ความงามของภาษา:คุณค่าของบทกวี (บทสรุป)

กิจกรรมการสกัดความรู้ กลุ่มร้อยรสบทกวี

      

 

 

          บทกวีหรือกวีนิพนธ์ เป็นคำประพันธ์ที่เขียนขึ้นโดยการใช้ภาษาอย่างมีวรรณศิลป์ มีรูปแบบการเขียนที่มีลักษณะบังคับ หรือฉันทลักษณ์ หรือเขียนขึ้นในลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากการเขียนร้อยแก้วทั่วไป โดยมากบทกวีมักเขียนขึ้นในรูปแบบที่คนทั่วไปเรียกว่า ร้อยกรอง การเขียนบทกวีจึงเป็นการนำคำมาเรียงร้อยหรือจัดวางไว้ในที่ที่ถูกต้องตามฉันทลักษณ์อย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดความหมายและเรื่องราวที่สร้างความสุนทรียะ ความรู้สึกสะเทือนอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด หรือแรงบันดาลใจแก่ผู้อ่าน  ผู้เขียนบทกวีมักมีจุดประสงค์ ดังนี้

 

          ๑. เพื่อสื่อข่าว

          ๒. เพื่อเล่าเรื่อง

          ๓. เพื่อแสดงคติชีวิต

          ๔. เพื่อใช้เป็นบทขับร้อง 

          ๕. เพื่อใช้แสดงความคิด ความรู้สึกและจินตนาการ

 

          บทกวีที่เราคุ้นเคยกันดี  ส่วนใหญ่เขียนเป็นร้อยกรอง และเป็นการเขียนที่มักจะปรากฏอยู่ในวรรณคดีไทยเรื่องต่างๆ  ซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของภาษาไทย อีกทั้งยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่คนไทยทุกคนภาคภูมิใจ บทกวีเมื่อพิจารณากำหนดจำแนกประเภทของบทกวีตามวิธีการเขียนและลักษณะบังคับ ซึ่งสามารถจำแนกได้หลายประเภท อาทิ  ลิลิต ฉันท์ โคลง ร่าย กาพย์ กลอน คำหลวง กลบทและลำนำต่างๆ

 

          มีเหตุผลมากมายหลายประการที่ทำให้คนเราปราถนาจะอ่านบทกวี ซึ่งหมายความว่าคนเรามุ่งที่จะอ่านบทกวีเพื่อแสวงหาประโยชน์จากบทกวีด้วยเหตุผลต่างๆ ดังนี้

 

          ๑. เพื่อเร้าความรู้สึก

          ๒. เพื่อเร้าจินตนาการ ( ความยิ่งใหญ่ ความใหม่ ความงาม )

          ๓. เพื่อปลุกเร้าความคิด

          ๔. เพื่อความเพลิดเพลิน

 

          ในชุมชนคนทำงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ( gotoknow ) มีสมาชิกในชุมชนจำนวนมากที่ให้ความสำคัญกับการเขียนบทกวี โดยผู้เขียนมีผลงานบทกวีนำเสนอในบล็อกต่างๆอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีผู้ให้ความสนใจเข้าไปอ่านบทกวีในแต่ละบันทึกอยู่เสมอ ผู้เขียนที่มีผลงานการเขียนบทกวี และเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในชุมชน อาทิ เช่น

 

 

          กิ่งไผ่ ใบหลิว มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๑๐๐ บทกวี ในบล็อกชื่อ บทกวี..ลีลาแห่งอักษร

 

          ครูป.๑ มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๑๐๐ บทกวี ในบล็อกชื่อ เรียงร้อย ถ้อยคำ

 

          ปณิธิ ภูศรีเทศ มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๑๐๐ บทกวี ในบล็อกชื่อ ว่างเปล่าในความตีบตัน

 

          Poo มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๑๐๐ บทกวี ในบล็อกชื่อ My Horizon

 

          วิโรจน์ พูลสุข มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๙๖ บทกวี ในบล็อกชื่อ be 5000

 

          ครูภาทิพ มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๘๓ บทกวี ในบล็อกชื่อ ร้อยกรองของภาทิพ

 

          โสภณ เปียสนิท มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๗๘ บทกวี ในบล็อกชื่อ รวมรสบทกวี

 

          ดอกไผ่(ธรรมทิพย์ )มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๗๗ บทกวี ในบล็อกชื่อ ทิพย์อักษร

 

          สันติสุข สันติศาสนสุข มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๕๖ บทกวี ในบล็อกชื่อ บทกวี(พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ)

 

          โดยคำ ลานเทวา มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๒๐ บทกวี ในบล็อกชื่อ..ทุ่งจินตนาการลานคำ..

