ออกมายืนหน้าห้อง และบอกความรู้สึกในวันครบรอบ 1 ปี ชมรมคนรักมวลเมฆ on Facebook

ผมกำลังทวนความทรงจำตัวเองครับว่ารักเมฆ และท้องฟ้าเพราะอะไร?

ผมเคยอยู่ในกลุ่มคนส่วนใหญ่ของโลกที่ไม่ได้หลงไหลสิ่งใดๆก็ตามที่ลอยไปลอยมาบนท้องฟ้าอย่างก้อนเมฆเลยครับ

แต่ถ้าลองโยงสิ่งที่น่าจะเชื่อมกันได้ก็คือ ผมชอบการถ่ายภาพมากๆๆๆๆ แล้วไอ้การถ่ายภาพนั้นน่ะ มันก็มีทั้งถ่ายคน สัตว์ สิ่งของ ช่วงฝึกถ่ายภาพใหม่ๆก็มองหาความถนัดไปเรื่อยแหละครับว่าตัวเองมาแนวไหน?

ถ่ายคน...จับ Feeling ไม่เก่ง

ถ่ายวิว...จะหาวิวสวยๆที่ไหนว๊าา?

ถ่ายกีฬา...ปล่อยมืออาชีพเค้าเถอะ T_T

ถ่ายสัตว์สิ่งของ...ก็โอเคอ่ะ ชอบ แต่เอาเรื่องเอาราวไม่ค่อยได้

เออแหะ...นึกๆดู เราเป็นคนที่ถ่ายรูปไม่เก่ง เพราะฉะนั้น ก็ไม่ต้องไปหานงหาแนวที่ไหนดอก ถ่ายมันทุกอย่างนี่แหละ สบายๆ อยากถ่ายอะไรก็ถ่าย เทคนิคเบื้องต้นเอาแค่พอรู้ ที่เหลือก็แค่พกกล้องติดตัวตลอด ใช้ขาเดินออกไปข้างนอก สายตาวอกแวกหน่อย เดี๋ยวก็ไปเจอของดีเอง...

วันๆหนึ่งผมถ่ายภาพได้เพียบ ถ่ายมันทุกอย่างทุกวัน ทุกวัน บวกกับเป็นคนช่างเก็บ(ความหมายเดียวกับคนที่ชั่งเสียดายของ เก็บทุกอย่างจนบ้านรก 555)ในอัลบั้มของผมจึงมีภาพถ่ายเยอะแยะเต็มไปหมด มีตั้งแต่ตัวหนอนยันก้อนเมฆ

ก้อนเมฆ หรือท้องฟ้า มันต้องสวยสบายตาใช่มั้ยครับ เราถึงมอง

Step ต่อมามันต้องมีอะไรสะดุดลูกตา และน่าสนใจจริงๆ จนเราต้องสะกิดเรียกคนข้างๆให้ดู(สนใจมากกว่าแค่คำว่ามอง) หรือควักกล้องออกมาบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานไปอวดคนอื่นต่ออีกที ^^

 เย็นวันหนึ่งผมกับภรรยาออกไปเดินเล่นสวนสาธารณะหนองประจักษ์ เดินเหนื่อยแล้วก็ถ่ายรูปเล่นกันไปเรื่อย พอมานั่งพักแล้วหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ก็จ๊ะเอ๋กับแม่ไก่ตัวเบ้อเร้อลอยอยู่บนฟ้า!! ผมตื่นเต้นมากเหมือนเห็นของแปลก จึงกดชัตเตอร์ไม่ยั้ง 555 

เมฆแม่ไก่ข้างบนที่ผมถือว่าเป็นภาพถ่ายเมฆภาพแรกๆในชีวิต และผมก็ภูมิใจกับภาพนี้มากๆครับ ^^ 

แล้วไงล่ะทีนี้...ชีวิตก็วุ่นวายขึ้นเล็กๆครับ คือ เห็นท้องฟ้าแปลกตาขึ้นทุกวัน บางวันก็สีสวย บางวันไม่มีอะไร...แต่ก็ยังมอง มันเป็นเพราะอะไรว๊าาา!!!  

ผมเริ่มรู้สึกตัวว่าหลงไหลท้องฟ้าเข้าจังๆ ก็คือภาพข้างบนนี่แหละครับ

วันนั้นผมตื่นสายหน่อย แต่มีลุ้นว่าจะปั่นจักรยานไปเข้างานทันเวลา 05.30 แต่พอปั่นออกมาได้ครึ่งทาง ก็ต้องตกตะลึงกับท้องฟ้าสีทอง ที่ทองได้อีก!!! สีสันมันสวยมากเลยครับ สวยจนผมต้องหยุดรถ แล้วยืนมองนิ่งๆอยู่อย่างนั้น ตั้งสติได้ก็ควักกล้องออกมาถ่ายเก็บไว้ เอากล้องลงแล้วก็มองด้วยตาเปล่าอีกรอบ...

"มีความสุขจัง" ผมบอกกับตัวเอง

ผมสุขใจอย่างบอกไม่ถูกครับ เช้าวันนั้นก็ปั่นจักรยานไปทำงานต่ออย่างอารมณ์ดี ปั่นไปยิ้มไป สรุปว่าเข้างานสาย แต่ไม่สะทกสะท้านครับ 555 คิดย้อนกลับไป ถ้าเข้างานตรงเวลา พลาดการมองเห็นท้องฟ้าสีสวยวันนั้น ผมก็อาจจะไม่ "หลงไหล" ในท้องฟ้าอย่างทุกวันนี้ก็ได้ ใครจะไปรู้

ผมขอบอกเลยครับว่า เรื่องเล็กๆเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นจุดหักเหที่สามารถนำพาเราไปสู่เส้นทางใหม่อย่างไม่น่าเชื่อ ชีวิตเราเปลี่ยนไปเลยนะครับ (เหมือนหนังเรื่อง Sliding Door)

รักเมฆขึ้นมาหน่อยเดียว ดูทุกวันนี้สิ ชีวิตผมเป็นยังไง

เมฆแม่ไก่...ขายดีสุดๆ ใช้ไปหลายงาน จนถือได้ว่าเป็นเมฆประจำตัวผมไปแล้ว

เมฆแมวกวัก...ใครไม่เคยไม่รู้หรอกครับว่า สุดปลื้มแค่ไหนที่ภาพที่ตัวเองถ่ายได้ขึ้นปกนิตยสาร ^^ แล้วโคตรปลื้มได้อีก ที่นิตยสารนั้นดันชื่อ "สารคดี"

..............................

ขอบพระคุณพี่ชิว และสมาชิกชมรมคนรักมวลเมฆแห่งประเทศไทย

ที่ช่วยกันทำให้มีวันนี้ที่เป็นสุข

อายุมั่นขวัญยืนนะคร๊าบบบ ชมรมของพวกเรา

ตราบเท่าที่มีเมฆประดับฟ้า ชมรมของข้าไม่มีวันสลาย ว๊ะ อะ อะ อะ

เมี๊ยวววววววววว !!!