ผู้เขียนมีความรู้สึกว่า ถ้าเรายกเส้นพรมแดนออกไปเสีย ไม่มีประเทศ ประชาชนที่อยู่แถวนั้นเขาก็ไม่ได้คิดอะไร? ทุกคนเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน ไม่มีไทย ไม่มีกัมพูชา จึงมีคำถามว่าประชาชนเหล่านั้นชาติอะไร? ถ้าไม่ใช่มนุษยชาติ
ความขัดแย้งระหว่างประเทศไทย-กัมพูชาปัญหาอยู่ที่ใคร? ประเด็นที่ตั้งมาผู้บริหารประเทศให้คำตอบ ซึ่งผู้เขียนสามารถสรุปได้ประเด็น ดังนี้ ๑)ปัญหาเรื่องเขตแดนไม่ชัดเจน ๒)ปัญหาเรื่องการเมืองภายใน ๓)ปัญหาเรื่องการเมืองภายนอก ฯลฯ
การบ้านการเมืองการสงคราม...รัฐบาลและกองทัพก็ว่ากันไปตามระเบียบ แต่มุมมองพระไทยรูปหนึ่ง...จะลองใช้มิติทางศาสนามองดูบ้าง...เผื่อจะได้แง่คิดอีกมุมหนึ่ง
เมื่ออ่านบทความของคุณพวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์ ในเวทีเสวนา "การยอมรับ คำพิพากษาของศาลต่างประเทศ" โดยสรุปไว้ว่า การยอมรับคำพิพากษาศาลต่างประเทศ แบ่งเป็นการรับรองคำพิพากษา และการบังคับตามคำพิพากษา ซึ่งการยอมรับคำพิพากษานั้นเกี่ยวข้องกับอำนาจอธิปไตยของรัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และรวมถึงหลักการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
ในประเด็นนี้ผู้เขียนสรุปได้ ๓ ประเด็น คือ ๑)กรอบอำนาจอธิปไตยของรัฐ ๒)กรอบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ๓)กรอบการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
และไปอ่านบทความของพระมหาหรรษา เรื่อง "ความตาย : พระพุทธเจ้าสอน สตีฟ จอบส์ ปฏิบัติ" โดยสตีฟ จอบส์ ปาฐกถาในงานสำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ต ว่า ...เกียรติยศชื่อเสียงทั้งปวง ความกลัวที่จะเสียหน้าหรือความกลัวที่จะล้มเหลว มันก็จะหายไป เมื่อเราตาย เหลือไว้เพียงเรื่องที่จำเป็นจริง ๆ มรณานุสตินี่เองที่จะช่วยให้หลบหลีกกับดักทางความคิดที่ว่าคุณไม่อยากจะ สูญเสียอะไร จริงแล้วคุณไม่มีอะไรติดตัวเลย
ในประเด็นนี้ ผู้เขียนสรุปได้ ๓ ประเด็น ๑) มนุษย์กลัวเสียหน้าและความล้มเหลว ๒)แต่เมื่อเราใกล้ตาย สิ่งทั้งหลายก็ถูกตัดไปและคงเหลือไว้แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ๓)ควรทำในสิ่งที่ดีงามเอาไว้โดยตั้งประเด็นถามตัวเองว่าถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเรา
ความขัดแย้งในอดีต เมื่อเรามองจากอัคคัญญสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๑ ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จะพบว่า ปัญหาเกิดจากความโลภในผลประโยชน์ ก็คือข้าวสาลี นั้นหมายถึงปัจจัย ๔ อันเป็นพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ อันเป็นเรื่องปากเรื่องท้อง กับคนไม่ทำงานแล้วแอบขโมยของ
เมื่อไปอ่านงานของอาจารย์โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ เรื่องภูมิศาสตร์ จะเห็นว่าในยุคของกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ.๒๓๑๐ เมื่อพม่าเข้ามาตีกรุงได้แล้วก็ให้กวาดต้อนผู้คนไปพม่าเกือบหมด นั้นก็หมายความว่าดินแดนแทบไม่มีความสำคัญอะไรเลย แต่คนสำคัญกว่าเพราะสามารถใช้แรงงานได้ สร้างผลผลิตให้แก่ผู้ปกครองได้
ปัจจุบันเกิดปัญหาเรื่องดินแดนไทยกับกัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านั้นเกิดสงครามแย่งดินแดนไทย-ลาว และไทยก็เคยมีปัญหากระทบกับพม่าและมาเลเชีย เช่นกัน