 

          อุ้มบุญ มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๒๕ บทกวี ในบล็อกชื่อ ร้อยฝัน พันจินตนาการ

 

          อิงจันทร์ บ้านกลอนไฉไล มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๒๘ บทกวี ในบล็อกชื่อ อิงจันทร์ ณ บ้านกลอนไฉไล

 

          พระมหาวินัย ภูริปญโญ ทิวาพัฒน๋ มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๕๐ บทกวี ในบล็อกชื่อ พุทธพจน์กับการดำเนินชีวิต

 

          By Jan มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๗๐ บทกวีในบล็อกชื่อ JanChai

 

         รพี กวีข้างถนน มีผลงานบทกวีไม่น้อยกว่า ๕๖ บทกวี ในบล็อกชื่อ กวีข้างถนน

 

          นอกจากนี้  ยังมีผู้เขียนบทกวีปะปน สอดแทรกอยู่ในงานเขียนประเภทอื่นๆ ทั้งในบล็อกของผู้เขียนเองและเขียนขึ้นเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปลียนเรียนรู้ในบันทึกของผู้เขียนท่านอื่นๆ อาทิ ธนา นนทพุทธ  krugui-chutima  ครูดาหลา ชำนาญ เขื่อนแก้ว วอญ่า-ผู้เฒ่า แผ่นดิน ครูหยุย พรชัย  ทิมดาบ คุณยาย ครูนาย  ณัฐวรรธน์  ครูปอสอง  umi นีนาถ กุลมาตา  พิมล มองจันทร์  ถาวร  peter- p ประทีป วัฒนสิทธิ์ ไบรท์ลิลลี่ และผู้เขียนอีกหลายท่านที่ไม่ได้กล่าวถึง รวมทั้งผู้อ่านจากภายนอกที่เข้ามาอ่านบทกวีของสมาชิกแล้วแสดงความคิดเห็นเป็นบทกวีที่ไพเราะไว้ในหลายบันทึกของสมาชิก gotoknow

 

       

          จากการศึกษาพบว่าผู้เขียนบทกวีในชุมชนแลกเปลี่ยนเรียนรู้(gotoknow)แต่ละคนมีผลงานที่มีลักษณะโดดเด่นแตกต่างกันตามความถนัด ความสนใจ บทบาทหน้าที่และประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน แต่ลักษณะร่วมที่ทุกคนสามารถทำให้เกิดขึ้น ในบทกวีที่นำเสนออย่างต่อเนื่อง คือการสร้างสรรค์ผลงานที่มีความงดงามด้วยการใช้ภาษา และมากด้วยคุณค่าของบทกวี

 

 

          คุณค่าของบทกวีอาจพิจารณาได้จากการทำให้บทกวีเป็นเครื่องมือพัฒนาความคิด และการสร้างความสุข ความเพลิดเพลิน สร้างแรงบันดาลใจดีๆให้แก่ผู้อ่าน ซึ่งคุณค่าของบทกวีอาจมองได้จากหลายแง่มุม เช่น บทกวีที่สะท้อนปัญหาสังคม บทกวีที่ให้แง่คิดเชิงคติธรรม บทกวีที่มุ่งให้กำลังใจ บทกวีที่ปลุกจิตสำนึก บทกวีที่ผู้เขียนมุ่งสื่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียน บทกวีที่เขียนขึ้นในโอกาสพิเศษหรือมีลักษณะพิเศษ เป็นต้น 

 

 

          บทกวีที่สะท้อนปัญหาสังคม

 

          เป็นการเขียนที่มุ่งชี้ให้เห็นปัญหาและเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในสังคม อันส่งผลกระทบต่อความรู้สึกนึกคิด หรือการดำรงชีวิตประจำวันของผู้คน เช่นปัญหาการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจสังคม  ความยากจน  ความด้อยโอกาส ความล้มเหลวในการพัฒนาสังคม การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมและเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของผู้คนในสังคม เช่น

 

 

           พวกนายทุนใหญ่คือคนถือสิทธิ์

           ปาล์มหมื่นไร่ปกปิดกันเป็นแถว

           จะเดือดร้อนอย่างไรไร้วี่แวว

           ที่สะสมในคลังแก้วก็เกินพอ

           เพียงรำพึงบอกกล่าวคราวทุกข์เข็ญ

           เหตุที่เป็นนั้นเราเปล่าเลยหนอ

           หากเอาคืน เอาคืนคน ที่ต้นตอ

           เปล่าร้องขอ เอ่ยเสียง ..เพียงรำพึง

           (บางตอนจาก เพียงรำพึง โดยภาทิพ)

 

 

           เธอบนบานสานกล่าวกับเจ้าพ่อ

           ลูกช้างขอถูกหวยรวยสักหน

           ขอเพียงล้านห้าแสนแก้แค้นจน

           เธอพร่ำบ่นกับเจ้าพ่อขอให้รวย

           ถ้าถูกหวยคราวนี้ทีเจ้าพ่อ

           จะสร้างก่อ  ศาลาใหม่ ให้แสนสวย

           ทำหมูเห็ดเป็ดไก่ต้มใส่อวย

           แถมอีกด้วยมีละครฟ้อนให้ดู

           (บางตอนจาก ขอหวยเจ้าพ่อ โดย อิงจันทร์ บ้านกลอนไฉไล)

          

 

            บทกวีที่ให้แง่คิดเชิงคติธรรม

 

            เป็นงานเขียนที่นำเอาหลักธรรมทางศาสนามาใช้เป็นแก่นหรือสาระสำคัญที่ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจถึงสัจธรรมของชีวิต ตระหนักในบาปบุญคุณโทษ เห็นผลจากการกระทำความดี ความชั่ว  โน้มน้าวให้ผู้อ่านประพฤติปฏิบัติอยู่ในครรลองของศีลธรรม จริยธรรมและค่านิยมอันดี ตามหลักธรรมทางศาสนา เช่น

 

             เงียบไปทุกมรรคาสภาวะ

             ดิ่งสดับสัปปายะ วิเวกไหว

             ละมุนห้วงน้ำค้าง ป่าเรไร

             ทบทวนนัยยภาพ กำซาบธรรม

             สดับรู้ในรู้พาสู่หน

             สรรพสิ่งผ่านเหตุผล อุปถัมภ์

             ทุกข์สุขโลก เคลื่อนคล้อยตามรอยกรรม

             สุดแต่ใครจะน้อมนำ สรณะ

             (บางตอนจาก สภาวะ ดึก..! โดย โดยคำ ลานเทวา)

 

 

              พระธรรมอยู่กลางใจไฉนเล่า

              พระคุณเจ้าเดินทางระหว่างถนน

              นิมนต์พักเถียงนา แม้ว่าจน

              จักขอปรนนิบัติช่วยจัดการ

              โยมหากินฉันหาธรรมตามหน้าที่

              คือวิถีแบบอย่างช่วยสร้างสาน

              ฉันพักผ่อนสอนธรรมสองสามวาร

              แล้วขอผ่านสู่ถนนหนทางธรรม

              (บางตอนจาก หากิน หาธรรม โดย โสภณ เปียสนิท)

 

              

                โลกไม่เที่ยงหรือไรอย่าไปคิด

               ความถูกผิดครองพิภพไม่จบสิ้น

               ชั่วจงผละดีจงเพิ่มเสริมชีวิน

               ถึงตกถิ่นฐานใดไม่ทุกข์ตรม

               ธาตุทั้งสี่พร้อมแยก พร้อมแตกดับ

               ศีลธรรมกลับดับทุกข์นำสุขสม

               เมื่อมนุษย์เป็นความหวังของสังคม

               โปรดอย่าข่มปัจจุบันให้ผันแปร

               (บางตอนจาก ความผันแปร โดย ชมพร เพชรอนันต์กุล)

 

 

 

            บทกวีที่มุ่งให้กำลังใจ

 

            เป็นงานเขียนที่แสดงถึงความเห็นใจ ความเข้าใจ และปราถนาที่จะให้กำลังใจแก่ผู้ที่ประสบปัญหาชีวิต ได้คลายความทุกข์ ความท้อแท้ หมดหวังในโชคชะตา หรือมุ่งแสดงความยินดี ชื่นชม ซาบซึ้ง ประทับใจ ในการกระทำอันเป็นผลสำเร็จจากความดีงาม ความอดทนเสียสละที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบุคคล และสังคม รวมถึงการยกย่องให้เกียรติแก่บุคคลที่มีคุณูปการต่อสังคมส่วนรวม เช่น

 

              ภูมิเอ๋ยภูมิใจ                     

              เพื่อชาติไทยคงอยู่แม่สู้ฝืน

              แม้เป็นห่วงหวั่นผวาทุกคราคืน

              ก็จำกลืนเก็บอารมณ์ข่มใจตน

              เมื่อข่าวร้ายให้มาว่าลูกจาก

              น้ำตาพรากหลั่งมากว่าห่าฝน

              หากเพื่อชาติคงอยู่แม่สู้ทน

              เปลี่ยนหมองหม่นมาภูมิใจให้ลูกแทน

              (บางตอนจาก ดอกสร้อย..ตามรอยข่าว ๑ การสูญเสียที่ชายแดน โดย ภาทิพ)

 

               ปีแล้วปีเล่าเฝ้าคร่ำเคร่ง

               ตาพิศเพ่งสู่ทิศที่ศิษย์หมาย

               พาย งัด ค้ำ ผ่านน้ำเชี่ยว..ละเที่ยวพาย

               ด้วยใจกาย กล้าแกร่ง แห่งคำครู

               กี่น้ำเชี่ยวก็แพ้ใจใสสะอาด

               กี่เกรี้ยวกราดก็แพ้พ่ายคนใจสู้

               กี่ร้อนหนาว กี่ลมแรงแห่งฤดู

               วิญญาณครูย่อมชนะ ตลอดกาล

               (บางตอนจาก วิญญาณครู ย่อมชนะตลอดกาล โดย อิงจันทร์ บ้านกลอนไฉไล)

 

 

          บทกวีที่ปลุกจิตสำนึก

 

          เป็นบทกวีที่ผู้เขียนต้องการสื่อสารให้ผู้อ่านเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง รวมถึงการโน้มน้าวให้เกิดความรัก ความหวงแหน อันจะนำไปสู่การให้ความร่วมมือในการดูแล รักษา ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ศิลปวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ เช่น

           

          

 

        โอ้ ไทย ไทย คำว่าไทย ไพเราะนัก

              ใจฉันเฝ้า เรียกด้วยรัก ไม่ขาดสาย

              เรียกแต่เกิด เรื่อยไป จนใกล้ตาย

              คำสุดท้าย ก็คงพร่ำ ร่ำเรียกไทย 

              (บางตอนจาก คำสุดท้าย โดย สมโรจน์ ผลชีวิน) 

 

 

              ภาษาไทยมีคุณค่าภาษาชาติ

              งามพิลาสเลือกใช้ให้สร้างสรรค์

              หากเห็นว่าภาษาไทยไม่สำคัญ

              ไทยจาบัลย์ เพราะคุณ(ฆ่า)..ภาษาไทย

              (บางตอนจาก คุณฆ่า..ภาษาไทย โดยปณิธิ ภูศรีเทศ)

 

 

              จงตั้งหน้าตั้งตาศึกษาเถิด

              ประโยชน์เกิดเมื่อประจักษ์มากนักหนา

              ความสำเร็จเสร็จสรรพจงกลับมา

              ช่วยกู้หน้ากู้หนี้ให้พี่น้อง

              แม้จะเป็นลูกสาวชาวนาโง่

              ถึงอดโซจงภูมิใจอย่าไหม้หมอง

              เพราะพ่อเจ้าไถหว่านบนลานทอง

              มิได้จ้องไถหนังบนหลังใคร

              (บางตอนจาก จงภูมิใจ โดย กรองแก้ว เจริญสุข)

 

 

            บทกวีที่มุ่งสื่อสาร ถ่ายทอดความในใจของผู้เขียน

 

            บทกวีที่มุ่งเน้นสื่อสาร ระบาย อารมณ์รู้สึกของผู้เขียน โดยมากมักแสดงออกถึงอารมณ์ รัก เศร้า เหงา คิดถึง ห่วงใย สงสาร ซึ่งผู้เขียนจะเลือกใช้ถ้อยคำสำนวนภาษาที่มีลีลาอ่อนหวาน ชวนให้ผู้อ่านมีอารมณ์ซาบซึ้ง มีความรู้สึก สุขหรือเศร้าไปกับเรื่องราวในบทกวี เช่น

             

              คือนุ่มนวลอ่อนหวานปานปุยนุ่น

              คืออบอุ่นใสสว่างพร่างเวหน

              คือดอกไม้เบ่งบานลานกมล

              คือสุขล้นเนาว์แนบเข้าแอบอิง

              คือคำที่ทุกคนต่างค้นหา

              คือวาจาสั้นสั้นสำคัญยิ่ง

              คือยินยอมพันหลักเพื่อพักพิง

              คือความจริง คือความงาม คือความรัก

              (บางตอนจาก คือความรัก โดย กิ่งไผ่ ใบหลิว)

 

 

              ที่จะอยู่เพื่อคนที่ตนรัก

              ที่จะหักพาลแพรกแหลกเป็นผง

              ที่จะมุ่งจุดหมายปรายทะนง

              ที่จะคงธรรมเที่ยงเคียงโลกา

              เพื่อโค้งเคียวเรียวเดือนและเพื่อนโพ้น

              เพื่อไผ่โอนพลิ้วพ้อล้อภูผา

              เพื่อเรืองข้าวพราวแพร้วที่แนวนา

              เพื่อขอบฟ้าขลิบทองรองอรุณ

              (บางตอนจาก ขอบฟ้าขลิบทอง โดย อุชเชนี/ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา)

 

 

               พิศนิ้วเนียนเพียรพนมยิ้มสมหวัง

               หยดน้ำสังข์หลั่งหยาดมิขาดสาย

               แข่งอาการคนกำลังจะคลั่งตาย

               ซึ่งทรงกายเป็นพยานการวิวาห์

               อยากลบรอยเท้าเปื้อนบนเรือนหอ

               ลบภาพคู่เคียงคลอกันต่อหน้า

               ยิ่งอยากลบยิ่งกระจ่างไม่ร้างลา

               เห็นตำตา ตาจึงจำไว้ตำใจ

               (บางตอนจาก ตำตาตำใจ โดย ทวีสุข ทองถาวร)

 

                ดอกหญ้าน้อยด้อยค่าแค่อาศัย

                แอบผลิใบริมกำแพงไม่แข่งขัน

                แย้มกลีบอ่อนซ่อนไว้ไร้รางวัล

                ขยายพันธุ์พืชน้อยด้อยราคา

                อยู่ในมุมอับเฉาไร้เงาชื่น

                แต่ก็รื่นอารมณ์สมคุณค่า

                มีกลีบกลิ่นสดใสไม่โรยรา

                แม้รู้ว่าไร้คนมาสนใจ

                (บางตอนจาก ต่ำต้อยด้อยค่า โดย ครู ป.๑)

 

 

 

 

          บทกวีที่เขียนขึ้นในโอกาสพิเศษ/มี ลักษณะพิเศษ

 

          บทกวีที่เขียนขึ้นในวาระ/โอกาสสำคัญต่างๆหรือเป็นบทกวีที่มีลักษณะพิเศษ ส่วนใหญ่เป็นการเขียนเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ การสดุดีวีรชน การใช้บทกวีเพื่อพิธีกรรมต่างๆ การเปิดศักราชและฤกษ์เวลา อันเป็นมงคลและมหามงคลสมัย เช่น

             

           กษัตริย์ใดทั่วแคว้น      ปฐพี

           ปานเปรียบพระภูมี       ยากไซร้

           เหน็ดเหนื่อยผ่านเดือนปี    เพียงเพื่อ  ใครนา

           เทียนหนึ่งส่องเพื่อให้    สว่างล้ำ  คนไทย

 

           ถิ่นไพรบ่ว่างเว้น           ทางจร

           ธ เสด็จดับทุกข์ร้อน       ไพร่ฟ้า

           ฝนหลวงอนาทร            ฉ่ำชื่น  ใจนา

           แปดสิบสามเหนื่อยหล้า   บ่ท้อ  ภูมินทร์

           (บางตอนจาก หนึ่งเดียวในหล้า /บทอาเศียรวาท โดย ดอกไผ่)

                         

 

          บทกวีเป็นงานเขียนที่ลอกเลียนแบบกันไม่ได้ เพราะผู้เขียนแต่ละคน มีอัจฉริยภาพ ความคิด จิตใจ และรสนิยมที่มีลักษณะเฉพาะตัว มีวิธีแต่ง วิธีบรรยาย วิธีเลือกใช้ถ้อยคำ วิธีเปรียบเทียบที่แตกต่างกัน บทกวีที่ดีนั้นนับเป็นงานเขียนที่มากด้วยคุณค่า เป็นสมบัติของส่วนรวม เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของมวลมนุษยชาติ ดังนั้นบทกวีบางบทจึงยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมาทุกยุคทุกสมัย

 

          บทกวีนอกจากจะเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ในยามปกติและไม่ปกติแล้ว ยังช่วยบ่งชี้ให้เห็นถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี ของคนในชาติ อีกทั้งช่วยสะท้อนถึงเหตุการณ์และความผันแปรต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งในทางเสื่อมและทางเจริญงอกงามได้เป็นอย่างดี  

 

          ชุมชนคนทำงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (gotoknow) จึงเป็นเสมือนห้องเรียน เป็นเวทีแสดงความสามารถ เป็นพื้นที่เพื่อการสร้างสรรค์ และเป็นแหล่งเรียนรู้ของสังคมไทยที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย โดยเฉพาะคนที่รักและชื่นชอบบทกวี  ชุมชนแห่งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาส่งเสริมให้แต่ละผลงานของผู้เขียนบทกวี ได้เป็นที่รู้จักและเกิดประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง ทั้งในมิติของการกระตุ้นให้มีนักอ่าน และนักเขียนใหม่ๆที่จะมาสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมไทยอันสูงค่านี้ ให้คงอยู่คู่สังคมโลก สืบไป    

 

ที่มา :

 

http://gotoknow.org/blog/tip-poem/433678

http://gotoknow.org/blog/yodsapon/420555

http://gotoknow.org/blog/tham-tip2/318240

http://gotoknow.org/blog/0609045-2009-1/431490

http://gotoknow.org/blog/pani/434266

http://gotoknow.org/blog/jenrapee/2133

http://gotoknow.org/blog/manorom

http://gotoknow.org/blog/phutanow/426428

http://gotoknow.org/blog/lanaman

http://gotoknow.org/blog/ruamrosbotawi

http://gotoknow.org/blog/khonsanfun

http://gotoknow.org/blog/winaisalaepoom

http://gotoknow.org/blog/a-kerdjumroon/425533

<a h

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทกวี(พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ)



ความเห็น (30)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

มาเป็นกำลังใจค่ะ สู้ ๆ ๆ ๆ นะคะ

พี่คิมก็ยังไม่เสร็จค่ะ  เขาเลื่อนเวลาไปถึง ๑๒ เมษาค่ะ

http://gotoknow.org/post/krukim

เขียนเมื่อ 

ท่านอาจารย์ค่ะช่วยตีโจทย์  ทีนะคะ

ในหัวข้อ นี้ที รู้สึกว่าใกล้เคียงกันมาก  ✿อุ้มบุญ✿ นำมารวมกัน ในบันทึกเดียว เพื่อรวบรวมตัวอย่างงานเขียนของชาวเรา  ท่านว่าอย่างไร  หากให้แยก ก็จะดำเนินการนะบัด NOW

เพราในเนื่อหาที่สะท้อนสังคม   มีแนวคิดที่ปลุกจิตสำนึกไปด้วยเจ้าค่ะ

  • บทกวีที่สะท้อนปัญหาสังคม

  • บทกวีที่ที่ปลุกจิตสำนึก

  • เขียนเมื่อ 

    สมาชิกกลุ่มร้อยรสบทกวี ครับ

    • ยังเขียนไม่เสร็จครับ จะรีบกลับมาเขียนต่อ
    • ช่วยให้ข้อเสนอแนะด้วย เดี๋ยวจะผิดไปกันใหญ่
    • หรือใครจะช่วยเอาไปเชื่อมต่อตรงไหน กับใครได้บ้าง โปรดชี้แนะด้วย
    • ขอบคุณครับ

    สวัสดียามเช้าค่ะอาจารย์

          บทกวีมีคุณค่ามหาศาล      เป็นตำนานสืบทอดยอดภาษา

          ณ ชุมชนแห่งนี้ที่อ่านมา    ล้วนลีลาเชิงชั้นเข้าขั้นครู

          ขอบพระคุณท่านให้เกียรติมิกางกั้น   ชื่ออิงจันทร์ได้ปรากฎมิอดสู

          เพียงฝึกหัดอาจยังมิได้ดู                ขอเรียนรู้แลกเปลี่ยนฝึกเขียนกลอน

          ถอดบทเรียนของท่านนั้นถูกทิศ       ขอใช้สิทธิ์...พินิจดู...ใช่ครูสอน

          จะติดตามอ่านต่อไปในทุกตอน       ลดจุดอ่อนประสบการณ์งานประพันธ์

          ***ขอแนะนำอีกหนึ่งนักกลอน ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่มแบบครูอิงนะคะ

    ที่นี่ค่ะ http://gotoknow.org/blog/be5000/toc  

    แก้คำผิด

    เพียงฝึกหัดอาจยังมิได้ น่าดู                ขอเรียนรู้แลกเปลี่ยนฝึกเขียนกลอน

    ขออนุญาตแนะนำสมาชิกอีกท่านหนึ่ง  ท่านประพันธ์บทร้อยกรองได้ดีมาก ทั้ง โคลง ฉันท์ กลอน  โดยท่านมักจะแทรกไว้ในบันทึกต่าง ๆ  ของท่าน และ เขียนไว้ที่กล่องแสดงความคิดเห็น ท่านชอบไปเม้นท์เป็นภาษากลอนไว้ที่บันทึกของอิงจันทร์และท่านอื่น ๆ เสมอ ทำให้บทประพันธ์ของท่านมิแพร่หลาย  ครูอิงติดตามอ่านรู้สึกประทับใจค่ะ เช่น http://gotoknow.org/blog/winaisalaepoom/423787 และท่านก็ได้รวบรวมบันทึก และ ความคิดเห็นที่ท่านโต้ตอบภาษากลอนไว้ที่นี่ค่ะ http://gotoknow.org/blog/parmahavinai/431450 อยากให้อาจารย์เข้าไปอ่านค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

    เขียนเมื่อ 

    ขอบคุณมากเลยค่ะได้เนื้อหา สาระ สมบูรณ์แบบ แยบยล

    ส่งการบ้านไป...ก็จะครบถ้อยกระบวนการแล้วค่ะ

    ถอดสกัดจัดระเบียบเทียบกระบวน

    เป็นสำนวนยอมรับประทับใจ ......เอย

    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีครับ เขียนกลอนเขียนคำประพันธ์ไม่เป็นกะเขา

    ขอมาอ่านย่างเดียวครับ

    เขียนเมื่อ 

    ใส่ลิงค์ บันทึกของคนเขียนด้วยค่ะ

    เรียงร้อย..ถ้อยคำhttp://gotoknow.org/blog/0609045-2009-1/434847

     

    เขียนเมื่อ 
    • สวัสดีค่ะ
    • ตามอ่านงานเขียนของกลุ่มร้อยรสบทกวี
    • ด้วยความชอบค่ะ เป็นนักอ่าน
    • แต่ให้เขียน ไม่เป็นค่ะ
    เขียนเมื่อ 

    - ประทับใจและชื่นชมมากครับ

    - ผมอยู่ในดินแดน ที่เข้ามาพื้นที่โกทูโนแห่งการแบ่งปันและความรักของผมไม่ได้ ตั้งแต่วันที่ 8 - 10 เม.ย.54 ครับ งานผมจึงช้าบ้าง แต่เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมทำงานกับทุก ๆ คน ที่เป็นกัลยาณมิตร ด้วยความรัก ถึงแม้ไม่ได้ยินเสียง และเจอหน้ากันนะครับ มาร่วมทิ้งร่องรอยเล็ก ๆ ของพวกเรานะครับ แล้วจะเป็นแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้างในจักรวาลนะครับ....

    • เยี่ยมมากๆเลยครับ การถอดบทเรียน บันทึกที่เขียนโดย ร้อยกรองเเละบทกวี
    • เมื่อนำมารวมกันเเละสังเคราะห์เราก็ได้เห็นกลุ่มก้อนของผู้ที่มีความสามารถคล้ายกันมารวมกัน
    • ขอบคุณมากครับ เป็นงานถอดบทเรียนที่เยี่ยมมากๆครับ
    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีครับครูคิม นพวรรณ

    • ขอโทษคุณครูด้วยที่สื่อสารมาถึงครูล่าช้า เดินสายไปทั่วประเทศ พอมีเวลาบ้างก็ต้องเร่งสกัดความรู้ ถอดบทเรียนของกลุ่ม(ด้วยความยากลำบาก เพราะไม่ค่อยมีความเชี่ยวชาญในเรื่อง km)
    • ขอบคุณกำลังใจจากคุณครูคิม ซึ่งช่วยให้ทำงานจนเสร็จ ทั้งๆที่ไม่น่าจะเสร็จได้ทันตามเวลาที่กำหนด
    • ในนามของกลุ่ม ร้อยรสบทกวี จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ
    เขียนเมื่อ 

    น้องอุ้มบุญ ครับ

    • ขอโทษที่ตอบมาล่าช้า
    • น้องทำให้พี่เครียดอยู่หลายวัน ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับ อย่างน้อยก็ทำในสิ่งที่น้องคาดหวังจะให้พี่ทำ จนเสร็จ
    • ขอบคุณมาก (โปรดอ่านงานสกัดความรู้ในบันทึกนี้อย่างละเอียดด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง) 
    เขียนเมื่อ 

    คุณครูอิงจันทร์ ครับ

    • ต้องขอโทษอย่างมาก ที่ตอบมาล่าช้า
    • ทุกข้อเสนอแนะของครูได้นำไปแก้ไข เพิ่มเติม ช่วยให้งานสมบูรณ์มากขึ้น อยากให้คนอ่านทุกคนเป็นเหมือนครูอิง ใช่ก็บอกว่าใช่ ไม่ใช่ก็ต้องบอกกันตรงๆ ว่าไม่ใช่
    • ครูอิงเป็นกัลยาณมิตรที่น่ารักมากในชุมชนแห่งนี้ครับ
    • ขอบคุณดอกไม้และคำแนะนำดีๆ ที่มีให้กันมาโดยตลอด
    เขียนเมื่อ 

    ครูป.1 ครับ

    • ขอบคุณมากๆ ที่คอยช่วยกระตุ้นให้ทำงานจนเสร็จ
    • ส่งงานไปแล้ว ช่วยให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมด้วย
    • หากมีอะไรต้องปรับแก้ ช่วยกันเสนอแนะด่วนครับ
    เขียนเมื่อ 

    อ.โสภณ เปียสนิท ครับ

    • ขอโทษที่ทำให้อกสั่นขวัญหาย กับการส่งงานล่าช้า
    • เป็นอันว่าเสร็จและส่งงานไปแล้ว ครับ
    • ในฐานะหัวหน้าทีม มีข้อคิดเห็นประการใดโปรดชี้แนะ
    • ขอบคุณครับ
    เขียนเมื่อ 

    ลุงชาติ ครับ

    • ขอโทษที่ตอบมาล่าช้ามาก
    • ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจและดีใจมากที่ลุงชาติชอบอ่านบทกวี
    • ไม่ต้องเขียนกลอนเก่งหรอกครับ แค่ลุงชาติถ่ายรูปได้สวยมาก สวยกว่าใครๆในชุมชนก็เป็นความสุดยอดของชีวิตแล้วละครับ
    • แล้วเข้ามาทักทายกันอีกนะครับ
    IP: xxx.246.188.232
    เขียนเมื่อ 

    สวัสดีครับ อ.ลำดวน

    • ขอโทษครับ ที่ตอบกลับล่าช้า มัวแต่เดินทางไปทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ
    • ดีใจที่อาจารย์ชอบอ่านบทกวี เพราะคนเขียนที่ประสบความสำเร็จคือคนเขียนที่เขียนแล้วมีคนอ่าน
    • เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก หลังสงกรานต์ไปประที่ริเวอร์ไซด์ ด้วยหรือเปล่า
    • ขอบคุณมากครับที่แวะเข้ามาให้กำลังใจ
    เขียนเมื่อ 

    น้องทิมดาบ ครับ

    • ขอโทษที่ตอบมาค่อนข้างช้า เพราะมัวแต่ยุ่งกับการบ้านของกลุ่มอยู่ครับ
    • เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าเราสามารถทำกิจกรรมต่างๆด้วยกันได้ โดยใช้ความเป็นเพื่อนบนสังคม online
    • มีความสุขและภูมิใจมากที่ได้ร่วมงานกับน้องทิมดาบและทุกๆคนครับ
    เขียนเมื่อ 

    น้องจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

    • ดีใจมากครับที่แวะเข้ามาให้กำลังใจ
    • กิจกรรมนี้ช่วยให้เกิด movement ในการพัฒนาความรู้ ความคิดและสัมพันธภาพของชาวชุมชนคนทำงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี
    • ตะกอนของการทำงานไม่ได้อยู่ที่ชิ้นงานที่มีคุณค่าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสุขจากการเอาใจช่วย การเห็นความพยายาม ความตั้งใจดี ของเพื่อนๆทุกคน ด้วยครับ
    • ขอบคุณที่มาให้คำชื่นชม และกำลังใจกับกลุ่ม ร้อยรสบทกวีครับ

    ผมชอบบทสรุปของพี่สันติสุข สันติศาสนสุขครับที่บอกว่า

    ตะกอนของการทำงานไม่ได้อยู่ที่ชิ้นงานที่มีคุณค่าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสุขจากการเอาใจช่วย การเห็นความพยายาม ความตั้งใจดี ของเพื่อนๆทุกคน ตรงนี้เป็นความหวัง

    ใหม่ของโลกหลังสังคมความรู้ที่จะมาถึงครับ

    ขอบคุณครับผม

    เขียนเมื่อ 

            คือสุดยอดแห่งสารการสกัด       

       เจิดจำรัสครบคดีที่รังสรรค์

       เห็นความงามของภาษาค่ามากครัน  

       เห็นเชิงชั้นเชี่ยวชาญในสารนี้ 

     

                         

    เขียนเมื่อ 

    ขอบคุณคน เก่ง กล้า ชื่อภาทิพ

    ที่ยื่นหยิบกำลังใจให้สร้างสรรค์

    ผลงานนี้ คือผลงาน กลุ่มเดียวกัน

    บอกคำเดียว สั้นสั้น ว่าขอบคุณ

     

    ความภูมิใจในบทประพันธ์ที่ฉันรัก

    มิใช่จักเพื่อรางวัลสถานไหน

    มิได้หวังแข่งขันประชันใคร

    หวังเพียงได้สืบสานเชิงกานท์กลอน

    ถอดบทเรียนของท่านนั้นดียิ่ง

    ด้วยใจจริงจากคนรักในอักษร

    ขอบพระคุณได้ใจความงามทุกตอน

    ขออวยพรให้มีสุขทุกเวลา

    เขียนเมื่อ 
    • แวะมาชื่นชมผลงานค่ะ
      ถอดบทเีรียนได้หมดเปลือกดีจังค่ะ
    • ขอเรียนเชิญคุณสันติสุข  ไปร่วมด้วยช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานสิบประสาน
      ก่อนปิดเรื่องการถอดบทเรียนค่ะ
    • http://gotoknow.org/blog/tham-tip2/435188

      ขอพรจากผู้ใหญ่แล้วไปก่อเจดีย์ทราย
    เขียนเมื่อ 

    ครูอิงจันทร์ปันน้ำใจให้แง่คิด

    มีแง่มุมอันวิจิตรบรรเจิดค่า

    ช่วยสะท้อนดีงามความศรัทธา

    เพื่อภาษาไทยอยู่คู่ปวงชน

    เขียนเมื่อ 

    คุณธรรมทิพย์ ครับ

    • ขอบคุณครับ ความจริงยังถอดได้อีกแยะ (ถ้ามีเวลา) แต่แค่นี้คนอ่านก็ไม่ไหวแล้ว
    • ช่างคิดริเริ่ม กันจริงๆ แต่ก็ยินดีให้ความร่วมมือ
    • สุขสันต์วันสงกรานต์ ขอให้มีความสุขก้บสมาชิกในครอบครัว ครับ

    เขียนเมื่อ 
    • สันติสุข สันติศาสนสุข สวัสดีค่ะ
    • ๑๙ - ๒๒ เม.ย.๕๔ ไปริเวอร์ไซด์แน่นอนค่ะ
    • คงได้พบกันนะคะ
    เขียนเมื่อ 

    อ.ลำดวนครับ

    • อาจารย์ก็ตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่เหมือนกัน เปิดเน็ตตีสี่ตีห้าก็ได้พบอาจารย์ตอนเช้าๆแทบทุกครั้ง
    • ได้พบกันแน่นอน ถ้าไม่คำสั่งแบบฟ้าผ่าให้ไปประชุมแทนบรรดาท่านๆ
    • สุขสันตืวันสงกรานต์ ครับ