เขียนอย่างนี้ได้ไช่ไหมพ่อ
อยู่กับลูก-5
(เคยตีพิมพ์ในสกุลไทย)
............................
เธอคงเห็นผมเงียบไปเนิ่นนาน จึงได้หันมามองหน้าผมอย่างจงใจ ดวงตาสองคู่สี่ข้างของเราสบประสานกันอย่างจัง ขอบตาสองข้างของเธอยังรื่นเรื่อด้วยหยาดน้ำใส ๆ แววตาของผมคงอ่อนโยนจนเธอรับรู้ในส่วนลึก เธอหันกลับไปที่สมุดเขียนวงกลมเล็ก ๆ ซ้อนกันสองวง แล้วหันมาถามผมด้วยรอยแห่งความลังเลว่า “เขียนอย่างนี้ได้ใช่ไหมพ่อ”
ผมมัวแต่คิดสงสารและสำรวจความบกพร่องของพ่อแย่ ๆ จึงตอบช้า เธอจึงพูดต่อว่า “ให้หนูเขียนอย่างนี้นะพ่อ” ผมพยักหน้าอนุญาต มองเห็นรอยยิ้มสองแก้มแต้มน้ำตา เธอขมีขมันเขียนวงกลมเล็ก ๆ ซ้อนกันอีกหลายชุดเพื่อเอาใจผม เขียนเลขแปดแบบใหม่ของเธอได้ตัวหนึ่งก็หันมาถามคำหนึ่ง “ได้นะพ่อ ดีนะพ่อ สวยนะพ่อ...” ไปเรื่อย

ความน่ารักของลูกทำให้ผมขอบตาร้อนผ่าว น้ำตาแห่งความสำนึกผิดทำท่าทางจะเอ่อล้นออกมา ไม่ได้หรอกผมต้องเก็บมันไว้ข้างใน ลูกเอ๋ยพ่อผิดไปแล้ว พ่อขอโทษ
หลายวันผ่านไป ผมได้รับมอบหมายจากคุณแม่ให้สอนลูกอีกครั้ง ลูกหน้ามุ่ยเศร้าหมองเมื่อรับรู้ว่าถึงวาระของพ่อสอนหนังสือ เธอมองหน้าผมเหมือนจะร้องไห้แล้วจึงกล่าวประโยคที่ผมเขียนไว้ข้างต้น

ผมจึงตอบคำถามลูกด้วยความเสียใจกับการกระทำของตัวเองว่า “วันนี้พ่อใจดี ไม่ตีหรอก” เพียงแค่นี้ลูกก็ยิ้มร่า หยิบอุปกรณ์เครื่องเขียน กระดาษ มาวางบนโต๊ะทำท่าทีเหมือนว่าอยากจะเรียนเขียนอ่านเต็มที

ไม่ทราบจะพูดอย่างไรดี..
มันเป็นภาพสะท้อนที่สะเทือนใจทั้งใจพ่อใจลูกนะค่ะ อ.
ความรักที่พ่อแม่มีให้ลูกบางครั้งก็ยากที่จะบรรยาย
การลงโทษด้วยเหตุผลใดในขณะนั้นก็เชื่อมั่นว่า
เกิดจากความหวังดีอย่างแรงกล้าที่พ่อมีต่อลูก
ความเดียงสาของเด็กน้อยมีพลังมหาศาลเลยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์โสภณ
อยู่ที่บ้านไม่ค่อยถูกไม้เรียวเพราะวิ่งเก่ง
พอมาที่โรงเรียนบางครั้งครูตี...เจ็บกว่าแม่ตีอีก
แต่ทุกครั้งที่ถูกตีทั้งจากแม่และครู...
ไม่เคยคิดโกรธ...แม่และครูเลย
ตรงข้ามกลับกลัวว่าแม่...ว่าครู...จะโกรธค่ะ
สวัสดีค่ะ
การวิ่งเก่งทำให้รอด เป็นพรสวรรค์ (แขวนพระหลวงพ่อรอด และหลวงพ่อโกย วัดหน้าตั้ง)
อ่านแล้วรีบทบทวนตัวเองในความเป็นแม่
เคยใช้ไม่แขวนเสื้อตีลูกบ้างเหมือนกันค่ะ
บางทีก็เอามาขู่ ทำเป็นตีโต๊ะให้เสียงดัง ๆ ไว้ก่อน
พออ่านบันทึกนี้ของอาจารย์ ทำเอาน้ำตาซึมเลยค่ะ
ขอบพระคุณค่ะที่แบ่งปัน
มาเรียนว่า
ได้ส่งประเด็นการสกัดความรู้ที่บันทึกน้องมะปรางแล้วค่ะ
ขอแค่ 2 หัวข้อใหญ่ (ตามที่ครูภาทิพ คุณทิมดาบ และ น้องอุ้มบุญสรุปไว้)
เรียนให้ท่านช่วยแจกแจงงานให้สมาชิก เพื่อนำไปเขียนบันทึกสกัดความรู้
คนละ 1-2 ประเด็นย่อยก็คงพอค่ะ
http://gotoknow.org/blog/pr4u/433703?refresh_cache=true
ตีลูกบ้าง..นานๆครั้ง ใช้เสียงมากกว่า ทั้งที่ก็รู้ว่าไม่ควรเวลาเขาดื้อ ไม่ฟัง ยุ่ง วุ่นวาย
ก็พยายามค่ะ เด็กพิเศษที่เป็นน้อย รู้เรื่อง ฉลาดแบบลูก เวลาเขามีอาการตื่นๆ ยุ่งๆ ดื้อ
หนักกว่าเด็กปกติ ๒ เท่า มีคนเปรียบเทียบว่าเหมือนมีลูก ๒ คนค่ะอาจารย์
เสริมอีกหน่อย..คิดว่าโชคดีที่แม่โดนญาติและคนร้ายๆตำหนิว่า "ยาก"
เพราะถ้า "ง่าย" ทั้งลูกทั้งแม่คงเจอภัยพาลมากกว่านี้
ขอบคุณครับอ. อ่านแล้วทำให้เรารักลูกมากกว่าเดิมครับ และที่สำคัญ คือเราจะไม่มีวันเป็นอย่างพ่อในเรื่องนี้แน่นอน
สวัสดีค่ะอาจารย์โสภณ
แผลในใจหายช้าจริง ๆ แม้แผลกายจะหายแล้วก็ตาม...อ่านแล้วอึ้งไปเลย...
เรียนท่านอาจารย์
อ่านจบแล้ว อยากย้อนเวลาจริงๆ ขอเป็นกำลังใจครับ
เฮ้อ! คิดถึงพ่อครูภาทิพจัง
ท่านสอนให้อ่านออกเขียนได้ก่อนเข้าโรงเรียน
แต่...ท่านไม่ตีนะ