กิจกรรมกลุ่มของชาว GotoKnow : รายละเอียดกลุ่ม หัวข้อ และประเด็นที่ร่วมกันสกัดโดยคุณมะปรางเปรี้ยว  ประชาสัมพันธ์เชิญชวน  เริ่มแรกที่พบรีบคลิ๊กมอบดอกไม้ให้ทันที  รอลุ้น  ส่งกำลังใจให้กับบล็อกเก่อร์ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม  และติดตามความเคลื่อนไหวของสมาชิก  ไม่มีเจตนาหือคิดที่จะสมัครเข้าร่วมกิจกรรม  เพราะ “ไม่มีความรู้เพียงพอเกี่ยวกับการสกัดความรู้อันเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน”  แต่ชอบที่จะติดตามหาความรู้ไปเรื่อย ๆ หรือเขียนในเรื่องตามที่ใจคิดจะเขียนมีสาระบ้างไม่มีสาระบ้าง  เพราะเป็นคนไม่ชอบโจทย์ที่ต้องตอบให้โดนใจผู้อื่น 

 

         ครั้งแรกพี่ใหญ่นาง นงนาท สนธิสุวรรณ เชิญชวนให้เข้าร่วมสกัดความรู้ “ดั่งลมหายใจ” ของอาจารย์วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ฉันได้ตอบปฏิเสธพี่ใหญ่  ทั้งที่ความเป็นจริงได้รับมอบหนังสือจากอาจารย์วิรัตน์เป็นการส่วนตัวและอ่านจบไปแล้ว  รวมทั้งครั้งนี้นำมาอ่านอีกเป็นครั้งที่สอง  เนื่องจากไม่ทราบจะถอดบทเรียนให้ตรงใจผู้อ่านได้อย่างไร และรู้ตัวว่า “เป็นคนมีความคิดเพียงตื้น ๆ ไม่ลุ่มลึก

 

        ต่อมาได้รับคำเชิญชวนจากคุณ✿อุ้มบุญ✿ ให้ไปเข้ากลุ่มถอดบทเรียนสกัดความรู้ “การปลูกผักกินได้” ฉันได้ตอบปฏิเสธเช่นเดียวกันเพราะเหตุผลเดิม  และที่สำคัญระยะนี้ฉันไม่อยากขีดอยากเขียนเป็นเรื่องเป็นราวผ่านบล็อก  แต่กลับไปสนใจเขียนอย่างอื่นในรูปแบบ Non – Fiction แทน  โดยเป็นการเขียนเล่น ๆ และสนใจกับการอ่านหนังสือมากกว่า

 

          คุณ✿อุ้มบุญ✿ไม่ละความพยายาม  กลับมาชวนให้เข้าร่วมวงอีกครั้งหนึ่ง  คงจะนึกเมตตาสงสารอยากจะให้ฉันมีเพื่อนบ้าง  ไม่ต้องมีชีวิตอยู่แบบคนบ้านบ้านดั่งว่า  เมื่อเป็นเช่นนี้ฉันคงไม่กล้าที่จะเป็นคนใจหินในการตอบปฏิเสธความปรารถนาดีของน้องได้ลงคอ  จึงได้ตอบรับไปด้วยความยินดีและเต็มใจที่จะร่วมวงสนทนาเฮฮาพาทีด้วย  ทั้งที่ยังไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไร ได้แต่คิดว่า “จะพยายามทำให้ดี ถึงแม้ไม่สามารถเป็นที่สุดก็ตาม

 

          การติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมพบว่า  คุณอุ้มบุญได้ระบุประเด็นไว้แล้ว  และมีผู้เลือกข้อ ๑ และข้อ ๒  เหลือข้อ ๓,๔,๕  ตามความยุติธรรมฉันมาเป็นคนที่ ๓  ก็จำเป็นต้องเลือกหัวข้อที่ ๓ ประเด็น “ปลูกผักแล้วได้อะไรและประเภทผักที่ปลูก”  เป็นประเด็นที่ฉันต้องเล่าแบบเชิงสกัดความรู้ผ่านกระบวนการเรียนรู้  เพื่อเป็นข้อมูลจึงขออนุญาตเสนอบล็อก “ปลูกผัก”  ดังนี้

http://gotoknow.org/blog/yaikimz/toc  จำนวน ๑๔ บันทึก

 

บล็อกด้วยรักและศรัทธา ดังนี้

http://gotoknow.org/blog/kimzaz/404303  จำนวน ๑ บันทึก

 

         ก่อนหน้านี้เคยปลูกผักเล่น ๆ จากประสบการณ์ไปเรียนรู้ที่สวนป่ามหาชีวาลัยอิสานของ พ่อครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์  ต่อมามีผู้ใจดีให้ความอนุเคราะห์เมล็ดพันธุ์คือ คุณไก่-ประกาย ให้เมล็ดบวบยักษ์   และดร. ขจิต ฝอยทอง  ให้เมล็ดบวบหอมพันธุ์ยาว  จึงนำเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับไปทดลองปลูก  ทำให้ได้ผลงอกงาม รู้สึกเป็นความสำเร็จในการปลูกครั้งนั้น

 

         เดิมมีพื้นที่เรือนกล้วยไม้ที่เลี้ยงดูมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ครั้งแรก  เป็นการเลี้ยงดูที่สิ้นเปลืองแต่มีความสุขเพราะหลงใหลในความชื่นชอบและโปรดปราน  ก่อนที่จะลาออกจากราชการได้มีความตั้งใจว่าจะเลิกเลี้ยงกล้วยไม้แล้ว  เพราะฐานะทางการเงินเราคงไม่พอที่จะสรรหากล้วยไม้ราคาแพง ๆ ได้อีก เพราะเงินเดือนบำนาญเดือนละไม่มากนัก  มีความจำเป็นต้องอดออม  จึงประกาศให้กล้วยไม้กับเพื่อนไปประมาณ ๓๐๐  กว่ากระถาง

 

        จัดหาเมล็ดพันธุ์ผักมาทดลองเพาะได้แก่ผักกาดขาว  กวางตุ้ง  ฮ่องเต้  คะน้า  ผักชี  ถั่วฝักยาว พริก มะเขือ และนำต้นผักหวาน ผักปังมาตัดกิ่งทดลองปักชำดู โดยปลูกทุกอย่างลงในกระถางหรือภาชนะอื่นที่ไม่ใช้แล้ว  เนื่องจากบริเวณเป็นพื้นปูน  ไม่มีดินให้ขุด  ดินที่สำหรับนำมาปลูกล้วนแล้วแต่ซื้อดินถุง 

 

           การทดลองปลูกผักเป็นการเล่น ๆ ระยะเวลาผ่านไป ๕ เดือน  ซึ่งปลูกโดยไม่มีความรู้ทางการเกษตร  และธรรมชาติความเติบโตของพืชพันธุ์ที่ปลูก แต่ได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากมาย

 

๑.     คุณค่าของความเป็นชีวิต 

๑.๑ การได้เห็นเมล็ดงอก  เกิดต้นอ่อน  รากเล็ก ๆ อ่อนแอไม่แข็งแรง  หากขาดรากต้นไม้จะไม่สามารถเติบโตหมายถึงตาย  ทำให้นึกถึงเด็กวัยทารกที่ต้องประคบประหงมดูแลอย่างดี  รดน้ำอย่างเบา ๆ ไม่เช่นนั้นต้นอ่อนจะเอนราบ

 

๑.๒ หอยทากมาแอบกัดกินต้นอ่อน ใบอ่อน  มีผู้แนะนำให้กำจัดสิ้นซาก  แต่ฉันไม่กล้าทำได้แต่รอจับหอยทากไปปล่อยไว้ในที่รกร้าง ให้กินใบหญ้าใบไม้แทน

 

๑.๓ แมลงเต่าทอง  หลากสีสวยงาม บินไปบินมาเวลาเราแตะมัน ตอนแรกเข้าใจว่าแมลงเหล่านี้มากัดแทะใบผักกาดให้เป็นรู  ภายหลังทราบว่ามันมากินตัวเพลี้ย  ก็รู้สึกดีที่มีส่วนช่วยเหลือเต่าทองทางอ้อม

 

๑.๔ ตัวเพลี้ย มีลักษณะเป็ดเม็ดสีเขียวเกาะกัน เป็นแพ เกาะอยู่ตามใต้ใบผักกาด  ไม่คิดกำจัดมัน  ปล่อยให้เป็นอาหารของเต่าทอง

 

๑.๕ ตัวหนอนสีเขียว  กัดแทะใบไม้จนเหลือแต่กิ่งก้าน  ไม่คิดกำจัดเช่นกัน  แต่จับมันไปปล่อยที่รกร้าง แหล่งเดียวกับหอยทาก

 

๒.คุณค่าทางจิตใจ

๒.๑ สงบ ร่มเย็น และสนุกที่รู้เรื่องบางอย่างตอนแก่  แม้ว่าจะรู้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเสียเลย 

 

๒.๒ ไม่ต้องใช้จิตวิทยา หรือนั่งสมาธิก่อนลงมือทำ ไม่อาศัยอารมณ์หรือศาสตร์เชิงลึก  อยากจะทำก็ทำได้  ไม่เลือกเวลา

 

๒.๓ สร้างธรรมชาติให้มาอยู่ใกล้ตัว เมื่อมีต้นไม้ร่มรื่น จึงเป็นที่อาศัยของนกต่าง ๆ มักจะบินมาเกาะให้เห็นใกล้ ๆ ถ้าโอกาสดีก็ยกกล้องขึ้นถ่ายภาพนกไว้ได้

 

๓.คุณค่าของการเรียนรู้

๓.๑  การเพาะเมล็ดเบียดเสียดกัน  ทำให้ต้นเล็ก แคะแกรน

 

๓.๒ น้ำประปา  ควรนำมาใส่ถังพักไว้ก่อนเพื่อให้คลอรีนเจือจางลง  จึงใช้บัวรดน้ำ  ตักน้ำที่พักไว้มารดต้นผักอีกที

 

๓.๓ การใช้บัวรดน้ำ  ทำให้ผักเจริญงอกงามเร็วกว่ารดด้วยวิธีอื่น หรือการใช้สายยางฉีดน้ำ

 

๓.๔ ดินที่ซื้อสำเร็จรูป  มีคุณภาพไม่น่าเชื่อถือ  ต้องซื้อมาทีละน้อยและตรวจดูเนื้อดินน่าจะมีสีดำและร่วนพอเหมาะ

 

๓.๕  ต้นไม้ในกระถางพลาสติกไม่งอกงามเท่ากับต้นไม้ในกระถางดิน  อาจเป็นเพราะความร้อนและอบอ้าว  ส่วนกระถางดินมีความชุ่มชื้น

 

๔. ชีวิตปลอดภัยไม่จ่ายแพง 

 

๔.๑  ได้ผักปลอดสารพิษ  ได้แจกจ่ายเพื่อนบ้าน เป็นที่รู้ใจกัน ไม่ต้องขอ  ใครอยากทานอะไรมาตัดไปได้เลย 

 

๔.๒ ไม่ต้องซื้อให้สิ้นเปลือง  และได้ทานผักสด ๆ  

 

            สิ่งที่มีความหมายต่อฉันมากที่สุดคือ  ตื่นนอนพร้อมถ้วยกาแฟ  ให้อาหารปลา รดน้ำต้นไม้ และดูแลจนเพลิน  กระทั่งรู้สึกหิว  บางทีก็เกือบเที่ยงวัน  ขึ้นบ้านอาบน้ำทำอาหารทาน  กลางวันประหยัดไฟฟ้า  ไม่ต้องเปิดแอร์หรือพัดลม  ตอนเย็นลมโชยพัดพาความเย็นสบาย  แต่ก็ "บอกไม่ได้ว่าทุกข์หรือสุข"  เพราะไม่ใส่ใจ 

 

           ทั้งหมดที่กล่าวมา  เป็นข้อสรุปหลังจากปลูกผักได้ ๕ เดือนแรกตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๓ ถึงมีนาคม ๒๕๕๔  โปรดติดตามความเปลี่ยนแปลงในบันทึกต่อไปค่ะ