
ชาวนามีพี่ชายเป็นชาวสวนอยู่ในเมือง เขามีสวนผลไม้ที่เต็มไปด้วยผลไม่พันธ์ดี สวนสวยงาม และฝีมือการปลูกผลไม้ของเขาเลื่องลือไปทั่ว
วันหนึ่งชาวนาผู้เป็นน้องชายเดินทางเข้าไปในเมืองเพื่อเยี่ยมพี่ชาย เขารู้สึกพิศวงมากที่เห็นต้นไม้ปลูกเป็นแนวยาวตรง ดูงดงามมาก เหมือนกับมีอะไรยึดมันไว้ให้เป็นเช่นนั้น

“พี่จะให้ต้นแอปเปิ้ลเจ้า เป็นต้นแอปเปิ้ลที่ดีที่สุดในสวน เพื่อน้อง ลูกๆหลานๆจะ ได้ทานแอปเปิ้ลที่ดีที่สุด” พี่ชายพูด
แล้วพี่ชายที่เป็นชาวสวนก็เรียกคนสวนให้นำต้นแอปเปิ้ลไปที่นาของน้องชาย พวกคนสวนก็ทำตามที่เจ้าของสวนบอก
พอรุ่งเช้า น้องชายก็ครุ่นคิดว่า จะปลูกต้นแอปเปิ้ลที่ไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด
“ถ้าฉันปลูกบนเนินเขา” เขารำพึงกับตัวเอง “ต้นแอปเปิ้ลอาจจะถูกลมพัดแรงจนทำให้ผลของมันร่วงก่อนจะเก็บได้ ถ้าฉันปลูกใกล้ๆถนน คนผ่านไปผ่านมาก็จะเห็น แล้วก็คงจะขโมยผลแอปเปิ้ล ถ้าฉันปลูกใกล้กับบ้านของฉันเอง พวกคนใช้และเด็กๆก็จะเก็บกินหมด”
หลังจากที่คิดแล้ว คิดอีก เขาก็จัดการปลูกแอปเปิ้ลไว้หลังยุ้งข้าวพลางพูดกับตัวเองว่า”ขโมยคงไม่คิดที่จะมองหาต้นแอปเปิ้ลที่นี่หรอกนะ”
ปีแรกผ่านไป ต้นแอปเปิ้ล ไม่ออกดอกออกผลเลยปีที่สองก็เช่นเดียวกัน น้องชายจึงเชิญพี่ชายที่เป็นชาวสวนมาพบ และต่อว่าพี่ชายอย่างรุนแรงว่า “พี่หลอกลวงและให้ต้นแอปเปิ้ลที่ไม่ออกลูกมาให้ แทนที่จะเป็นต้นที่เป็นพันธ์ที่ดีที่สุด นี่ก็เข้าปีที่สามแล้ว ยังไม่เคยเห็นอะไรเลยนอกจากใบของมัน”

พี่ชายที่เป็นชาวสวนไปดูสวนที่น้องชายปลูกต้นแอปเปิ้ล เขาหัวเราะพร้อมกับพูดว่า “เจ้าปลูกต้นไม้ไว้ตรงที่ลมหนาวพัดผ่าน ไม่มีแสงแดดหรือความอบอุ่นให้ต้นไม้เลย แล้วเจ้ายังจะมาคาดหวังให้มันออกดอกออกผล เจ้าปลูกต้นไม้ด้วยความโลภ และใจที่หวาดระแวง แล้วเจ้าจะหวังเก็บเกี่ยวดอกผลที่มากมายได้อย่างไรเล่า”
ความโลภและความหวาดระแวง ย่อมไม่ก่อให้เกิดผลดี
ที่มา : หนังสือเมล็ดพันธ์แห่ปรีชาญาณ เล่ม 5 หน้า 76
โลภมากลาบหายครับ