จิตเกิดดับตลอดเวลาและเราบังคับไม่ได้

22-5-54

วันนี้ดิฉันและคุณชัยณรงค์ได้ไปทำบุญที่ศาลาลุงชิน เมืองทอง1ค่ะ   หลังจากการออกกำลังกายที่มสธ.ก็รีบไปร่วมทำบุญ ถวายอาหาร 

 ศาลาลุงชินจะนิมนต์พระสายวัดป่ามาทุกอาทิตย์ที2และ4ของเดือน      นิมนต์หลวงพ่อปราโมทย์ในวันอาทิตย์ที่3ของเดือน   ดิฉันมาที่นี่เป็นเวลาสิบกว่าปีเพราะลูกชายแนะนำและประทับใจกรรมการที่ดูแลมากๆ

ที่นี่เป็นที่ให้เราทำบุญตามสบาย    มีกล่องให้หยอดตามวัตถุประสงค์  ไม่เคยกล่าวคำชักชวน      ที่นี่ทำให้ดิฉันรู้จักหลวงพ่อปราโมทย์ในช่วงที่ท่านยังไม่บวช     รู้จักดังตฤณในช่วงที่ยังไม่มีชื่อเสียง  รู้จักหลวงปู่เหรียญโดยที่ไม่ทราบชื่อเสียงของท่านและเคยประทับใจมากเวลาท่านเทศน์  ไม่แน่ใจว่าเคยเจอหลวงพ่อพุธ

วันนี้ขณะที่เดินเข้าไปร่วมทำบุญก็พยายามให้มีสติแต่ลืมท่องพุทธโธค่ะ  

พยายามไม่ดูโยมหลายคนที่พยายามตักอาหารกลับบ้านก่อนที่ผู้ร่วมทำบุญจะทานอาหารเสร็จซึ่งจะมีอยู่เป็นประจำ   คุณชัยณรงค์เตือนไม่ให้มองเพราะกลัวเราจะเกิดความโกรธทำให้จิตเกิดอกุศลค่ะ

หลังจากตั้งใจไม่มองเพื่อไม่ให้จิตเราไปคิดแต่เรื่องอกุศล    แต่จิตก็ไม่ค่อยยอม

  ดิฉันนั่งฟังหลวงปู่เจริญเทศน์วิธีการปฏิบัติอย่างสั้นๆแต่รู้สึกเข้าใจง่าย   โยมท่านที่นั่งข้างๆ ผมขาวแต่ดูแข็งแรงมากก็เอ่ยว่าหลวงปู่เทศน์ดีมากๆ สั้นแต่ได้ใจความ   พอคุยกันก็ทราบว่าเป็นคุณหมอจุฑาทิพย์ที่เคยสอนเมื่อ30กว่าปีก่อน     อาจารย์อายุ86แต่แข็งแรงมากๆ   เดินตัวปลิวและฟังเทศน์อย่างไม่หลับ   ดิฉันรายงานตัวว่าเคยเป็นศิษย์ในสมัยที่เรียนสูตินรีเวชที่รพ.ราชวิถี   ดีใจที่มักเจอกับคนที่เคยรู้จักที่นี่ค่ะ 

วันนี้ไม่เจอคุณธนาค่ะ

เห็นอาจารย์แข็งแรงทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะรักษาสุขภาพทั้งกายและใจค่ะ    

 ดิฉันพยายามแอบสังเกตุดูจิตตัวเองเพื่อให้เห็นว่าจิตเราเกิดดับตลอดเวลา  ซึ่งเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง    

 จะบังคับให้จิตคิดแต่เรื่องดีๆก็ไม่ได้ เพราะบังคับได้เดี๋ยวเดียวก็หลงไปคิดเรื่องอื่นๆ

   คงต้องตามรู้ตามดูจนกว่าจิตจะยอมรับความเป็นไตรลักษณ์ของกายและใจค่ะ