ต้นอ้อยช้าง  

     

มีต้นไม้ที่หน้ากุฏิอยู่ต้นหนึ่ง เฝ้ารดน้ำดูความเติบโตมาหลายปีแล้ว แต่ไม่รู้จักว่าคือต้นอะไร ถามใครหลายคนก็ไม่มีใครรู้จัก แต่ตอนนี้กำลังออกดอก เลยขอความรู้จากหลวงตาในวัด พอท่านเห็นดอกเท่านั้นแหละ ความจำครั้งอดีตก็พลั่งพรูออกมาทันที หลวงตาสี่รูปยืนยันตรงกันว่าคือต้นอ้อยช้าง

ทำไมชื่ออ้อยช้าง ท่านตอบว่าช้างชอบกิน กินทั้งใบและดอก ท่านให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าต้นอ้อยชั้งนั้นเปลือกลอกง่ายมาก และช้างก็ชอบกินเปลือกด้วย โดยใช้งาแทงเปลือก แล้วลอกออกมากิน

      

เปลือกอ้อยช้างคนก็กินได้ด้วย หลวงตาองค์หนึ่งท่านถากเอาเปลือก มาฉันกับหมากแทนเปลือกคูณ และที่สำคัญยอดอ่อนก็กินได้อีก เมื่อรู้ว่ากินได้ วันนี้ก็เลยนำมาเป็นเมนูคู่กับพริกเกลือเสียเลย

                                                                                                                 พระมหาแล อาสโย (ขำสุข)
                                                                                                                 วัดศรีโสภณ จังหวัดพิษณุโลก
                                                                                                                 ๗ เมษายน ๒๕๕๔

  • เมื่อก่อนนี้ตามทุ่งนาก็มักมีต้นไม้ที่เรียกว่า 'ต้นช้าง' ออกลูกลักษณะเป็นช่ออย่างนี้เหมือนกัน พวกนกแก้ว นกกะลิง นกปรอดหัวจุก นกเอี้ยงโครง นกโพระดก นกกรอด ชอบมาเกาะกินเต็มไปหมด
  • ผิวลำต้นเหมือนกับลักษณะในรูป แต่กิ่งและลำต้นเปราะ หักง่าย เนื้ออ่อนและสวย นำมาแกะสลักและตบแต่งให้เป็นรูปต่างๆได้ง่าย แต่ไม่แข็งแรง ใช้ทำเครื่องตบแต่งได้ ไม่ทราบว่าจะเป็นต้นอ้อยช้างนี้หรือเปล่านะครับ
  • แต่ต้นมันใหญ่กว่านี้มาก และไม่เคยทราบเลยครับว่ายอดมันกินได้
  •                                                                                                          วิรัตน์ คำศรีจันทร์
                                                                                                             มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
                                                                                                             ๘ เมษายน ๒๕๕๔

                              

    คงเป็นต้นใหญ่อย่างที่อาจารย์ว่าจริงๆ
    ในพระไตรปิฏกเรียกว่าต้นมหาโสณกะ : ต้นอ้อยช้างใหญ่ เป็นโพธิญาณพฤกษาของพระพุทธเจ้าสามพระองค์ด้วยกัน (๑)พระปทุมพุทธเจ้า(๒)พระนารทพุทเจ้า(๓)พระเวสสภูพุทธเจ้า ทั้งสามพระองค์ได้ตรัสรู้ที่ควงไม้อ้อยช้างใหญ่ โพธิญาณพฤกษาคือต้นไม้ที่พระโพธิสัตว์ประทับบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้ อย่างต้นโพธิ์ก็เป็นต้นไม้โพธิญาณพฤกษาของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน

    หลวงตาท่านให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เปลือกอ้อยช้างสามารถนำไปทำเป็นเบาะรองหลังช้างหรือรองแหย่งช้างได้ แหย่งช้างคือที่นั่งบนหลังช้าง หรือสัปคัป ที่นั่งบนหลังช้างทำด้วยไม้เนื้อแข็ง แรงกดทับของไม้อาจเสียสีครูดผิวหนังช้างจนเกิดอันตรายได้ เมื่อนำเปลือกอ้อยช้างมาทำเป็นเบาะรองจึงช่วยป้องกันการบาดเจ็บได้อย่างดี

    ยอดอ่อนมีรสเปรี้ยว ฝาดนิยมรับประทานเป็นผัก
    เมื่อวานฉันกับพริกเกลือเข้ากันได้ดี

                                                        

    สัปคัป(สับ-ปะ-คับ) : แหย่งช้าง,ที่นั่งบนหลังช้าง
    ข้อมูล http://cd.m-culture.go.th/ubon/index.php?c=showitem&item=120

                                                                                                             พระมหาแล อาสโย (ขำสุข)
                                                                                                             วัดศรีโสภณ จังหวัดพิษณุโลก
                                                                                                             ๘ เมษายน ๒๕๕๔

    .....................................................................................................................................................................

    หมายเหตุ :

     ต้นอ้อยช้าง  : เป็นข้อมูลจากบันทึกในเวทีคนหนองบัว บันทึกและนำเสนอข้อมูลเบื้องต้นเพื่อเก็บรวบรวมไว้โดยท่านพระอาจารย์มหาแล อาสโย (ขำสุข) ( คลิ๊กดูรายละเอียดได้ที่นี่ http://gotoknow.org/blog/nongbua-community/295169 ) ซึ่งมีข้อสังเกตที่น่าสนใจ เช่น บ่งบอกลักษณะความเป็นท้องถิ่นทั้งในด้านชีววิทยา ความเชื่อ การใช้อสอยซึ่งเชื่อมโยงกับลักษณะทางสังคมวัฒนธรรม

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นอาหารและยา ที่จะรู้จักและเข้าถึงได้ก็ด้วยการมีภูมิปัญญาของท้องถิ่นให้รู้จัก จึงมีความเชื่อมโยงกับความเฉพาะตนของสังคมไทยและวิถีวัฒนธรรมชุมชน ตลอดจนความรู้ที่อยู่ในประสบการณ์ของชาวบ้านท้องถิ่นต่างๆมาก หากสามารถช่วยกันศึกษา รวบรวม ข้อมูลและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆไว้ก็เชื่อว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อไปมากอย่างยิ่ง ผมจึงนำมาแยกไว้เป็นหัวข้อต่างหากเพื่อที่คนอื่นๆจะได้เข้าถึงและค้นพบได้ง่าย พร้อมกับอำนวยความสะดวกให้คนที่มีความรู้ช่วยกันสะสมเรื่องราวต่างๆไปด้วยได้ง่ายขึ้น

    จึงขอเชิญทุกท่านที่มีข้อมูลต่างๆรวบรวมและสะสมไว้ได้ตามความสะดวก เช่น

    • ชื่อเรียกท้องถิ่น เรื่องราวและเรื่องเล่าในท้องถิ่นต่างๆทั้งในประเทศไทยและในประเทศเพื่อนบ้าน
    • การใช้สอย ผลงานศิลปหัตถกรรม สิ่งประดิษฐ์ต่างๆจากส่วนต่างๆของต้นอ้อยช้าง รวมทั้งกูปและสัปคัปของภูมิภาคต่างๆ
    • สรรพคุณด้านอาหารและยา รวมทั้งวิธีปรุงอาหารและการบริโภค ตลอดจนความเชื่อและภูมิปัญญาต่างๆที่เกี่ยวข้อง
    • รูปถ่าย รูปวาด และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง