.
สำนักข่าว CNN ตีพิมพ์เรื่อง 'Warning, Your brain exposed' = "คำเตือน, สมองของคุณได้รับรังสี (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถือ) แล้ว", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
การศึกษาที่ผ่านมายังไม่พบอันตรายจากโทรศัพท์มือถือในด้านการก่อมะเร็งชัดเจน ทว่า... เนื่องจากการก่อมะเร็งสมองบางชนิดใช้เวลานานหลายสิบปี จึงมีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ผลิตไอโฟน แบลคเบอรี่ ดังต่อไปนี้
(1). ถ้าเป็นไปได้, ให้ถือโทรศัพท์ห่างหัว 15-25 เซนติเมตร > ข้อนี้พูดง่าย-ทำยาก
(2). เด็ก-วัยรุ่น โดยเฉพาะช่วงอายุต่ำกว่า 15 ปี มีความหนากะโหลก (หัว) น้อยกว่าผู้ใหญ่ > ควรระวังให้มากขึ้น
(3). ถ้าเป็นไปได้, อย่าถือโทรศัพท์ด้วยมือข้างเดียว (ซ้ายข้างเดียว-ขวาข้างเดียว), ให้สลับซ้ายบ้าง ขวาบ้าง
วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงต่อการได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าติดต่อกันนาน และลดโอกาสเกิดหูเสื่อม-หูตึงจากการได้รับเสียงดังนานๆ ด้วย (กรณีเปิดลำโพงดัง)
(4). วิธีที่ อ.นพ.เกบ เมียคิน แนะนำ คือ ให้ใช้ 'small talk' ชนิดชุดต่อหูฟังแบบที่ไม่ใช่บลูทูต (not bluetooth)
หูฟังแบบนี้มีข้อดีได้แก่ ราคาไม่แพง (น่าจะไม่เกิน 100-200 บาท), ไม่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (ส่ง-รับสัญญาณ), และช่วยให้เดินพูด "หน้าตรง" ได้
คนที่ใช้โทรศัพท์แนบหูบางคนเกร็งคอ ทำให้คอเอียง อาจทำให้เมื่อยคอ หรือปวดหัวได้
คนที่เดินพูดโทรศัพท์จะได้ออกแรง-ออกกำลัง ป้องกันภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน ความดันเลือดสูง และเบาหวาน
(5). ไม่ควรคุยนานเกิน 15-60 นาที/ครั้ง
(6). การใช้โทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น สไกพ์ ฯลฯ ต่อกับหูฟัง หรือโทรศัพท์ไร้สายสลับบ้าง น่าจะดีกว่าการใช้โทรศัพท์มือถือรูปแบบเดียวติดต่อกันนานๆ
และอย่าลืมว่า การใช้หูฟังต่อจากมือถือ (small talk) นานๆ อาจทำให้ "ช่วงล่าง" ของร่างกาย (ใกล้รังไข่-อัณฑะ) ได้รับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านาน จึงควรจัดวางมือถือไว้สลับกัน 2 ข้างของเอว (ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง เช่น ใส่กระเป๋าซ้ายสลับกระเป๋าขวา ฯลฯ)
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์
ยินดีให้ท่านนำบทความทั้งหมดไปใช้ได้ > CC: NC-BY-ND
อ่านและคิด ถ้ามีผลข้างเคียง(ซึ่งน่าจะมี) เท่ากับว่า ผู้ใช้เป็นคนนำภัยเข้าหาตัวเองชัด ๆ
สุดสัปดาห์นี้ต้อง No cell phone บ้างดีกว่า
ขอบคุณอาจารย์ค่ะ
ขอบคุณอาจารย์มากสำหรับคำแนะนำดี ๆจะพยายามโทรให้น้อยลงและบอกคนรอบข้างด้วย