พรมแพงหูฉี่เลยแต่สวยงามมากสมราคา...

บันทึกนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้ว  พอตื่นขึ้นมาก็รู้ว่าอากาศหนาวเย็นมาก  ออกมาข้างนอกประมาณ 10 องศาได้เวลาพูดคุยมีควันออกมาจากปากเลยละ

พวกเราส่วนหนึ่งออกไปแต่ตีห้าเพื่อไปขึ้นบอลลูนชมวิวเมืองคัปปาโดเกียแล้วกลับมาว่ากระแสลมแรงจัดไม่ปลอดภัยเขาคืนเงินให้อดชมวิวเลยละครับ  หลังทานข้าวเช้าแล้วพวกเราไปชมร้านขายพรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของตุรกี  มีพวกเรากลุ่มธุรกิจโรงแรมเซนจูหรีที่ก.ท.ม. ควักเงินซื้อพรมราคาเรือนแสนเลยนะนี่

ชาวบ้านท้องถิ่นกำลังทำพรม...

พอกลับขึ้นรถได้เอาอีกแล้ว...ชายหนุ่มพูดว่า..ผมลืมเอากระเป๋าสตางค์ลงจากรถเอาไว้ในเป้ตั้งไว้ในที่นั่งพอขึ้นรถรีบมาค้นดูมีเงินไทยหายไปพันห้าร้อยบาทและเงินสกุลรัสเซียอีกใบละ 50 จำนวน 1 ใบ...นับเป็นข่าวเศร้า สงสารพวกเราช่วงเดินทางละ  แต่ที่น่าคิดคือเราจับคนขโมยไม่ได้ไม่รู้ใคร  คนนำทางก็บอกว่าคุณทำไมไม่เอากระเป๋าสตางค์ติดตัวไปด้วยละ...

ช่วงซ่อมรถเลยเดินโต๋เต๋แถวนั้น...

ช่วงนี้รถบัสคันนี้พาเราออกจากเมืองคัปปาโดเกียผ่านท้องทุ่งเนินเขาเห็นชาวบ้านทำการเกษตรสวนแตงโม  ถั่วต่าง ๆ พอเรามาได้กลางทางรถบัสโดยสารมาทำท่าเครื่องเสียหลายคนตกใจว่าเราจะไปขึ้นเครื่องที่สนามบินกรุงอังการ่าทันมั๊ยนี่  แต่แล้วเราก็มาถึงสนามบินทันเวลาครับ

ดูเตาอบร้อน ๆ ตอนใกล้เที่ยงวัน ยังหนาวอยู่เลยละ..ที่นี่

เรากำลังจะลาจากตุรกีดินแดนเหมือนผ้าพรมผืนใหญ่มีเมืองหลวงชื่อกรุงอังการ่า มีประชากร 71 ล้านคน  ใช้ภาษาตุรกีเป็นภาษาราชการ มีภาษาเยอรมันและอังกฤษรองลงมา  สำหรับอากาศก็ เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ประมาณ 4 องศา  เดือน กรกฎาคม- สิงหาคม ประมาณ 30 องศา  คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามในปัจจุบันแต่เป็นอิสลามสากลมีวิถีชีวิตเหมือนชาวยุโรป สกุลเงินเป็น นิวลีร่า 1 ลีร่าเท่ากับ 22 บาทไทยนั้นแล.