บันทึกนี้เป็นการสกัดความรู้เรื่องการเขียนกลอนสุภาพ ต่อเนื่องจาก กลุ่มร้อยรสบทกวี : ลีลาภาษากลอน๑  เพื่อให้เนื้อหาอ่านง่ายสบายตา  ไม่อัดแน่นด้วยเนื้อหาจนเกินไปจึงทอนเนื้อหาออกเป็น ๒ บันทึก

 

        ประเด็นลีลาภาษากลอน มีทั้งหมด  ๑๐ หัวข้อ ในกลุ่มร้อยรสบทกวี : ลีลาภาษากลอน ๑  เสนอไปแล้ว ๕ หัวข้อ  คือ สัมผัสนอกสัมผัสในสัมผัสใจสัมผัสความ  สัมผัสเลือน ชิงสัมผัส  เสียงเสนาะเพราะวรรณยุกต์  และวรรคสุดท้ายใช้นำทาง 

                               
       สำหรับบันทึกนี้จึงเสนอต่ออีก ๕ หัวข้อคือ

  • เก็บแรงบันดาลใจใส่กลอน

  • ชื่อเรื่องเท่ เสน่ห์นำ 

  • แนวคิดสื่อสารผ่านคำ

  • วรรคทองต้องใจ

  • เรียนรู้กลอนครู-บูรพาจาร

          

   

  • เก็บแรงบันดาลใจใส่กลอน


         การเขียนใด ๆ ก็ตาม ย่อมมีเหตุจูงใจให้เขียน เหตุจูงใจนี้ก็คือแรงบันดาลใจนั่นเอง  แรงบันดาลใจอาจจะมาจากการอ่าน  ประสบการณ์ การพบเห็น อารมณ์ความรู้สึกขณะนั้น คนชอบเขียน  ก็จะบันทึกทันทีที่มีแรงกระทบความคิดความรู้สึกหรืออารมณ์    ถ้ามีแรงกระทบมากความรุนแรงหรือน้ำหนักแห่งถ้อยคำก็จะมีพลัง



       ตัวอย่างผลงานของครูกลอน


          ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด           คิดถึงบาทบพิตรอดิศร
โอ้ผ่านเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร          แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น 


        กลอนบทนี้เกิดจากภาพที่กระทบอารมณ์ของสุนทรภู่เมื่อผ่านสถานที่ที่ตนเองเคยถวายงานรัชกาลที่ ๒ 

 

                         
              ตัวอย่างแรงบันดาลใจของกลุ่มร้อยรสบทกวี

 

            ชายชรากับดอกไม้ :โสภณ เปียสนิท       
          แรงบันดาลใจจากภาพที่กระทบอารมณ์   

        

           กลับบ้านเราเถิดชาวใต้ : สันติสุข สันติศาสนสุข 
          แรงบันดาลใจจากข่าวน้ำท่วมดินถล่มภาคใต้

 

          วสันต์สาด สีเลือด เดือดแดนใต้ :ปณิธิ ภูศรีเทศ 
          แรงบันดาลใจจากข่าวน้ำท่วมดินถล่มภาคใต้

 

          เสียงสุดท้าย....ของวีรบุรุษ ร.อ.กฤช คัมภีรญาณ : ภาทิพ 
          แรงบันดาลใจจากข่าวการจากไปของทหารหาญ

 

             ในเรื่องของแรงบันดาลใจ ที่ครูภาทิพได้กล่าวมา ยังมีเพื่อนร่วมกลุ่ม  "ร้อยรสบทกวี"  ได้เสนอในมุมมองของตนอีก ๒ ท่านคือ  ครู ป.1  และ ✿อุ้มบุญ✿   โดย ครู ป. ๑ ได้นำกลอนที่เกิดจากแรงบันดาลใจของเพื่อนร่วมกลุ่มและ ถอดบทเรียนแรงบันดาลใจเป็นกลอนสุภาพไว้ใน

                  ร้อยใจนี้ด้วยหัวใจ : เก็บแรงบันดาลใจใส่กลอน : ครู ป.1 

 

             ส่วน ✿อุ้มบุญ✿  ได้บอกเล่าถึงแรงบันดาลใจที่มาจากกำลังใจของเพื่อน ๆ ผู้เขียนกลอนบน GotoKnow  ทำให้เธอหันมาฝึกเขียนกลอนและเธอนี่เองที่เป็นแม่แรงขับเคลื่อนที่ก่อให้เกิดการรวมตัวกันของกลุ่ม "ร้อยรสบทกวี" อ่านแรงบันดาลใจของเธอได้ที่ เก็บ(ตก)แรงบันดาลใจใส่กลอน : ตอน กวีวิพากษ์ จากเวทีครูกลอน 

 

 

                                                                   

  

  •    ชื่อเรื่องเท่ เสน่ห์นำ 

    

        ชื่อเรื่องเปรียบเสมือนประตู  สวนดอกไม้ หรือสนามหญ้าหน้าบ้าน ที่ชวนเชิญให้ผู้อ่านสนใจใคร่รู้  อาจจะตั้งชื่อได้หลายลักษณะ คือ  ตั้งโดย  นำแนวคิดความเชื่อ   ตั้งโดยใช้ชื่อสถานที่  ตั้งโดยใช้ชื่อตัวละครหรือบุคคล     ตั้งโดยใช้กลอนวรรคใดวรรคหนึ่ง   ตั้งเป็นคำถามให้คิด   จะตั้งชื่อเรื่องอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรคำนึงคือชื่อเรื่องสอดคล้องกับเนื้อเรื่องหรือไม่

 

                             

     ตัวอย่างชื่อเรื่องเท่ ๆ ของกลุ่มร้อยรสบทกวี

                                          ฟ้าหม่น..ฝนพรำ : ครู ป.1  

                                      พรุ่งนี้.....ของอาคิมาสะ :  ภาทิพ

                               คือพันธะถักทอ  : โสภณ เปียสนิท

                           เพราะฉันคือ "พยาบาล" :  คุณยาย   

                      ใครหนอ สั่น ระฆัง ใจ : ✿อุ้มบุญ✿

                 ขอบใจนะ...เจ้าดวงจันทร์ : ทิมดาบ                               

              ซับน้ำตาเถิดพี่น้องอย่าร้องไห้ : ธรรมทิพย์

           คุณฆ่า...ภาษาไทย ?  : ปณิธิ ภูศรีเทศ

         ปอกเปลือกความมืดมิดของรัตติกาล: ทิมดาบ

เราจะเป็นแสงตะวัน ด้วยกันไหม ?  : สันติสุข สันติศาสนสุข

                         

 

 

      

  • แนวคิดสื่อสารผ่านคำ

           ในการแต่งกลอนไม่เพียงแค่รำพึงรำพัน หรือเรียบเรียงสัมผัสคล้องจองไปอย่างไร้จุดหมาย  ผู้เขียนต้องมีแนวคิดที่ชัดเจนว่าจะนำเสนอแนวคิดอะไรถึงผู้อ่าน  โดยใช้ภาษากลอนเป็นสื่อนำสาร(แนวคิด) กลอน ๑ เรื่องควรเสนอแนวคิดหลักเพียงแนวคิดเดียว 

                              

      ตัวอย่างกลอนที่เสนอแนวคิดของสมาชิกกลุ่มร้อยรสบทกวี

 

                  ต้นหญ้าบนรอยแยก : โสภณ เปียสนิท 

เสนอแนวคิดเกี่ยวกับเมื่อมีชีวิตก็ต้องสู้โดยนำต้นหญ้าบนรอยแยกเป็นตัวเปรียบเปรย

 

               ถ้าวันนี้..หนูมีพ่อ : สันติสุข สันติศาสนสุข 

                 เสนอแนวคิดสะท้อนภาพเด็กที่กำพร้า

 

             ประเทศไทย ไร้เจ้าของ...?  : ปณิธิ ภูศรีเทศ 

       เสนอแนวคิดให้ช่วยกันดูแลรักษาประเทศ อย่าทำลาย

                                                              

                    พรุ่งนี้.....ของอาคิมาสะ : ภาทิพ  

สะท้อนแนวคิดเรื่อง ความไม่แน่นอนจงอย่าผัดวันประกันพรุ่ง

                         ..พอเพียง... : ครู ป.1 

            สะท้อนแนวคิดการมีความสุขบนความพอเพียง

                                                                           
 
       

   

  • วรรคทองต้องใจ


         วรรคทองของกลอนคือกลอนวรรคที่มีความงดงามด้านการใช้ภาษา เสนาะด้วยเสียงสัมผัส ง่ายต่อการจดจำหรือท่องจำ มีการเปรียบเทียบเปรียบเปรย ใช้อุปมาอุปไมย อุปลักษณ์  สัญลักษณ์  โดดเด่นด้วยแนวคิดที่เป็นสัจธรรม  และมีความเป็นอมตะ เป็นนิรันดร์ ไม่ตกยุค  


          กลอนที่เป็นวรรคทองจะถูกนำไปใช้ประกอบการเขียนเพื่อเป็นบทนำ เพื่อประกอบในตอนจบเรื่อง  การพูดเกริ่นนำเข้าสู่เนื้อเรื่อง การพูดตอนจบ  หรือการประกอบการเทศนาธรรม  เช่น บทกลอนของสุนทรภู่  ของท่านพุทธทาสภิกขุ เป็นต้น

 

       ท่านผู้รู้แนะนำว่า ในการแต่งกลอนแต่ละครั้ง  ผู้เขียนควรคิดหาคำที่มาเรียบเรียงเป็นวรรคทองอย่างน้อย ๑ วรรค

 

                        

      ตัวอย่างวรรคทองที่เป็นที่จดจำของบุคคลทั่วไป

    

  ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก      สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน  
ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป            แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน

                                        ( สุนทรภู่ : นิราศภูเขาทอง)

 

 

  ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์            มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต 
แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร          จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา 

                                         ( สุนทรภู่ : นิราศภูเขาทอง)

 

 

        เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา        จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่
   เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู           ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย

                                        (พุทธทาสภิกขุ : เลือกส่วน)

 

 

  หนึ่งจะมีรักใหม่อย่าให้รู้               สองจะอยู่กับใครอย่าให้เห็น

ให้ฉันเถิดขอร้องสองประเด็น           แล้วจะเป็นผู้แพ้ที่แท้จริง

                                         (สนธิกาญจน์  กาญจนาสน์ : ขอ )

                                                              

            

ดอกรักบานในหัวใจใครทั้งโลก       แต่ดอกโศกบานในหัวใจฉัน

และอาจเป็นเช่นนี้ชั่วชีวัน              เมื่อรักอันแจ่มกระจ่างกลับร้างไกล

                     ( เฉลิมศักดิ์ (ศิลาพร) รงคผลิน : บทสุดท้ายของนิยายรัก)

                       

 

      

  • เรียนรู้กลอนครู-บูรพาจารย์


       ผู้ที่อยากจะเขียนกลอนได้แต่ไม่มีพรสวรรค์  หากเพียงแต่อ่านฉันทลักษณ์แบบแผน ก็ยากที่ผลงานจะออกมาได้ดี   การอ่านเป็นหัวใจของการเขียน  คนที่จะเขียนกลอนได้ดี ต้องอ่านมาก โดยเฉพาะผลงานกลอนของครู-บูรพาจารย์ ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านมีการสะสมคำ  สะสมภาษาที่งดงาม และชินต่อเสียงสัมผัส

 

        การเริ่มต้นเขียนอาจจะเริ่มจากการเขียนล้อคำ ล้อความ  ล้อสัมผัสกลอนของบรรดาครู ๆ ทั้งหลายก็ได้ หากสนใจก็หาอ่านได้จาก เว็บวรรคทอง    บันทึกไว้ในวงวรรณ  มาลีฟ้า

 

                ตัวอย่างผลงานกลอนระดับครู-บูรพาจารย์

 

     แม้อกนี้แคบนักน้องรักเอ๋ย      อย่าหวั่นเลยอุ่นอุรากว่าอกไหน

เมื่อมีพี่เอื้ออกแคบให้แอบไอ        จะออมไว้ให้อิงเพียงหญิงเดียว

                                        (สวัสดิ์  ธงศรีเจริญ : ออมอก)

 

 

   สรวงสวรรค์ชั้นกวีรุจีรัตน์            ผ่องประภัศร์พลอยหาวพราวเวหา

พริ้งไพเราะเสนาะกรรณวัณณนา      สมสมญาแห่งสวรรค์ชั้นกวี  

                                    (น.ม.ส.  : สามกรุง)

