แถลงข่าว

 ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ

เรื่อง  แนวทางการแก้ปัญหาชาติด้วยการปฏิวัติประชาธิปไตยให้แล้วเสร็จ

ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบพระชนมพรรษา

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

************************************************************

ท่านสื่อมวลชนทั้งหลาย

              วันนี้นับเป็นวันประวัติศาสตร์ของชาติที่จักได้มีการยืนยันและรับรองเรื่องที่สำคัญของชาติให้เกิดขึ้น ณ ห้องประชุมแห่งนี้ นับตั้งแต่ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ พระราชบิดาผู้ทรงสถาปนาประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ทรงตราพระราชบัญญัติการเลิกทาส เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคมพุทธศักราช ๒๔๑๗พระราชทานเสรีภาพให้แก่ประชาชน เพื่อปูทางไปสู่ระบบเสรีนิยมและระบอบประชาธิปไตย

              ต่อมา ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้ขยายสิทธิเสรีภาพและสร้างดุสิตธานีเมืองจำลองเพื่อการเรียนรู้ประชาธิปไตยของประชาชนตามลำดับ ครั้นเมื่อถึงในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ได้ทรงดำเนินแนวทางตามพระบรมราโชบายในการสร้างประชาธิปไตยให้ปรากฏเป็นจริงแต่ต้องมีอันมาหยุดชะงักลงเมื่อคณะราษฎรได้เข้าทำการยึดอำนาจการปกครองของพระองค์ท่าน เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๕ แต่ก็มิได้ทำให้มีการปกครองแบบประชาธิปไตยเพิ่มขึ้นดังความตอนหนึ่งในพระราชหัตถเลขา ของล้นเกล้า รัชกาลที่ ๗ เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่า

             “ข้าพเจ้าเห็นว่าคณะรัฐบาล และพวกพ้อง ใช้วิธีการปกครองซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักการของเสรีภาพในตัวบุคคลและหลักความยุติธรรมตามความเข้าใจและยึดถือของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่สามารถที่จะยินยอมให้ผู้ใด คณะใด ใช้วิธีการปกครองอย่างนั้นในนามของข้าพเจ้าต่อไปได้ ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร”

              “การโอนอำนาจให้ประชาชน” ยังไม่เกิดขึ้นนั่นหมายถึงหลักประชาธิปไตยที่ว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน” ยังไม่สำเร็จ   อำนาจอธิปไตยอันเป็นของพระมหากษัตริย์อยู่แต่เดิม ยังมิได้ตกมาถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง ภารกิจในการสร้างประชาธิปไตยให้แล้วเสร็จ จึงเป็นของประชาชนคนไทยรักชาติที่มีความจงรักภักดีทุกคน ได้ร่วมกันดำเนินตามรอยยุคลบาทช่วยกันสร้าง ช่วยกันส่งเสริมสนับสนุน ช่วยกันสถาปนาระบอบประชาธิปไตยให้แล้วเสร็จ เพื่อจะนำมาซึ่งการแก้ปัญหาของชาติที่สั่งสมบ่มเพาะมาเป็นเวลาช้านานให้สำเร็จ จึงจะนำมาซึ่งความผาสุกของประชาชนและทำให้ประเทศชาติมีความเจริญมั่นคงสืบไป

              “ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ” มีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ในอันที่จะพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งเอกราชของชาติ ดำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์สร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชาติโดยเร็วป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่หวังดีทั้งหลายเข้ามากระทำการใดๆที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติบ้านเมือง กว่า ๘๐ ปีที่คนไทยหลงทางเดินห่างจากประชาธิปไตยอยู่ภายใต้การปกครองระบอบเผด็จการที่มีคณะบุคคลถืออำนาจและใช้อำนาจโดยสิทธิ์ขาดและโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาชนใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ประเทศชาติได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก หากเรายังปล่อยให้กลุ่มคณะบุคคลถืออำนาจและใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของคนเพียงกลุ่มน้อยต่อไป จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เอารัดเอาเปรียบ ข่มเหงรังแกผู้ที่ไม่ได้เป็นพวกพ้องของตน  ผู้ถืออำนาจเผด็จการไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม จะทำลายหลักนิติธรรม สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคก็จักไม่มี ความสามัคคีของคนในชาติก็จะหมดสิ้นไป  ภูมิแห่งจิตใจร่วมกันของความเป็นชาติไทยก็จะสูญสิ้นไป  สถานการณ์ของชาติในวันนี้ กำลังตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ปฏิวัติ หากคนไทยไม่รู้เท่าทัน ตกอยู่ในความประมาท ก็จะถูกใช้เป็นเครื่องมือของฝ่ายเผด็จการกลุ่มต่างๆที่ต้องการ แย่งชิงอำนาจกันเองเพื่อประโยชน์ของคณะบุคคลต่อไป ก็จะยิ่งเพิ่มความขัดแย้งแตกแยกกันมากขึ้น ส่งผลให้ประชาชนไม่ยอมรับการปกครอง ผู้ถืออำนาจหมดความสามารถในการปกครอง  มวลชนล้าหลังมีความตื่นตัวทางการเมืองแต่ไร้ทิศทางที่ถูกต้อง ก็จะถูกปลุกปั่นยุยง กลายเป็นเครื่องมือของขบวนเผด็จการคณะต่างๆ  สร้างมวลชนให้เป็นกองทัพทำสงครามกลางเมืองเพื่อแย่งชิงอำนาจกันจะนำไปสู่มิคสัญญีกลียุค ดังตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหลายประเทศ"          

             "การปฏิวัติเป็นการทำลายระบอบเผด็จการให้สิ้นไป แต่ขบวนปฏิวัติมีอยู่ ๒ ขบวนคือ ขบวนประชาธิปไตย และขบวนสังคมนิยม ประเทศที่ปฏิวัติไปสู่ประชาธิปไตย ก็จะสามารถรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ได้ อย่างเช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น ภูฏาน ประเทศที่ปฏิวัติไปสู่สังคมนิยมเป็นคอมมิวนิสต์ อย่างรัสเซีย จีน สถาบันพระมหากษัตริย์ก็จะถูกทำลาย  การปฏิวัติประชาธิปไตยก็คือการทำลายระบอบเผด็จการหมดสิ้นไป ประเทศทำการปฏิวัติประชาธิปไตย โดย สถาบันพระมหากษัตริย์ ก็จะสำเร็จได้โดยง่ายและมีความสูญเสียน้อย เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่ทำการปฏิวัติประชาธิปไตย โดย สถาบันกองทัพร่วมมือกับประชาชน ก็สามารถทำสำเร็จได้ไม่ยาก  แต่ประเทศที่ทำการปฏิวัติโดยประชาชนฝ่ายเดียวจะเกิดความสูญเสียอย่างมากมายทั้งชีวิตและทรัพย์สินและสุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นคอมมิวนิสต์ได้ง่าย"         

         “ขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ” มีจิตสำนึกและตระหนักในความเป็นคนไทยรักชาติ ต้องการนำพาประเทศออกจากความวิกฤติหายนะ จึงร่วมกับผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกหมู่เหล่าแก้ปัญหาชาติในแนวทางสันติมีแนวทางที่ถูกต้องและชัดเจนที่จะสามารถรักษาเอกราชของชาติบ้านเมืองและธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติสืบไป ได้จัดทำนโยบายในการแก้ปัญหาชาติไว้อย่างสมบูรณ์ โดยเริ่มต้นที่จะต้องปฏิวัติประชาธิปไตย ให้แล้วเสร็จด้วยแนวทางสันติ จึงจะนำพาประเทศออกจากวิกฤติในสถานการณ์ปฏิวัติในขณะนี้ได้
จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

(นายวิโรจน์ พูลสุข)
เลขาธิการขบวนการประชาธิปไตยแห่งชาติ
วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