใจจากการใช้คน การใช้คนถูกเกิดผลดีอย่างไร ถ้าใช้คนผิดจะเป็นอย่างไร เป็นต้น ถ้านำมาเทียบเคียงกับทฤษฎีต่าง ๆ ที่อาจารย์จีระได้แนะนำเอาไว้ก็พบว่ามีความสอดคล้องกัน เช่น การสร้างทุนทางสังคมของ ซุนกวน ด้วยการแปลงศัตรูให้เป็นมิตร การให้ความสำคัญด้านทุนทางจริยธรรม ของขงเบ้ง โดยจะใช้คนที่มีความสามารถและมีศีลธรรมด้วย การถือสัจจะเป็นสำคัญ ซึ่งนักบริหารทุกวงการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ให้เหมาะสมกับสถาณการณ์จากการศึกษาเกี่ยวกับ Performance Management ใน web site ต่อไปนี้ http://www.hr.ubc.ca/odl/performancemanagement/ และ http://www.bettermanagement.com/topic/whatis.aspx?f=11 พอจะสรุปได้ว่า Performance Management นั้นมุ่งประเด็นไปที่การสร้างความมั่นใจถึง ประสิทธิภาพของพนักงานในการทำงานให้ตรงตามเป้าหมายของงาน และเป้าหมายขององค์กร โดยทำอย่างไรที่จะให้พนักงานสามารถประยุกต์ นำทักษะของตนเองมาใช้ในการทำงาน และสามารถกำหนดผลการปฏิบัติงานให้เหมาะกับบทบาทของพนักงานได้ มีกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เช่น การวางแผน ตรวจติดตาม และควบคุม ซึ่งแต่เดิมนั้นกระบวนการทำงานจะดำเนินไปได้จากหัวหน้างาน และใช้ผลการปฏิบัติงานจากพนักงาน แต่มาระยะหลังได้หันมาสนใจ เครื่องมือด้าน Performance Management มากขึ้น กระบวนการถูกใช้มากเพื่อรวมเอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และเพื่อวัดประสิทธิภาพของแต่ละบุคคลในการประเมินประจำปี การใช้ Balanced Scorecards ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งใช้เปลี่ยนกลยุทธ์สู่การปฏบัติ สามารถใช้ได้กับองค์กรทุกระดับ การที่เราจะบริหารองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเลือกเครื่องมือในการวัดอย่างระมัดระวัง โดยมีเกณฑ์ คือ ต้องมีความสมดุลด้านการเงิน ลูกค้า กระบวนการภายในของธุรกิจ และกระบวนการเรียนรู้และเติบโตของพนักงาน ซึ่งการใช้ตัววัดดังกล่าวจะทำให้ Balanced Scorecards สามารถแสดงถึงผลการปฏิบัติงานและการบริหารงานไปสู่เป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์กรได้ การบริหารจัดการที่ดีขึ้นจึงต้องมีทั้ง Balanced Scorecards และ Performance Management เพื่อช่วยให้ผู้บริหารสามารถบริหารได้อย่ามีประสิทธิภาพ นำองค์กรไปสู่จุดมุ่งหมายที่วางไว้
ขออนุญาตส่งใหม่นะคะ เพราะว่าที่ส่งไปตัวอักษรเล็กมาก
เรียนอาจารย์จีระ อาจารย์พจนารท และสวัสดีค่ะเพื่อน ๆทุกคนจากการที่อาจารย์จีระ ได้ฝากเอาไว้ว่าถ้าจะแนะนำหนังสือให้อาจารย์อ่านสักเล่ม อยากแนะนำเรื่องอะไร ดิฉันขออนุญาตแนะนำเรื่อง ศิลปะการใช้คนในสามก๊ก ซึ่งเป็นสุดยอดศาสตร์เกี่ยวกับการบริหารจัดการคน ของจีนโบราณ เขียนโดย ฮว่อหยี่เจีย แปลและเรียบเรียงโดยบุญศักดิ์ แสงระวี เนื่องจากสามก๊ก เป็นเรื่องราวอิงประวัติศาสตร์จีน ที่เกี่ยวข้องกับการสงคราม ตัวละครเด่นแต่ละตัวล้วนเป็นแม่ทัพที่มีความสามารถ ดังนั้นการศึกษาถึงวิธีการคิดในการบริหารคนของตัวละครเหล่านั้นจึงเป็นสิ่งน่าสนใจ เพราะถ้าบริหารคนได้อย่างเหมาะสมย่อมทำให้ได้รับชัยชนะ แต่ถ้าเกิดความผิดพลาดก็ย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียร้ายแรง หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงวิธีการใช้คนของขงเบ้ง เล่าปี่ ซุนกวน และ โจโฉ โดยเนื้อหาที่น่าสนใจ เช่น วิธีการใช้คน การเทียบข้อดี ข้อเสียของการใช้คนของแต่ละตัวะคร มีข้อเตือนใจจากการใช้คน การใช้คนถูกเกิดผลดีอย่างไร ถ้าใช้คนผิดจะเป็นอย่างไร เป็นต้น ถ้านำมาเทียบเคียงกับทฤษฎีต่าง ๆ ที่อาจารย์จีระได้แนะนำเอาไว้ก็พบว่ามีความสอดคล้องกัน เช่น การสร้างทุนทางสังคมของ ซุนกวน ด้วยการแปลงศัตรูให้เป็นมิตร การให้ความสำคัญด้านทุนทางจริยธรรม ของขงเบ้ง โดยจะใช้คนที่มีความสามารถและมีศีลธรรมด้วย การถือสัจจะเป็นสำคัญ ซึ่งนักบริหารทุกวงการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ให้เหมาะสมกับสถาณการณ์จากการศึกษาเกี่ยวกับ Performance Management ใน web site ต่อไปนี้ http://www.hr.ubc.ca/odl/performancemanagement/ และ http://www.bettermanagement.com/topic/whatis.aspx?f=11 พอจะสรุปได้ว่า Performance Management นั้นมุ่งประเด็นไปที่การสร้างความมั่นใจถึง ประสิทธิภาพของพนักงานในการทำงานให้ตรงตามเป้าหมายของงาน และเป้าหมายขององค์กร โดยทำอย่างไรที่จะให้พนักงานสามารถประยุกต์ นำทักษะของตนเองมาใช้ในการทำงาน และสามารถกำหนดผลการปฏิบัติงานให้เหมาะกับบทบาทของพนักงานได้ มีกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เช่น การวางแผน ตรวจติดตาม และควบคุม ซึ่งแต่เดิมนั้นกระบวนการทำงานจะดำเนินไปได้จากหัวหน้างาน และใช้ผลการปฏิบัติงานจากพนักงาน แต่มาระยะหลังได้หันมาสนใจ เครื่องมือด้าน Performance Management มากขึ้น กระบวนการถูกใช้มากเพื่อรวมเอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และเพื่อวัดประสิทธิภาพของแต่ละบุคคลในการประเมินประจำปี การใช้ Balanced Scorecards ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งใช้เปลี่ยนกลยุทธ์สู่การปฏบัติ สามารถใช้ได้กับองค์กรทุกระดับ การที่เราจะบริหารองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเลือกเครื่องมือในการวัดอย่างระมัดระวัง โดยมีเกณฑ์ คือ ต้องมีความสมดุลด้านการเงิน ลูกค้า กระบวนการภายในของธุรกิจ และกระบวนการเรียนรู้และเติบโตของพนักงาน ซึ่งการใช้ตัววัดดังกล่าวจะทำให้ Balanced Scorecards สามารถแสดงถึงผลการปฏิบัติงานและการบริหารงานไปสู่เป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์กรได้ การบริหารจัดการที่ดีขึ้นจึงต้องมีทั้ง Balanced Scorecards และ Performance Management เพื่อช่วยให้ผู้บริหารสามารถบริหารได้อย่ามีประสิทธิภาพ นำองค์กรไปสู่จุดมุ่งหมายที่วางไว้
เรียน ดร.จีระ , คุณพจนารถ และสวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนค่ะ ตามที่อาจารย์พจนารถได้มอบหมายงานไว้ว่าให้หา Performance management ดิฉันได้ Search จาก Yahoo.com Web Link : http://en .wikipedia.org/wiki/Performance_managementเนื้อเรื่องโดยสรุปดังนี้ค่ะPerformance management เป็นกระบวนการในการที่จะทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย ในขณะเดียวกันก็สร้างการสื่อสารภายในองค์กร (เช่นบอกว่าองค์กรตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร) และการปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น โครงสร้างของ Performance management ประกอบด้วยการกำหนดหน้าที่หลัก หน้าที่รอง การประเมินผลการปฏิบัติงานโดยเก็บรวบรวมเป็นข้อมูลทางสถิติ ในการพัฒนาองค์กรเราจะพิจารณาจากผลที่ตั้งไว้ (สิ่งที่คาดไว้หรือเป้าหมาย)กับผลที่เกิดขึ้นจริง ถ้าผลที่เกิดขึ้นจริงน้อยกว่าที่คาดหวังไว้จะต้องมีการปรับปรุงโดยใช้ Performance Cycle <ol style="margin-top: 0cm">
</ol>Business performance management (BPM) เป็นกระวนการที่ช่วยให้องค์กรรู้ว่าหน่วยงานใดบ้างทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ขอบคุณค่ะ</p>
เรียน ดร.จีระ , คุณพจนารถ , คุณยม และผู้อ่านทุกท่าน จากการที่อาจารย์ได้มอบหมายงานใน 2 หัวข้อ สมาชิกกลุ่ม 3 ได้ระดมความคิดได้ดังนี้ 1.ถ้าคุณเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ในเรื่องทรัพยากรมนุษย์ระดับประเทศ คุณจะทำอะไรบ้าง 3 เรื่องนโยบายการพัฒนาบุคลากรระดับประเทศ1) การจัดระดับการศึกษาและการแบ่งการสาขาอาชีพทางการศึกษาตามความต้องการของการตลาดแรงงานตามแนวโน้มของธุรกิจในอนาคตโดยสามารถปฎิบัติได้ดังนี้ 1.1) การสำรวจความต้องการของตลาดที่เหมาะสมแก่การพัฒนาประเทศในอนาคต เช่นในอนาคตถ้าแนวทางการพัฒนาประเทศเน้นการเป็นครัวของโลก แนวทางการศึกษาของประเทศก็เน้นผลิตบุคลากรทางด้านอาหารเป็นหลัก ผลิตบุคลากรทางด้านอื่นลดลง ซึ่งจะลดปัญหาการว่างงานลดลง ไม่เหมือนปัจจุบันที่เราเน้นหนักผลิตนักศึกษาปริญญาตรีกันออกมาเยอะแต่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเราต้องการบุคลากรทางด้านนั้นจริงหรือไม่เช่นแต่เดิมที่พบว่านักศึกษาที่จบจากวิทยาลัยพละ หรือสถาบันราชภัฏ (วิทยาลัยครูเดิม) นั้นตกงานเป็นจำนวนมาก เพราะเราวางระบบการศึกษาไว้ไม่ดี 1.2) นำจำนวนที่สาขาที่ขาดแคลนดังกล่าวไปกระจายโควตาให้แต่ละมหาวิทยาลัยเป็นผู้ผลิตพนักงานที่มีอาชีพออกมา มหาวิทยาลัยที่ดีก็ได้โควตาเยอะ งบสนับสนุนก็เยอะตามไปด้วย 1.3) มีการประเมินคุณภาพของการผลิตบุคลากรของมหาวิทยาลัยแต่ละแหล่งโดยการสำรวจประสิทธิภาพในการทำงานจริงของนักศึกษาโดยการทำ Customer satisfaction กับองค์กรที่รับนักศึกษาดังกล่าวไปปฏิบัติงานอยู่ ถ้าดีก็ส่งเสริมทางด้านทรัพยากรต่างๆเพิ่มขึ้น ถ้ไม่ดีทางมหาวิทยาลัยต้องทำ Action plan ในการปรับปรุงสถาบันในอนาคต 2) โครงการส่งเสริมพุทธศาสนาในโรงเรียน เนื่องจากปัจจุบันนี้พบว่าปัญหาสังคมด้านต่าง ๆ ทั้งปัญหายาเสพติด อาชญากรรม การทุจริต การทำผิดศีลธรรม มีมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่คนในสังคมขาดทุนทางด้านจริยธรรม การแก้ปัญหามักแก้ที่ปลายเหตุ เช่น จับคนที่ทำผิดมาลงโทษ แต่การที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้จริง ๆ ต้องแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา โดยการส่งเสริมให้คนมีทุนทางจริยธรรมเพิ่มขึ้น การใช้แนวทางของพระพุทธศาสานา เป็นแนวทางที่ดีที่จะช่วยส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม โดยเน้นที่กลุ่มเยาวชน การดำเนินโครงการนี้ จะจัดให้มีการส่งเสริมพุทธศาสนาในโรงเรียนซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของเยาวชนอยู่แล้ว โดยจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเรียนการสอนที่ต้องเน้นคุณธรรม จริยธรรมควบคู่ไปกับวิชาการ เชิญพระสงฆ์ หรือ ผู้ที่มีความรู้มาบรรยายให้กับนักเรียนฟัง เกี่ยวกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา คุณธรรม จริยธรรม แนวทางการประพฤติตนเป็นคนดี ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมในวันสำคัญต่าง ๆ เช่น ร่วมกันเวียนเทียนในวันสำคัญทางพุทธศาสนา จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับหลักธรรม คำสอนของพระพุทธศาสนา รวมทั้งการจัดค่ายจริยธรรม อาจจะเป็นที่โรงเรียน หรือที่วัด เพื่อให้เยาวชนได้มีโอกาสทำกิจกรรมต่าง ๆที่พัฒนาตนเอง ส่งเสริมการฝึกวิปัสสนากรรมฐานแก่เยาวชน เพื่อฝึกให้เป็นคนที่มีสติ คิดทำสิ่งต่าง ๆ ในแนวทางที่ดี ที่ถูกต้อง โดยกิจกรรมต่าง ๆต้องจัดอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เพื่อช่วยขัดเกลา และส่งเสริมเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มคนสำคัญที่จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ต่อไปให้เป็นคนดี มีคุณภาพ มีทุนทางด้านจริยธรรมสูง ย่อมเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพต่อไป 3) การสนับสนุนทางด้าน IT แก่นักศึกษาและนักเรียนทั่วไป ปัจจุบัน IT มีความสำคัญในการแข่งขันทางด้านธุรกิจเป็นอย่างมากคือที่กล่าวได้ว่า “ความเร็วเป็นของปีศาจ” ก็คงไม่ผิดนัก ดังนั้นการทำธุรกิจทุกอย่างเราต้องทำให้เร็วและมีคุณภาพเราถึงจะอยู่ในโลกที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรงในปัจจุบันได้ การที่จะตอบสนองแก่ความเร็วได้เราต้องอาศัยความรู้ทางด้าน IT เข้าช่วย บุคลากรของเราต้องมีความรู้ในด้านนี้โดย 3.1 การให้งบประมาณในการสนับสนุนเครื่อง Computer แก่โรงเรียนหรือสถานศึกษาต่างๆที่ขาดแคลนทั่วประเทศ 3.2 อบรมครู อาจารย์ประจำสถาบันต่างๆให้เป็น trainer ที่ต้องนำความรู้ทั้งหมดไปถ่ายทอดแก่นักเรียน นักศึกษา 3.3 การจัดแข่งขันโครงงานทางด้าน IT ระดับประเทศขึ้นโดยการกำหนดรางวัลเป็นการ Motivate นักศึกษาทั่วไปในการตั้งใจศึกษาในศาสตร์ดังกล่าว (รางวัลอาจเป็นทุนเรียนฟรีถึงระดับด็อกเตอร์เป็นต้น) 3.4 จัดให้มีการ share best practice สำหรับทีมที่ชนะเลิศแก่นักศึกษาอื่นๆทั่วประเทศ 2. ถ้าคุณเป็นผู้บริหารองค์กร อยากจะปรับปรุงองค์กรในด้านใดบ้าง 3 เรื่อง นโยบายการพัฒนาระดับองค์กร องค์กรที่สนใจศึกษาคือโรงพยาบาลรัฐบาลประจำอำเภอ ในปัจจุบันภาพลักษณ์โดยรวมมีดังนี้ 1.) มาตรฐานของบุคลากรในการให้การดูแลผู้ป่วยยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 2.) การทำงานในปัจจุบันเป็นลักษณะการทำงานเชิงรับ คือ ทำหน้าที่ในการรักษาเมื่อมีผู้ป่วยมาเข้ารับการรักษาแต่ไม่ได้ทำหน้าที่เชิงป้องกัน 3.) ขาดการวัดมาตรฐานในให้บริการ ข้อเสนอในการปรับปรุงคุณภาพของโรงพยาบาล 1.) ทุกโรงพยาบาลจะต้องกำหนดวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาลให้ชัดเจน ผู้บริหารโรงพยาบาลต้องกำหนดวิสัยทัศน์ชัดเจน โดยมุ่งเน้นการให้บริการประชาชนโดยถือหลักดังนี้ เน้นคุณภาพ รวดเร็วทันเวลา และเท่าเทียม และต้องสร้างกิจกรรมให้บุคลากรเข้าใจในเป้าหมายเดียวกัน 2.) สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้สู่ชุมชน โดยบุคลากรของโรงพยาบาล นอกจากให้การรักษาผู้ป่วยแล้ว โรงพยาบาลต้องมีการทำงานในเชิงรุก โดยการเพิ่มช่องทางในการเผยแพร่ความรู้ในการดูแลสุขภาพอนามัยหรือความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคภัยไข้ต่างๆ เช่น การมีรายการส่งเสริมสุขภาพหรือแจ้งข่าวสารป้องกันโรคผ่านทางวิทยุชุมชนเป็นประจำ หรือให้อาสาสมัครสาธารณสุขของหมู่บ้านเข้ารับการอบรมอย่างสม่ำเสมอและนำความรู้ที่ได้มาเผยแพร่ต่อ 3.) ต้องมีการตั้งมาตรฐานจากส่วนกลาง ในเรื่องการบริการของบุคลากรและการจัดสถานที่ที่เหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้นและมีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ส่วนกลางและการตรวจสอบ( Benchmark)แบบ 360 องศาในโรงพยาบาลระดับเดียวกัน ขอแสดงความเคารพอย่างสูง โดย สมาชิกกลุ่ม 3 ชาญธวัช ,ปรียานันท์ ,สุพัชชา ,ศิริรัชน์ ,สุทธิพงศ์ และศรีทอง
เรียนท่านอาจารย์จีระ อาจารย์ยม และอาจารย์พจนารถจาการที่ท่านอาจารย์พจนารถ ได้มอบหมายให้ไป Search เกี่ยวกับ Preformance Management นั้น ดิฉันได้ไปค้นคว้าดังนี้Search Engine: www.go.comhttp://www.opm.gov/perform/overview.aspการจัดการผลการปฏิบัติงาน-เป็นกระบวนการที่มีระเบียบแบบแผนเกี่ยวข้องกับลูกน้องและสมาชิกในองค์กรในการปรับปรุงให้องค์กรบรรลุความสำเร็จในเป้าหมายขององค์กรEmployee Performance Management ประกอบด้วย <ol style="margin-top: 0cm">
</ol> จากบทความนี้ได้พูดถึง องค์ประกอบหรือขั้นตอนของ PM. ซึ่งดิฉันคิดว่าขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของ PM ในบทความนี้ ก็คือ Planning เพราะเป็นขั้นตอนที่มีการกำหนดเป้าหมายว่าจะไปในทิศทางใด และต้องทำให้ทุกคนรับรู้และเข้าใจเป้าหมายขององค์กรด้วย ถ้าจะเปรียบเทียบกับที่อาจารย์สอนก็น่าจะตรงกับ การทำ Work Aliignment นั่นเอง
กราบเรียน อ.จีระ อ.พจนารถ และทีมงาน
สมาชิกในกลุ่ม ประกอบด้วย
1.นายปรัชญา เคียนงาม
2. นางสาวณัฏฐา มั่นคง
3.นายปราโมทย์ เลิศสถาพร
4.นางสาวทิพวรรณ คงเมือง5. นางสาววิชชุวรรณชอบผล
6.นางสาวพันธุ์ทิพย์ น้ำทิพย์
7. นางสาวศมน อิศรางกูร ณ อยุธยา
ได้คุยกันถึงหัวข้อ- ถ้าเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง จะแก้ปัญหาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศอย่างไร กับคำถามที่ว่า ถ้าเราเป็นพรรคการเมือง จะมีวีธีจัดการอย่างไรกับทรัพยากรมนุษย์เกี่ยวกับปัญหาในวงการเมืองไทยที่พบบ่อยในปัจจุบัน คือการขาดความสามัคคี ในหมู่พรรคการเมือง ทำให้ขาดความสอดคล้องในการทำงาน หรือ Work Force Alignment นอกจากนี้แล้ว ในแต่ละพรรคการเมืองมีความเห็นแก่ตัว ไม่นึกถึงประโยชน์ส่วนรวม ส่งผลกระทบไปยังประชาชนระดับล่าง ที่ได้รับความเดือดร้อนโดยตรง เช่น การให้สัญญาในนโยบายของพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง ที่มุ่งเน้นคะแนนเสียงของประชาชนระดับล่าง แต่เมื่อถึงเวลาเข้าไปบริหารประเทศกลับไม่ทำอย่างที่เคยให้สัญญา ทำให้ประชาชนของความศรัทธาในการบริหารประเทศ ส่งผลให้เกิดความรุนแรง การประท้วง ต่างๆ ซึ่งตรงจุดนี้แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ในแต่ละพรรคการเมืองขาดก็คือ ทุนทางจริยธรรม และทุนมนุษย์ ในการบริหารประเทศ ทุนทางจริยธรรม สำหรับพรรคการเมือง ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์โดยส่วนรวม มีการทำงานที่ตรงไปตรงมาและโปร่งใส สามารถตรวจสอบและวัดผลการทำงานได้ (Performance Management) โดยทำตามนโยบายที่ได้เคยเสนอไว้กับประชาชนในเบื้องต้น ทุนมนุษย์ คือคนในพรรคจะต้องมีจิตสำนึกในหน้าที่ของตัวเอง โดยต้องตั้งอยู่ในคุณธรรมนอกจากนี้แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการทำงานของพรรคการเมือง คือการพัฒนาในเรื่องของความเป็นอยู่ของประชาชนให้อยู่ดีกินดี มีรายได้พอเพียงสำหรับการเลี้ยงดูครอบครัว เช่น นโยบาย 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ทางพรรคการเมืองควรมุ่งกระจายการทำงานของกลุ่มคนในแต่ละหมู่บ้าน ทุนแห่งความยั่งยืน คือ มีการติดตามดูแลและประเมินผล ในนโยบายของพรรคการเมืองที่เสนอไป เช่น การประเมินในด้านคุณภาพชีวิต หลังจากมีการดำเนินนโยบาย 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ถ้าเราเป็นพรรคการเมืองเราจะมีนโยบายอย่างไรในการแก้ไขปัญหาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ1. แก้ไขเรื่องระบบราชการ เช่น เรื่องความล่าช้า สวัสดิการ ระบบเส้นสาย ไม่กระจายงาน2. แก้ไขเรื่องระบบศุลกากร ไม่มีคนเข้ามาดูแลเรื่องระบบตรวจสอบคุณภาพของสินค้านำเข้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มาจากจีน มีปัญหาเรื่องสารปรอท3. แก้ปัญหาด้านการศึกษา ตัวอย่างเช่น การเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาระบบใหม่ ยังไม่มีความพร้อมที่จะนำระบบจากต่างประเทศมาใช้ และถ้าเราเป็น HR manager เราจะมีนโยบายอย่างไรในการแก้ไขปัญหาขององค์กร1. ให้มีระบบการทำงานแบบ Workforce Alignment คือ มีการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน มี network ที่ดีในแต่ละหน่วยขององค์กร2. เพิ่มศักยภาพในตัวบุคคล เช่น การจัดฝึกอบรม มีการหมุนเวียนงานกันทำ มีการจัด level ของพนักงาน โดยการประเมินผลจาก Performance Management3. เพิ่มแรงจูงใจให้พนักงาน เช่น โบนัส สวัสดิการ รักษาคนที่มีคุณภาพไว้ในองค์กร