พักผ่อนหย่อนใจ เป็นการเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
ปิดเทอมมาหลายวัน วางแผนไว้ 3 ตอน 45 วันนี้ จะใช้ให้คุ้มค่าและได้ประโยชน์ให้มากที่สุด 15 วันแรก จะพักผ่อนหลังจากการทำงาน ส่งเด็กได้ถึงฝั่งไปอีกรุ่นก็เหนื่อยกันถ้วนหน้า ต้องเร่งสอน ติวเตรียมสอบ สอบๆๆๆ (หมายถีงการสอบที่หลากหลาย NT.O-NET LAS และสอบวัดผลปลายปี) หลังจากเด็กสอบครูก็จัดทำเอกสาร ป.พ.1 ป.พ.5 ป.พ.6 ประกาศผลสอบ เท่าแต่ทำเอกสารครูแต่ละคนก็ลืมทุกๆอย่างไปเกือบหมด ดังนั้นเมื่อส่งเขาขึ้นฝั่ง ก่อนจะไปรับรุ่นใหม่ ก็หันมาดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต ของตนเองและครอบครัว จึงคิดว่าจะพักผ่อนจริงๆสัก 10 วัน กลับมาทำบุญร่วมกับแม่และเครือญาติ สัก 5 วัน ช่วงนี้จึงถือว่าเป็นช่วงพักกายและพักใจ
อีก 15 วัน จะสะสางงานที่ยังทำไม่เรียบร้อย เช่นงานด้านการบริหารงบประมาณ การเงินการบัญชี ทำให้เป็นปัจจุบัน ตรวจสอบและตรวจทานให้ถูกต้องโปร่งใส ตรวจสอบเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง ตรวจสอบลายมือชื่อการจ่ายเงินค่าเครื่องแบบเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2554 และต้องรอใบเสร็จจากผู้ปกครองตอนเปิดเทอม ต้องสำรวจหนังสือยืมเรียน และสั่งซื้อมาทดแทนเล่มเก่าที่ชำรุด ไม่เกิน 30 % ตามนโยบาย เตรียมประกาศสอบราคาหนังสือเรียนหลักสูตรใหม่ ป.2 และป.5 ปฐมวัย และสั่งซื้อให้ทันก่อนเปิดเรียน ฯลฯ ช่วงนี้เป็นช่วงปรับปรุงซ่อมแซม และเสริมสร้างงาน
และ 15 วันสุดท้าย สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม เช่น นัดหมายนักเรียนบางคนมาสอนปรับพื้นฐานนักเรียน เขียนแผนการสอน เตรียมใบงาน จัดทำข้อสอบวัดตัวชี้วัด เพราะปีการศึกษาก่อนเป็นปีแรกของการใช้หลักสูตรใหม่ มีการลองผิดลองถูกตลอดทั้งปีเหมือนคนหัดขับรถจักรยาน จบปีการศึกษาจึงเหนือยทั้งครูและนักเรียน เพราะต้องช่วยกันเรียนช่วยกันสอน ครูก็เรียนไปพร้อมๆนักเรียน จะทำสื่อการเรียน ใบกิจกรรม แบบฝึกหัด และข้อสอบ เราก็ช่วยกันทำ ช่างเหมือนที่นักวิชาการเขาพูดกัน "เรียนโดยให้เด็กเป็นศูนย์กลาง" อิๆๆ ตอนนี้ขับเป็นแล้วนะคะ 555กำลังฮึกเหิมอยากขับทุกวัน จึงซ้อมๆไว้จนชำนาญ เปิดเทอมนี้จะขับขี่..ฉิวตามลม ... ช่วงนี้เป็นช่วงเตรียมพร้อมรับงานใหม่ พูดเสียยาวไปเลยจริงๆจะเล่า 15 วันแรกก่อน เริ่มเลย..นะคะ