คำว่า "ดินแดน+ศักดิ์ศรี=ชาติ" และคำว่าชาตินี้แหละที่ทำให้เกิดตัวตน เมื่อมีตัวตนก็เกิดความยึดมั่น ในที่สุดก็กลายเป็นทิฐิระหว่างชาติไป
ผู้เขียนมีความรู้สึกว่า ถ้าเรายกเส้นพรมแดนออกไปเสีย ไม่มีประเทศ ประชาชนที่อยู่แถวนั้นเขาก็ไม่ได้คิดอะไร? ทุกคนเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน ไม่มีไทย ไม่มีกัมพูชา จึงมีคำถามว่าประชาชนเหล่านั้นชาติอะไร? ถ้าไม่ใช่มนุษยชาติ ที่อยู่บนพื้นแผ่นดินเดียวกันแล้ว เพื่อความเข้าใจมากขึ้นขอยกตัวอย่าง
-คนล้านนา-ประเทศไทย,
-คนไทยใหญ่ เชียงตุง-ประเทศพม่า,
-คนเชียงทอง หลวงพระบาง-ประเทศลาว และ
-คนไตลื้อ สิบสองปันนา-ประเทศจีน
ประชาชนเหล่านี้ ถ้าเราดึงเอาเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศออกให้หมด คนเหล่านั้นคือใคร? ถ้าไม่ใช่คนไทยล้านนา มีทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิตที่เหมือนกัน ฯลฯ และเป็นเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติเดียวกัน ประชาชนเดินไปมาหาสู่เป็นพี่เป็นน้อง เป็นญาติกันทั้งหมด
หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าทรงเสด็จออกไปห้ามพระญาติของพระองค์ที่กำลังเปิดศึกแย่งชิงน้ำอยู่เนื่องจากแย่งน้ำทำนากัน พระองค์ตรัสว่า น้ำมีราคาเท่าไหร่? คนมีราคาเท่าไหร่? อะไรมีค่ามากกว่ากัน ระหว่างชีวิตกับน้ำ? สุดท้ายก็คือต้องลดทิฐิมานะ ที่กำลังฮึม ๆ ใส่กัน ก็ลดความเข้มของอารมณ์ลงไป เพราะต่างฝ่ายก็มีกำลังหนุน ต่างฝ่ายก็คิดว่าตัวเองเก่งกว่า ดีกว่า เจริญกว่า และมีกำลังมากกว่า....ความคิดเช่นนี้ผิด เพราะอะไรดีกว่าอะไร? ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และเวลา บางยุคสมัยไทยดีกว่า เจริญกว่า บางยุคสมัยกัมพูชาดีกว่า เจริญกว่า ไม่เชื่อลองอ่านประวัติศาสตร์ย้อนหลังดู
ในประเด็นที่กล่าวมานี้ แม้ฝ่ายบู้จะให้กองทัพออกมาใช้กำลังตอบโต้รุนแรง และฝ่ายบุ๋นจะสนับสนุนให้ใช้สันติวิธีในการเจรจา
อย่างไรเสียไทย-กัมพูชาต้องอยู่ด้วยกัน ไม่สามารถยกประเทศหนีห่างออกจากกันได้ ดูแฝดสยามอิน-จัน เมื่อแยกออกจากกันไม่ได้ ต้องปรับกระบวนคิด จูนคลื่นทัศนคติเข้าหากัน ปัญหาทุกอย่างยอมมีทางออกเสมอไม่ช้าก็เร็ว
ส่วนอาตมา ไม่สามารถออกความคิดเห็นไปมากกว่านี้ได้.....แต่ขอบิณฑบาตความคิดเห็นจากผู้อ่านแทน....
มันเป็นเรื่องการเมืองโดยแท้ ถ้าเรามีการประชาสัมพันธ์ นำมาทำผลประโยชน์ร่วมกัน ดีกว่าปล่อยเป็นวัตถุโบราณ
วิสัยทัศน์ผู้บริหารประเทศ คับแคบ ผลจึงออกมาเท่าที่เห็น ดูอย่างยุโรป เขายังสามารถใช้เงินยูโร ร่วมกันได้
ขอบคุณครูนรเทพที่แวะเวียนเข้ามาทักทาย เป็นสหายทางแนวคิด เพื่อเตือนจิตให้ระมัดระวัง อย่างกัลยาณมิตร
ไม่กล้าแสดงความคิด
เจริญพรขอบคุณ-คุณโยมปภินวิช แม้ไม่กล้า แต่ก็เข้ามาแวะเวียนแลกเปลี่ยนความคิด อาตมาทีแรกก็ไม่กล้าจับประเด็นนี้มาเขียน แต่คิดอีกครั้งหนึ่งก็มองว่า อย่างน้อย อาจเป็นช่องว่างเล็ก ๆ ให้สังคมหายใจได้บ้าง
กราบนมัสการพระคุณเจ้าค่ะ
หากมีคนคิดที่เหมือนท่าน โลกนี้คงสงบ-สันติ...สาธุ
ขอบคุณ-คุณโยมอิงจันทร์ ที่นำสิ่งดี ๆ มาให้ ทุก ๆ ความคิดเห็นมีค่า ย่อมเกิดดวงปัญญาให้กับสังคม ขอนิยมและชื่นชมในผลงาน
ท่านอาจารย์ ผศ.จักรแก้ว เจริญพรขอบคุณที่แวะเข้ามา
หากมีโอกาสและเวลา กรุณามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกัน....