ทุนมนุษย์

    

     วันที่ 7 เมษายน 2554 ผมได้รับเชิญจากคุณโตสิต ซึ่งเป็นรุ่นน้องของผมที่เทพศิรินทร์ให้ไปบรรยายแนะแนวให้กับนักศึกษาจบใหม่ในโครงการของคุณโตสิต ซึ่งทำต่อเนื่องมาปีที่ 6 หรือรุ่นที่ 6 แล้ว  มีนักศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกจากทั่วประเทศเข้าโครงการนี้จำนวน 81 คน บรรยายในหัวข้อ “ ทุนมนุษย์ ” ณ คณะบัญชีจุฬา

     ซึ่งผมได้พูดถึงความสำคัญของทุนมนุษย์และให้ทำ workshop ทุกคนดูกระตือรือร้นในการใฝ่หาความรู้กับโครงการนี้มาก นั้นหมายถึงเด็กไทยในปัจจุบันนี้รู้จักที่จะใฝ่หาความรู้กันมากขึ้นรู้จักคิดวิเคราะห์ และต้องเน้นนวัตกรรมด้วย

กลุ่มที่ 1

1.Where  are  we ?

     ธุรกิจของเราเป็นแบบอเมริกาในยุคพัฒนาอุตสาหกรรม ที่ทรัพยากรมนุษย์ถูกผลิตให้เข้าไปอยู่ใน function ของธุรกิจนั้นๆเพื่อ repeat  process  ให้มี  Defects  น้อยที่สุด ( functional  business )

( What  we  have  potential  to  become ? )

     ประเทศของเรามี ปัจจัยการผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่ครบเครื่องที่สุด เรามี Education , Heath  care  system , Foods , Family  and  Social  พร้อมทั้ง  4  ปัจจัย คนไทยไม่ทำงานไม่อดตาย  ดังนั้นเราจึงมี  potential  ที่จะผลิตทรัพยากรมนุษย์ชั้นเลิศออกมาได้ด้วย ทรัพยากรมนุษย์ที่ดีเราจะเป็นที่ 1 ในอุตสาหกรรมไหนก็เป็นได้

2.Where  are  we  going  to ?

     ในตอนนี้เราเป็น  Functional  business / Functional  Industry  ในอนาคตถ้าเราพัฒนา “ ระบบสร้างทรัพยากรมนุษย์ ” ได้ถูกต้องเราจะเป็นประเทศที่อุดมไปด้วย Innovation  Business ถ้าเป็น  Service ก็ต้องเป็น Innovative  Service

3.How  we  get  there ? 

     ทำไมเราจึงขาด Innovation ทั้งที่เรามีปัจจัย 4 ในการสร้างทรัพยากรมนุษย์พร้อมสรรพ ?  ในมุมมองส่วนตัวผมมองว่าเป็นเพราะระบบ Education ที่ล้าหลังและปิดกั้นการศึกษาแบบ “ข้ามศาสตร์”

     ดังนั้นจึงต้องแก้ที่ระบบการศึกษาที่เด็กต้องเรียนใน “ชุดวิชา” ที่ถูกกำหนดไว้ให้เด็กสามารถเลือกได้เองว่าจะเรียนอะไร ตั้งแต่ ม.ปลาย เพื่อก้าวไปเป็นผู้ประกอบอาชีพอะไรในอนาคต

4.How  to  over  come  difficulties ? 

Difficulties ในการปฏิวัติการศึกษาคือ ค่านิยมที่

1.)ยกย่องอาชีพกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเกินจริง

2.)วัดความสำเร็จด้วยเงินที่หาได้

     ค่านิยม เป็นสิ่งที่ Mass กระจายอยู่ในทุกชนชั้นสังคม การแก้ไขค่านิยมจึงต้องสอดแทรก ค่านิยมใหม่ เข้าไปในสิ่งต่างๆตั้งแต่ตำราเรียนครู, หนังสือพิมพ์, ข่าวสาร, สื่อOnline ฯลฯ เพื่อยกย่องคนเก่งในแต่ละสาขาอาชีพที่ไม่จำเป็นต้องรวยแต่เป็นผู้รู้จริงสามารถ function ในสิ่งที่ตนทำและ Innovate สิ่งที่ดีกว่า function เดิมขึ้นมาได้

 

กลุ่มที่ 2

     เราขอขอบคุณ ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์  ที่จุดประกายความคิดในด้านการพัฒนาของพวกเราที่อยู่นอกเหนือทฤษฏีที่เราเคยเรียนมา ทำให้เราหันกลับมามองตัวเราเองและสิ่งรอบข้างใส่ใจและให้ความสำคัญกับทุกอย่างรอบตัวเรามากขึ้นจากที่เราเคยมองข้าม เกษตรกรเป็นกลุ่มคนที่สำคัญไม่น้อยกว่าหมอหรือนักวิทยาศาสตร์ อาจารย์จุดประกายให้เรามองเห็นคุณค่าในสิ่งรอบตัวและเข้าใจว่าจริงๆแล้วทุกอย่างเท่าเทียมกันพวกเราเชื่อว่าถ้าความคิดเหล่านี้จุดประกายในหลายๆคนได้สังคมเราก็สามารถพัฒนาขึ้นได้อย่างยั่งยืนเช่นกัน

1. Where  are  we ?

     การศึกษาไทยไม่สอนให้คนคิด ,ไม่สามารถนำความรู้ไป apply ได้ ,ครูสอนให้นักเรียนจำเพื่อไปสอบให้ได้เกรดดีๆ แต่ไม่ได้สอนให้เด็กรักและสนใจในสิ่งที่เรียน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้คนทำทุกอย่างเพื่อเงินและไม่มองถึงคุณธรรม

2. Where  are  we  going ?

     พัฒนาอาหารไทยให้เป็นครัวของโลกอย่างแท้จริงเช่น การทำ   อาหารไทยไปยังมุมต่างๆของโลก เนื่องจากอาหารเป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นของไทยและวัตถุดิบทุกอย่างที่นี่ก็อยู่ในดินและในน้ำของไทย

3. How  we  get  there ? 

3.1.สร้างให้คนในสังคมเล็งเห็นความสำคัญของเกษตรกรและมองว่าทุกอย่างเกื้อหนุนกันเท่าเทียมกัน

3.2.ยกระดับและพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร

4. How  to  over  come  difficulties ? 

     Difficulties ที่ใหญ่ที่สุดของเราคือ ทัศนคติของคน  เราต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่การศึกษาและคุณธรรม สร้างค่านิยมใหม่ไม่ให้คนยึดติดที่เงินทองและวัตถุ

 

 กลุ่มที่ 3

     การรู้จักตนเองคือ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อนำไปสู่การทำงานหรือการใช้ชีวิตที่มีประสิทธิภาพ มุ่งสู่องค์กรที่มีคุณภาพรวมเป็นประเทศแห่งเสรีภาพที่แท้จริงโดยผ่านการปลูกฝังความสำคัญของแต่ละบุคคลให้รู้ถึงคุณค่า แม้จะทำอาชีพใดหรืออยู่ในฐานะใดของสังคม ซึ่งเป็นพื้นฐานแห่งความสุขอันยั่งยืน โดยมิได้ยึดติดกันรูปของเงินตรา ,ชื่อเสียง ,อำนาจและค่านิยมจอมปลอม

 

กลุ่มที่ 4

1. Where  are  we ?

มองกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตถ้า copy มาใช้ไม่ได้ต้องนำมาปรับก่อน  ฝรั่งเปลี่ยนจากข้าวเป็นขนมปัง สิ่งที่มีอยู่มีกรอบมาบังทำให้ธุรกิจไม่ยั่งยืนและไม่มั่นคง

2. Where  are  we  going ?

มองเป็น SMEs  บ.ใหญ่จะมีอำนาจ  อะไรที่เหมาะสมกับเราจะเลือกอันนั้นมากกว่า ในอนาคตทำเพื่อเราเอง+แบ่งปัน ให้เป็นเจ้าของพร้อมๆกันเกิดธุรกิจเล็กแต่หนักแน่น

3. How  we  get  there ?

มีสิ่งที่บอกตัวตน แต่ไม่ใช่หมายความว่าร้านที่เราไม่ได้เลือกไม่ดีแต่แค่ไม่เหมาะกับเรา

4. How  to  over  come  difficulties ?

อดีตมองว่าเริ่มจากศูยน์ แต่ปัจจุบันกราฟมันขึ้นลงตลอดเวลา เราต้องพัฒนาตัวเองให้อยู่เหนือเส้นกราฟและสอดคล้องกับสถานการณ์