มีภาคเรียนที่ผ่านมา ได้พานิสิตศึกษาดูงานชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่บ้านม่วงเขียว อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ รู้สึกชื่นชมแกนนำชุมชนที่มีจิตอาสามุ่งพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่ และรักษาสิ่งดีงามไว้ให้ลูกหลาน
มีลุงบุญทรง ยุติธรรม ผู้ชึ่งเป็นปราชญ์ด้านเศรษฐกิจพอเพียงได้ชักชวนลุงป้าในหมู่บ้านร่วมทำกิจกรรมดีเพื่อสังคม เช่น การเลี้ยงปลา การเลี้ยงหมูหลุม การทำน้ำยาเอนกประสงค์เพื่อใช้ในครัวเรือน การทำงานหัตกรรมจากหญ้าแฝก
การทำนาโยนและการเป็นมัคคุเทศก์ชุมชนพาเยี่ยมชมป่าดงปงไหว ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นความภาคภูมิใจของชุมชน
พวกเราเดินทางถึงศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเวลา 14.10 น. มีลุง ๆ 4 คนะป้า 1 คนและพี่สาว 1 คน คอยต้อนรับและเล่าเรื่องกิจกรรมของศูนย์ให้เราฟังและตอบคำถามอย่างละเอียด ทั้งยังใจดีพาพวกเราเดินดูกิจกรรมฐานต่างๆ ที่สำคัญคือ ให้ทดลองทำนาโยนโดยลุงบุญทรง เล่าว่า ลุงได้ไปศึกษาการทำนาโยนจากจังหวัดอ่างทอง และนำมาทดลองในแปลงนาของลุงเมื่อสองปีที่ผ่านมา พบว่า
ได้ผลผลิตดีมากลดแรงงานในการปลูก ควบคุมวัชพืชได้ดี ปีนี้จึงขยายผลทำเต็มพื้นที่และมีเพื่อนเกษตรกรในหมู่บ้านและใกล้เคียงนำการทำนาโยนไปใช้ในพื้นที่ของตน
หลังจากนั้น มีป้าลุงและพี่สาวใจดียังพาพวกเราไปเที่ยวชมป่าดงปงไหว
ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหลังหมู่บ้าน เส้นทางสู่ป่าเป็นถนนลูกรังที่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติ ต้องจอดรถไว้นอกป่าและเดินเท้าสู่ป่าเป็นระยะทางประมาณหนึ่งกิโลเมตร แต่รู้สึกว่าไม่ไกลเพราะ ความมีน้ำใจของป้าและพี่สาวที่แจกขวดน้ำให้เราดื่มและเล่าเรื่องราวของสิ่งต่างๆ ในป่าให้เราฟัง ทำให้เรารู้สึกว่าป่ามีชีวิต เช่น ต้นไม้ที่มีลักษณะคดงอตลบก็จะตั้งชื่อว่า ต้นไม้กลับใจ หรือการเดินทางเถาวัลย์เปลือกสีแดงที่มีลักษณะคล้ายผิวลอกทั้งต้น ก็จะชี้ให้เราดูว่า มันมีความสวยงามเช่นไรเมื่อกระทบแสงแดดอ่อน ๆ ต้นไม้ข้างทางล้วนเป็นสมุนไพรที่คนในชุมชนนำมาใช้ประโยชน์ หรือ พาเราไปดูลานซ้อมเจิง เตาหลวมเหล็ก ลานดินโป่ง กู่ลั๊วะ และดงไหวซึ่งมีลักษณะคล้ายเป็นดินพรุที่อุ้มน้ำเมื่อเหยียบจะรู้สึกหยุ่น ๆคล้ายจะค่อย ๆ จมลง ป้าและพี่สาวที่พาไปเล่าว่าเมื่อก่อนเคยมีวัวควายถูกดูดจมจนเสียชีวิต ฯลฯ
ขณะที่เดินเข้าป่า สังเกตว่า เส้นทางเดินมีการกวาดใบไม้จนสะอาดจึงถึงการดูแลป่า ป่าเล่าว่า เมื่อวันวานป้าทราบจากลุงบุญทรงว่า จะมีคนมาดูงาน จึงมากวาดเส้นทางทั้งหมดอีกครั้ง ซึ่งปกติก็จะผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลเพื่อให้เส้นทางดูสะอาด ที่สำคัญคือ ทุกคนที่มาช่วยกันดูแลป่าและเป็นมัคคุเทศก์ล้วนเป็นอาสาสมัคร ที่ทำเพื่อหวังว่า สักวันป่าของชุมชนจะเป็นที่รู้จักทั่วไป ซึ่งเป็นการฟื้นจิตสำนึกหวงแหนป่าแก่คนรุ่นต่อไป
สิ่งที่ลุงป้าในหมู่บ้านม่วงเขียวกำลังทำอยู่เกิดจากความรักที่ยิ่งใหญ่จากหวังใจดวงน้อยที่มุ่งให้สังคมหมู่บ้านเป็นสุข และอาจเสมือนจุดเล็ก ๆ ในแผนที่ประเทศไทยแต่หากเรื่องราวการทำดีของลุงป้าถูกบอกเล่าขยายผลเชื่อว่า
จะเสมือนหนึ่งไม้ขีดไฟที่ต่อก้านกระจายพลังแสงสว่างสู่แผ่นดิน.....
ความงามบ้านม่วงเขียว
แวะมาอ่านมาชมครับ