 

 

 ถ้ารักใครไม่ได้ก็ไม่รัก                   แต่กุจักชักดาบเข้าฉาบฉุด

ดั่งโคถึกคึกคะนองลำพองรุด          ใครจะยื้อใครจะยุดจะฉุดใจ


เมื่อรักกันไม่ได้ก็ไม่รัก                   ไม่เห็นจักเกรงการสถานไหน

ไม่รักกุกุก็จักไม่รักใคร                   เอ๊ะ  น้ำตากุไหลทำไมฤๅ

(ขรรค์ชัย     บุญปาน, สุจิตต์    วงษ์เทศ  :  ร่วมกลอนรัก)

 

 

เสียเจ้าราวร้าวมณีรุ้ง                มุ่งปรารถนาอะไรในหล้า

มิหวังกระทั่งฟากฟ้า                 ซบหน้าติดดินกินทราย

             (อังคาร กัลยาณพงศ์ : เสียเจ้า)

 

 

ตาต่อตามิได้หมายถึงจิต          กายอยู่ชิดเมื่อใจเอื้อมไม่ถึง

ยิ้มตอบยิ้มใช่สลักรักรัดรึง        คนใกล้จึงแสนไกลในชีวิต


                     (สินี เต็มสงสัย  :  คนใกล้)

                         

 เธอจะอยู่แห่งไหน...ในผืนหล้า       รู้เถิดว่าพี่ครวญหวนถวิล

ไม่สิ้นแรงร่างล้มลงถมดิน               พี่ไม่สิ้นคำนึง...คิดถึงเธอ


                         (สุรพล  สุมนนัฏ : แด่อดีต)

 

 

เมื่อขอบฟ้าพร่าพราวหลาวทองทาบ     พุ่งปลายปลาบทะลวงถิ่นทมิฬถอย

ความมืดแมกแหลกเรื้อไม่เหลือรอย      อุทัยพร้อยแสงพร่างสว่างพราย

                                       (อุชเชนี: ในนิมิตร)

 

 

 

 สองหูแว่วแว่วเสียงสำเนียงหวน         เสียงครางครวญชวนให้ฤทัยหมอง
เสียงนั้นแว่วแผ่วมาน่าขนพอง           คือเสียงของความจนค่นแค้นเอย ๚


                          (อุดม วโรตม์สิกขดิตถ์: เสียงจากความจน)

 

 

       จากบันทึกประเด็นลีลาภาษากลอน ๑ และ ๒ ของครูภาทิพ  คุณธรรมทิพย์ได้ถอดบทเรียนเป็นกลอนสุภาพดังนี้

   

               

ถอดบทเรียนเรื่องกลอนซ่อนคุณค่า
ยากจริงหนาทำอย่างไรใจมันเศร้า
ครู ป.หนึ่งส่งข่าวช่วยเร่งเร้า
สู้นะเราอย่าท้อพอมีแรง  (ใจ)


ให้หัวข้อ "ลีลาภาษากลอน"
มีขั้นตอนหลายอย่างทางปรุงแต่ง
ฉันทลักษณ์สำคัญยิ่งอย่าเปลี่ยนแปลง
ไม่พลิกแพลงยึดตำรับกระชับคำ


บทบังคับจำนวนคำย้ำยึดถือ
หมั่นฝึกปรือตามขนบครูสอนพร่ำ
สัมผัสนอกสัมผัสในใฝ่ใจจำ
ศรัทธานำหมั่นเพียรย่อมเขียนดี


เสียงท้ายวรรคพึงระวังไม่รีบร้อน
ครูท่านสอนเสียงไพเราะเหมาะเหลือที่
วรรคหนึ่งสองนั้นห้ามสามัญตรี 
พอสามสี่ให้ใช้ตรีสามัญ
 (ปัจจุบันอนุโลมวรรคหนึ่งเสียงอะไรก็ได้)


อักษรต่ำจำไว้ไม่ลืมหลง
อย่างวยงงรูปไม้ตรีไม่มีนั่น
หากคำเป็นรูปไม้โทเสียงตรีพลัน
เรียนรู้ทันย่อมงดงามทุกยามยล



เรื่องคำซ้ำสัมผัสเลือนเตือนใจนิด
ชิงสัมผัสล้วนผิดจิตสับสน
เพิ่มโวหารภาพพจน์ดั่งเพิ่มมนต์
เสน่ห์ดลด้วยวรรคทองต้องตาใจ



อันกวีที่ดีมีตาสาม
อย่ามองข้ามสิ่งเล็กเล็กล้วนยิ่งใหญ่
ทั้งอารมณ์นั้นหนามิเหมือนใคร
ช่างอ่อนไหวสร้างสรรค์มิหวั่นทรวง



จุดเริ่่มต้นเขียนกลอนสะท้อนจิต
ผ่านแนวคิดสะเทือนไหวจนใจห่วง
ล้วนผ่านรักโลภหลงมากกลลวง
จึงก้าวล่วงสร้างผลงานผ่านโลกา

อยากอ่านกลอนสร้างสรรค์ในวันนี้
ต้องไปที่มวลมิตรคิดก้าวหน้า
กลอนซึ้งซึ้งครู ป.หนึ่งซึ่งนำพา
กลอนซ่อนค่าครูโสภณมีมนต์จริง



ภาพประกอบงดงามทุกยามเห็น
หลากประเด็น ปณิธิ สิยอดยิ่ง
สันติสุข ซ่อนปรัชญาพาพึ่งพิง
ภาทิพ พริ้งเพริศพรายภาษางาม



ส่วนกลอนเปล่าซ่อนแนวคิดลิขิตเขียน
ทิมดาบ เพียรสร้างสรรค์ไม่มองข้าม
ครูอิงจันทร์บอกเล่าให้นิยาม
เฝ้าติดตามปัญหาใหญ่ในสังคม


อุ้มบุญสร้างสวนขวัญวรรณอักษร
รูปแบบกลอนซ่อนศิลป์ยินเหมาะสม
ครูดาหลาทั้งคุณยายต่างรื่นรมย์
คนนิยมเขียนให้คิดสะกิดเตือน



โอ้ธรรมทิพย์ดีใจไปถึงฝัน
คิดผ่านวันเสร็จสมเกลียวกลมเพื่อน
ร่วม "ร้อยรสบทกวี" มิแชเชือน
กิจกรรมเหมือนเพิ่มสัมพันธ์ปันไมตรี
..............
                     ธรรมทิพย์
                   ๗ เมษายน  ๒๕๕๔
http://gotoknow.org/blog/tham-tip2/435188

                           

        ขอขอบคุณ น้องอุ้มบุญ  ครูป.๑  น้องทิมดาบ  ที่ทั้งผลัก ดึง ดัน และลากครูภาทิพจนกระทั่งครูภาทิพถอดบทเรียน "การแต่งกลอนสุภาพ"  ได้ถึง ๒  บันทึก  และขอขอบคุณเพื่อน ๆ สมาชิกกลุ่ม "ร้อยรสบทกวี" ที่ร่วมด้วยช่วยกันจนกระทั่งภารกิจของกลุ่มสำเร็จไปได้อย่าง "งดงาม" ขอบคุณ "น้องมะปราง" เจ้าของกิจกรรมดี ๆ ที่ทำให้พวกเรามาเจอกัน และรังสรรค์สิ่งดี ๆ ฝากไว้

                      

                   

 

                                           

 

   ท่านโสภณปราดเปรื่องหลายเรื่องนัก         ครู ป.1 ซึ่งมักแต่งกลอนหวาน

คุณทิมดาบ หมออนามัยใจเบิกบาน               ภาทิพ ผ่านแวะมาคราเขียนกลอน

คุณ ✿อุ้มบุญ✿รวมก๊วนชวนถ่ายทอด           KRUDALA นั้นยอดเรื่องการสอน

ธรรมทิพย์หยิบธรรมมาเป็นอาภรณ์                  ปณิธิ กระฉ่อนกลอนภาพงาม

สันติสุข  บทกวีชี้ทุกข์สุข                            เรื่องสนุก คุณยาย ขนมาล้นหลาม

รวมสิบคนรวมกิจคิดถอดความ                      เกิดนิยาม “ร้อยรสบทกวี”