หากสังเกต จะเห็นว่าที่หน้าจอ GotoKnow เมื่อเราเข้าไปแสดงความเห็น ตอบคำถาม หรือสนทนากลับในกล่องสนทนา รวมไปจนถึงการเข้าไปปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดบันทึกนั้น ก็จะมีคำถามแบบต่างๆปรากฏขึ้นมาสนทนาชวนให้คิด ลักษณะอย่างนี้ ในการออกแบบหน้าจอและการออกแบบปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้กับระบบการประมวลผลอย่างในระบบของ GotoKnow นี้ ก็คงจะมีศัพท์เทคนิคใช้เรียกอย่างเป็นการเฉพาะ 

ในทางจิตวิทยาการศึกษา โดยเฉพาะวิธีคิดและทฤษฎีพื้นฐานสำหรับออกแบบบทเรียนและกิจกรรมต่างๆเพื่อให้เป็นสถานการณ์เงื่อนไขสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองของปัจเจกแล้วละก็ วิธีนี้เรียกว่าการออกแบบตัวให้สัญญาณปฏิบัติหรือการให้คิว (Cueing) และ การจัดปัจจัยแวดล้อมเพื่อสร้างจังหวะและวาระการปฏิสัมพันธ์ (Prompting) ให้กระบวนการคิดภายในปัจเจกกับสภาพแวดล้อมที่เป็นกัลยาณมิตรเพื่อการเรียนรู้ เกิดวาระความสอดคล้องและส่งเสริมเกื้อหนุนกัน หรือศัพท์ทางสื่อและทางการสื่อสารเรียนรู้เรียกว่า การสร้างวาระทางการสื่อสาร (Agenda Setting)

ทฤษฎีจิตวิทยาการศึกษาและจิตวิทยาการเรียนการสอนที่กล่าวถึงและจะช่วยอธิบายให้เข้าใจกลไกการเรียนรู้ภายใต้ปัจจัยเงื่อนไขเหล่านี้ จะได้จากทฤษฎีการวางเงื่อนไขและการกระตุ้นส่งเสริมการสนองตอบทางการเรียนรู้ที่เป็นภาคขยายออกจากทฤษฎีพื้นฐานของนักจิตวิทยาการศึกษาต่างๆ เช่น เปียเจต์ บรูเนอร์ ธอร์นไดค์ เหล่านี้เป็นต้น

                     

วิธีออกแบบและจัดกิจกรรม Cueing กับ Prompting เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้และฝึกฝนศิลปะของการจัดการเรียนการสอน จะเหมาะสมต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการพัฒนาคนและการพัฒนาผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง มุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ไปตามจังหวะความพร้อมที่จะสนองตอบต่อสิ่งต่างๆด้วยวุฒิภาวะตนเอง เน้นการพัฒนาพลังของการใฝ่รู้ พัฒนาวิธีเข้าสู่การเรียนรู้และเพิ่มพูนจิตวิญญาณแห่งการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งในเด็กเล็กอาจจะอยู่ในรูปของการใช้รูปวาด สัญลักษณ์ สีสัน การเว้นว่าง การเน้นแบบต่างๆ

ในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ชีวิตมากหรือผู้ที่มีวุฒิภาวะและมีความคืบหน้าทางการเรียนรู้สูงแล้วนั้น ก็มีข้อแนะนำกันว่า หากจะนำมาใช้ให้ได้ผลดีก็ต้องเน้นสถานการณ์ที่มีความหมายเชื่อมโยงกับประสบการณ์และพื้นฐานชีวิตของกลุ่มเป้าหมายกลุ่มต่างๆ

การใช้คำถามในจังหวะที่สัมพันธ์กับสถานการณ์ อีกทั้งเป็นคำถามที่วิเคราะห์ให้มีนัยยะสอดคล้องกับกิจกรรมการได้ปฏิสัมพันธ์กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะสอดคล้องกับหลักการดังกล่าวนี้ กล่าวคือ เป็นตัวกำกับจังหวะให้ฉุกคิดและทำให้เกิดการเพ่งความใส่ใจ ส่วนวิธีในความเป็นตัวคำถามเองนั้น ก็จะทำให้เกิดการประมวลผลสารสนเทศภายในขึ้นจากประสบการณ์ในตัวคน ซึ่งก็จะทำให้ปัจเจกสามารถสร้างความหมายและจัดความสัมพันธ์ต่างๆด้วยตนเองอย่างรวดเร็ว นำไปสู่สถานการณ์ของการเรียนรู้ ทำให้ปัจเจกเกิดประสบการณ์ชุดใหม่อีกชุดหนึ่งด้วยตนเองและเพิ่มพูนความงอกงามเชิงประสบการณ์การเรียนรู้ขึ้นมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

กระบวนการที่เกิดขึ้นในลักษณะดังกล่าวนี้ แม้จะมีผู้คนหลายคนได้ประสบกับสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมภายนอกชุดเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน แต่เนื่องจากโดยกระบวนการแล้ว จะส่งเสริมบทบาทของปัจจัยความแตกต่างระหว่างบุคคล ดังนั้น ทุกคนก็จะได้การเรียนรู้และก่อเกิดภูมิปัญญาเฉพาะตน ที่ในรายละเอียดแล้วจะไม่เหมือนกันไปเลยทีเดียว จึงเป็นกระบวนการหนึ่งที่เหมาะสมต่อการพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิตและการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความรู้ที่มีบริบท

หลักคิดและวิธีการอย่างนี้ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งการตั้งคำถามและจัดวางกาลเทศะที่เหมาะสมกลมกลืน ก็จะทำให้ปัจเจกต่างเป็นสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ของกันและกัน ผสมผสานไปกับการทำงานและการทำกิจกรรมชีวิตอื่นๆได้อยู่ตลอดเวลา.