หัวอกแม่ : ส่วนหนึ่งของมุมมองต่อการศึกษาไทย

                หัวอกแม่ : มีคำถามมากมายผุดจากหัวใจของความเป็นแม่ของลูก แต่ไม่ค่อยได้ชวนใครมาร่วมค้นหาคำตอบ เพราะเกรงว่าการมองโลกในเชิงตั้งคำถามจะทำให้เป็นคนอยู่ในสังคมค่อนข้างยาก แม้แต่ทางบ้านหากตั้งคำถามมากอาจพากันปวดหัวเกินไป เพราะฉะนั้นจึงต้องปรามตัวเองอยู่ตลอดว่าให้วางอุเบกขา จะนำพาความร่มเย็นตั้งแต่เริ่มต้นของเช้าวันใหม่ แต่วันนี้ขอร่วมตั้งคำถามจากหัวอกของความเป็นแม่ ว่าดิฉันควรส่งลูกชายวัย 5 ขวบ ไปเรียนในโรงเรียนชื่อดังซึ่งห่างไกลจากบ้าน (ไป - กลับ ~ 70 ก.ม.) เหมือนๆกับครอบครัวอื่นๆในสังคมมหาวิทยาลัยที่ฉันอยู่หรือไม่

               จากภูมิรู้ที่เคยศึกษา “ Personality – Type theory , Trait theory of personality , Psychodynamic theory of personality , Phenomenological theory of personality”  ดิฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยควรให้ความสำคัญกับการศึกษานอกระบบ(สัดส่วนการศึกษาในระบบ : การศึกษานอกระบบ อาจ = 50 : 50 อย่างละเท่าๆกัน) การที่สังคมไทยให้ความสำคัญหรือฝากความหวังกับการศึกษาในระบบเกือบ 100 % (โดยเฉพาะเด็กที่มีช่วงวัยที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลิก คุณลักษณะ เชาว์ปัญญา) เหมาะสมหรือยังที่ต้องส่งไปเรียนไกลบ้าน ไปเรียนพิเศษช่วงเย็นๆหรือเสาร์อาทิตย์ เพียงค่าความสำเร็จคือใบปริญญา ตำแหน่งหน้าที่การงาน (ที่จบการศึกษาในระบบจำนวนมาก ที่มีวิธีคิดสร้างภาระให้กับสังคม ให้กับพ่อแม่ มีอยู่จำนวนไม่น้อยนะคะ ถามว่าเหลียวซ้ายแลขวาอะไรบ้างที่เป็นนวัตกรรมจากสมองคนไทยที่ผ่านการศึกษาในระบบ)

               เราอาจจำเป็นต้องคิดถึงการจัดการศึกษานอกระบบมากขึ้น การศึกษานอกระบบอาจจะมีความหมายที่กว้างมาก ดิฉันอยากเห็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ เกิดขึ้นในสังคมไทย อาทิ สถานที่ในแต่ละชุมชนช่วยกันคิด/วางระบบ สร้างมุมรียนรู้ของเด็กให้เกิดขึ้นในชุมชน สื่อโทรทัศน์/วิทยุ/สิ่งตีพิมพ์ช่วยสอดแทรกสาระประเทืองปัญญา กรุณาอย่าเน้นแต่ดาราบันเทิงโชว์เต้า นักการเมืองที่ควรค่ากับสังคมไทย น่าจะไม่ใช่กลุ่มคนที่มาชักชวนเราเข้าร่วมกระบวนการฉาบฉวยทางความคิด เน้นการแต่งเติมหน้าตาไปวันๆ โดยไม่รู้จักใคร่ครวญเพียงเพราะผลประโยชน์ส่วนตัวหรือมาชวนมองโลกแบบเหรียญด้านเดียวตีโจทย์/ตอบโจทย์พลาดบ่อยๆก็ไม่ควรรักษานักการเมืองพันธุ์นี้ไว้อีกต่อไป ที่สำคัญเพื่อปกป้องสิทธิของเด็กที่ต้องสูญเสียเวลาและโอกาสไปในช่วงอายุที่สมควรได้รับการพัฒนา กรุณาให้ความสำคัญกับสิ่งใกล้ตัวของลูกหลานของเรา ได้แก่ สื่อ การจัดระบบแหล่งเรียนรู้ชุมชน การปฏิบัติตัวของเราต่อเด็ก และถึงเวลาที่ขอฝากความในใจถึง นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ว่าสิ่งที่ท่านวางระบบการศึกษาไทยที่วนเวียนอยู่เฉพาะเรื่องการช่วยลดค่าใช้จ่ายในบางรายการนั้นยังไม่เพียงพอนะคะ