วันที่ 1 เมษายน เวลาบ่ายๆเราเริ่มเดินทางไปกรุงเทพฯ ลุยน้ำไปกับนายกวาง ดูสองข้างทางที่ต้องผ่านไปแล้วใจหาย น้ำท่วมบ้านคนเสียหายมากมาย คนใต้เราเคยอุดมสมบูรณ์ คงต้องถดถอย ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่อีกแล้วหรือ ยางพาราที่เริ่มมีราคาสูงพอจะมีรายได้บ้าง ต้องมาล้มจมน้ำกว่าจะปลูกจะตัดได้เหมือนเดิมต้องใช้เวลาเกือบ 10 ปี แต่ก็ประทับใจกับน้ำใจชาวสุราษฎร์ธานี เขาจะอยู่สองข้างทางมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ช่วยบอกเส้นทางที่ปลอดภัยให้กับรถที่ผ่าน ถีงกรุงเทพฯ วันที่ 2 เวลา 01.45 น. โชคดีที่ปลอดภัย ลูกชายขับรถเก่ง รวดเดียวไม่พักเลย เป็นห่วงเหมือนกันแต่หลับมาตลอดทาง อิๆๆ
วันที่ 2 พักผ่อนที่บ้านเพราะนายกวางหมดแรง นั่งๆนอนดูโทรทัศน์ 3 คนแม่ลูก เล่าเรื่องราวต่างๆที่เราห่างกัน สนุกสนานตามประสาคนรักกัน 5555
วันที่ 3 น้องกานต์ไปทำงาน เรากับนายกวางไปตลาดสด ทำอาหาร ที่ลูกชอบ แกงมัสหมั่นไก่ แกงจืดเห็ดสามอย่าง นึ่งปลากระพง อร่อยจริงๆ
วันที่ 4 รอน้องกานต์กลับจากที่ทำงาน แล้วเราจึงไปซื้อของใช้ที่ห้าง โลตัส (ซี้อิ้วขาว กับผงซักฟอกหมด) เดินเที่ยวกันจนมืดค่ำได้ของมา 2 ถุงหมดเงินไปเกือบสามพัน เฮ้อ ของแพงจังเลย
วันที่ 5 ไปศูนย์สิริกิตติ์ เที่ยวงานสัปดาห์หนังสือ นัดหมายกับน้องครูป.1 พบกันพูดคุยกับน้องและเจ้าอิฐประทับใจมาก รู้จักกันที่บ้านโก แต่เหมือนรู้จักกันมานานมากๆ ความจริงใจต่อกันทำให้เรารักกันเหมือนพี่น้อง เดินดูหนังสือทั้งวันได้หนังสือกิจกรรมวิทยาศาสตร์ การทดลอง โครงงาน หนังสืออ่านเพิ่มเติมเพื่อเด็ก หนังสือธรรมมะและข้อคิดดีดีเพื่อตนเอง นายกวางเลิกเรียนจึงไปรับกลับบ้าน
วันที่ 6 ลูกพาไปทานอาหารทะเล ชมนกหลากหลายชนิด ที่บางปูสมุทรปราการอิ่มทั้งคน อิ่มทั้งนก สนุกสนาน ทั้งวัน
วันที่ 7 ไปเที่ยวห้างเซนทรัลลาดพร้าว ลูกกวาง ซื้อรองเท้า เครื่องสำอาง เสื้อสวยๆ ให้แม่ น่ารักจังลูกชาย (กระเป๋าเงินแม่ยังช่วยถือให้ กลัวแม่ทำหาย) และไปจองตั๋วกลับบ้าน ไม่มีตั๋วจนถึงวันที่ 25 เครื่องบินเต็ม รถไฟยังไปได้ไม่ถึงนครฯ ตัดสินใจซื้อตั๋วรถเสริม
วันที่ 8 ไปรับน้องกานต์ที่ทำงาน ทักทายเจ้านายของน้องกานต์ ผอ.สำนักงานประกันคุณภาพของ ม.ส.ธ. สิ่งที่ประทับใจนอกจากการทักทายต้อนรับอย่างเป็นกันเองก็คือ คำพูดของท่าน "คุณแม่เลี้ยงลูกอย่างไรค่ะ ลูกจึงเป็นคนเก่ง คนดี พูดดี มีน้ำใจ และทำงานเก่ง " คำพูดแค่นี้มันดีกว่าแม่ได้ประกาศนียบัตรดีเด่นใดในโลกนี้เลย ภูมิใจจัง คนกรุงเทพฯเขาพูดเพราะนะ อยากฟังอีก 555 นายกวางพาไปเที่ยวที่ มอ.ของเขาที่บางขุนเทียน (เขาเรียนที่บางมดและบางขุนเทียน แต่บ้านพักอยู่หลังบางมด จึงไม่ต้องพาไปเที่ยวบางมดอีก) ขากลับกินอาหารทะเลที่บางขุนเทียน บรรยากาศดีมากๆๆ อาหารก็อร่อยมาก
วันที่ 9 เตรียมพร้อมกลับบ้าน ไม่มีรถประจำทางจึงต้องโดยสารรถเสริม 4 ทุ่มกว่าๆ รถออกจากกรุงเทพฯ คนขับไม่รู้จักทางเดินรถ จึงพักตลอดทาง รอให้สว่าง กลัวอันตรายจากถนนหรือสะพานขาดช่วงน้ำท่วม จึงใช้เวลาในการเดินทางที่ยาวนาน แต่ปลอดภัย
วันที่ 10 ถึงบ้านตอนเที่ยง เก็บกวาดบ้าน ไปนั่งคุยกับแม่และหลานๆ วันที่ 11 เปิดคอมพ์ ตรวจเมล์ ทักทายกับเพื่อนๆในเฟส วันที่ 12-13 เมษายนจะไปทำบุญกับเครือญาติ วันที่ 14-15 ยังพักผ่อนได้อีก
ภาพมีปัญหาเพราะถ่ายจนเต็ม เก็บไว้ที่กรุงเทพฯ ได้มาน้อยมาก อิๆๆ
วันที่ 16 เม.ย. จะเข้าช่วงที่ 2 ปรับปรุงงาน
ผลงานน้องๆระดับประถม รร.บ้านเสิงสาร จ.นครราชสีมา ในโครงการ "กล้าใหม่-ใฝ่รู้ ของธนาคารไทยพาณิชย์ฯ
สวัสดีค่ะพี่สอน เจ๋งๆๆ แจ๋วๆๆ ตารางการทำกิจกรรมที่มีสาระ ไม่มีแว๊บๆๆ เลยนะคะ ได้แบบนี้มีคุณภาพมากๆ ฮ่าๆๆๆ ที่สุดยอดทำได้ไง ภาพหมุนๆๆ น้องก็ งง ที่บอกว่าทำไม่เป็นที่ง่ายกว่านี้ อิอิแบบนี้ขอเรียนรู้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ
ขอให้มีความรัก ความสุข และร่ำรวย นะจ๊ะ
ถ้าเดินตามแผนคงไม่ผิดหวัง ขอบคุณที่ให้กำลังใจค่ะ
ขอบคุณค่ะพี่ที่คอยให้กำลังใจเสมอมา
คิดถึงเช่นกัน แอบไปอ่านบันทึกอยู่เสมอ
ทุกบันทึกมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
ขอบคุณที่แบ่งปัน มีความสุขทุกๆวันนะคะ
สวัสดีค่ะพี่สอน
สวัสดีครับครูดาว ....
การที่คนที่เรารัก เราห่วง เราข้อง โชคีมีชัย เราก็ชื่นชมยินดีและสุข
แต่การที่คนที่ เรารัก ห่วง ข้อง ผ่านพ้น วิกฤติความเจ็บป่วย ทำให้คลายวิตก และเป็นสุข.....
ตอนนี้ผมเอาขนมท่าแคขึ้นไปฝากน้องกานต์ เมื่อครั้งขึ้นไปรับการสนับสนุนกองทุนสวัสดิการจากรัฐบาล......
ผมหวงขนมนั่งไปในรถตู้มีคนแซวว่า"ต้องเป็นคนพิเศษ"เพราะถือไว้บนตักตลอด ใช่น้องกานต์เป็นคนพิเศษในบรรดามิตรที่พบพานกันในโกทูโนว์ ถึงแม้นน้องกานต์จะไม่ได้ทานขนม แต่ในใจผู้ให้ก็มีความสุข เหมือนได้ส่งผ่านอาหารทางใจ ......
แล้วเอาขนมแจกจ่ายเพื่อนที่มาด้วยกัน "เนี๋ยต" (อธิษฐานเสมือนว่าน้องกานต์เป็นผู้หยิบยื่นขนมให้ทุกๆคน) มันมีความรู้สึกอย่างนี้ในตอนนั้น
...ผมเคยเจอวิกฤติความเจ็บปวดอย่างสาหัสในชีวิต ทุกคนคิดว่าผมคงสิ้นชีวิตในตอนนั้น ขนาดญาติฝ่ายภรรยาตกลงปันอุปการะลูกๆทั้งสี่ของ(ขณะนั้นกำลังรียน ป.ตร๊ 3 คน ปวส. 1 คน)
พี่น้องจากพังพังงา ทำบัญชีหางว่าวขอพรจากพระเจ้าส่งมา 170 รายชื่อทั้งพี่น้องลูกหลาน อ่านแล้วทำให้มำลังใจสู้ (ขณะนั้นนน.จาก 84 เหลือ 42 กก)
ผมดีแตกต้องตัดดีทิ้ง ไม่ทันครบเจ็ดวันแผลภายในผิดพลาด หมอต้องผ่าใหม่ในแผลเดิม ออกจากรพ. พกถุงเยี่ยวไปทำงาน สองปี (ที่สนทานมายาวนี้เพียงบอกครูว่า เป็นตายเป็นเรื่องพระเจ้ากำหนด แต่เราสร้างกำลังใจ ทำในสิ่งที่ดี ที่พึ่งทางใจเป็นปาฎิหารย์........หากคุณงามความดีสิ่งดีๆที่ทำมาขออานิสงส์เหล่านี้จงบันดาลให้น้องกานต์ปลอดภัย หายเจ็บปวด...ขอบคุณที่ส่งข่าวครับครู คนไม่มีดี ขอทำความดีรับใช้ชุมชน
ขอพรคุ้มครองน้องเช่นกัน
ทุกคนในครอบครัวซึ้งใจกับน้ำใจของบัง
ในสังคมนี้ยังน่าอยู่เพราะมีคนที่ไม่มีดีแต่น้ำใจดีอย่างบัง
ขอบคุณค่ะ
"เข้ามาอีกรอบ เพราะชมชอบ ภาพครอบครัว
คนไกล้ตัว ดูแลกัน แบ่งปันใจ
แม่รักลูก รักยิ่ง กว่าสิ่งใด
ปีใหม่ไทย อวยพรให้ มีโชคดี......
สวัสดีค่ะครูดาวเรือง
มอบให้เป็นกำลังใจสำหรับครูดาวเรืองค่ะ
มีความสุขกับเทศกาลสงกรานต์นะคะ
สวัสดีค่ะคุณครูดาวเรือง
คุณดาวเรืองเป็นคุณแม่ที่น่ารักจังเลยค่ะ
ลูกชายคนเล็กของครูกายก็ชื่อน้องกานต์เหมือนกันค่ะ ลูกชายคนโตชื่อพี่ก้อง ที่บ้านเป็นตระกูล ก น่ะค่ะ
อืมงานครูนี่ไม่ว่าสอนที่ไหนก็เยอะเหมือนกันหมดเลยนะคะ
เมื่อสอนขนาดกลางก็ทำแต่งานธุรการชั้นเรียนกับงานโครงการห้องสมุดเวลาปิดเทอมก็ยาวไปเลยทั้งครูทั้งเด็กบายเอาพรือนิ
เพราะที่โรงเรียนเดิมอยู่ในพิ้นที่สีแดง ทั้งยิงทั้งเผาฆ่าตัดคอ วางระเบิดทหาร แหะๆๆ
แต่พอย้ายลงมาสอนโรงเรียนขนาดเล็ก
อาโต๊ยงานแอหรับก็ไม่รุคะรุยคะเอไปเสียเหม็ดทำจนขี้คร้านทำเจ็บหัวสายตาก็ไปตามวัยใส่เว่นเข้าไปก็แรงเข้าอีกอ่านไปเขียนไปจนหลับทับแว่นเพราะชอบนอนคว่ำ ฮาโร๊ยตื่นมาตกใจหมดดีที่แว่นไม่แตกทิ่มเอาลูกตาลุไปหล่าว ปิดเทอมก็ไปไหนไม่ได้งานเข้าตลอด อยู่เวรยามกลางวันกันหล่าว 21 นี่ก็ต้องไปสิงอยู่ที่โรงเรียนกันแล้วค่ะ ลูกเต้าก็ไปกันคนละทิศละทาง พรุ่งนี้จะรีบไปหาคุณพ่อก่อนไปสักวันสองวันก็รีบกลับไปอยู่ต่างจังหวัดนานไม่ได้ค่ะเป็นคนติดบ้าน ติดโรงเรียน55(ว่าไปงั้นแหละค่ะถ้าผอ.ไม่สั่งก็ไม่มีใครอยากไป ปิดเทอมใหญ่จะได้พักบ้างก็ไม่ได้บางคนจิไปเหนือก็อดไป เวียนว่ายตายเกิดอยู่แถวยะลานี่แหละค่ะ)