ผมออกจากโรงพยาบาลครบหนึ่งปีพอดีในเดือนที่ผ่านมาครับ สองสัปดาห์ที่แล้วผมไปตรวจร่างกายตามกำหนดนัดของคุณหมอ ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาผลเลือดของผมดีขึ้นตามลำดับ ผลเลือดครั้งล่าสุดนี้เรียกได้ว่าไม่ต่างจากคนปกติธรรมดาเลยครับ

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญของชีวิตมากมาย จะเรียกว่าเป็นช่วงเวลาติวเข้มของ "วิชาชีวิต" ก็ได้ บทเรียนสอนให้ผมรู้ว่าผมไม่สามารถที่จะฟันธงว่าตัวเองหายแล้ว ในโลกนี้ไม่มีคนป่วยและไม่มีคนไม่ป่วย เพราะเราไม่ได้อยู่ใน "โลกที่ฟันธงได้ (Absolute Realm)" แต่เราอยู่ภายใต้ "โลกแห่งความต่อเนื่องเกี่ยวข้องสัมพันธ์ (Continuum Realm)"

ดังนั้นผมไม่ได้หายแล้วและผมไม่ได้ป่วยแล้วครับ ผมอยู่ด้วยความไม่ประมาท แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้อยู่ด้วยความหวาดกลัวครับ

หนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมารวมเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาลด้วยแล้ว เปรียบเสมือนการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ เพราะผมได้ไป "นรก" ได้รู้จัก "สวรรค์" และได้เรียนการเดินบน "โลก" เป็นการเดินทางที่ได้ประสบการณ์ยิ่งกว่าการเดินทางครั้งไหนๆ ที่ผมเคยได้ไปมาเชียวครับ

มาถึงวันนี้ การได้เห็นโลกชัดเจนขึ้นเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งครับ ชีวิตมีความสุขขึ้นเยอะมาก เพราะได้มีชีวิตอยู่กับตัวเองและกับปัจจุบัน ผมได้อยู่กับ "ทางสายกลาง" ทั้ง "เวลา" (Time) และ "พื้นที่" (Space) ได้เรียนรู้และสัมผัสกับ "ความสุข" ซึ่งเป็นบทเรียนที่ควรค่าแก่การบอกเล่ามากมายครับ

แต่กว่าจะผมได้มาถึงวันนี้ได้นั้น เกิดขึ้นจากความกรุณาจากบุคคลหลายต่อหลายท่าน ทั้งที่ผมรู้จักและไม่รู้จัก ทั้งที่ช่วยเหลือและให้กำลังใจ ในการต่อสู้กับความเจ็บป่วยหนักหนาขนาดนี้นั้น กำลังใจมีค่ายิ่งกว่าหยาดฝนกลางทะเลทรายอีกครับ

ผมตั้งใจจะเขียนบันทึกเพื่อขอบคุณทุกท่านเหล่านั้น แต่หลังจากเริ่มวางแผนการเขียนก็พบว่าผมจะต้องย้อนประสบการณ์ทั้งหมดของการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อเรียบเรียงรายชื่อของทุกท่าน ในวันนี้ผมยังไม่พร้อมที่จะย้อนไปในรายละเอียดของเหตุการณ์เหล่านั้นครับ "ใจยังไม่นิ่งพอ" ครับ

ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ทำให้ผมได้มีวันนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันและได้ให้ความกรุณาช่วยเหลือผมและครอบครัว ขอผลบุญแห่งกรุณาธรรมนี้จงเป็นพลังให้ทุกท่านประสบกับความสุข มีชีวิตที่ความสงบสบาย และได้มีจิตใจที่เบิกบานในทุกๆ วันครับ