ทุกครั้งที่ผู้เขียนจำเป็นต้องเดินทางเข้ากรุงเทพ ฯ เพื่ออบรมสัมมนา    ส่วนใหญ่มักใช้บริการจากรถแท็กซี่เสมอเพราะความไม่ชำนาญทาง    หากไปตามลำพังมักชวนคนขับพูดคุยโดยมีความคิดที่ว่า " พยายามสร้างความเป็นมิตร   เพื่อให้เขาคิดร้ายกับเราไม่ทัน"

           คนขับแท็กซี่มีหลายรูปแบบ   บ้างก็คุยไม่หยุด  บ้างก็เงียบขรึมจนน่ากลัว  บ้างก็เล่าเรื่องสัพเพเหระวิจารณ์ผู้โดยสารเป็นฉาก ๆ    บ้างก็เล่าถึงความทุกข์ลำเค็ญ บนถนนสายบริการที่ไม่มีเวลาแม้แต่จะรับประทานอาหารหรือเข้าห้องน้ำ    บางครั้งต้องอั้นปัสสาวะตั้งแต่ห้าโมงเย็นยันห้าทุ่มเพราะการทำหน้าที่

           มุมมองที่ผู้คนมีต่อคนขับแท็กซี่ล้วนหลากหลายขึ้นอยู่กับประสบการณ์ชีวิต
วันนี้ขอแนะนำคุณลุงแท็กซี่ผู้อารีแถมฉลาดในการดำรงชีวิตสักหนึ่งท่านค่ะ


                  ผู้เขียนและเพื่อน ๆ ได้พบคุณลุงโดยบังเอิญ   ขณะใช้บริการเพื่อเดินทางไปอบรมเรื่อง   "ครูไทยรักษ์แผ่นดิน" ที่ มทบ.๑๑   ขณะนั่งรถโดยสาร  คุณลุงก็ชวนพูดคุยเล่าเรื่องต่าง ๆ  สุดท้ายก็พูดเรื่องการดูแลสุขภาพ

                          "ลุงหุงข้าวทำกับข้าวกินเอง    ไม่กินเนื้อสัตว์ใหญ่   ทุกวันนี้อาหารการกินอันตรายจะตาย    โดยเฉพาะอาหารทอดน้ำมัน  หนูอย่าไปกินบ่อยนะ  เขาเอาน้ำมันอะไรมาทอดให้เรากินก็ไม่รู้  ทอดสองครั้งขึ้นไปก็เป็นมะเร็งแล้ว
ลุงไม่เคยซื้อกินหรอก   อาหารซื้อเขาใส่อะไรบ้างก็ไม่รู้มีแต่ผงชูรส  ไม่สะอาด"

                            "แล้วคุณลุง  หุงเองทำเองเลยหรือคะ  แม่บ้านไม่อยู่หรือคะ"

                             "แม่บ้านอยู่ต่างจังหวัดลุงทำกินเองตลอด  อยู่กับหลาน "

                            "คุณลุงขับรถนานแล้วหรือคะ"
                    
                             "สามสิบกว่าปีแล้ว  ตั้งแต่เป็นลูกจ้าง กทม.    ลุงก็มาขับตอนเย็น ๆ น่ะแหละ"

                            "คุณลุงมีโรคประจำตัวบ้างไหมคะ  แล้วไปตรวจสุขภาพบ้างหรือเปล่า"

                            "ตรวจแต่ลุงไม่เป็นอะไรเลย"

                             "คุณลุง  มีเคล็ดลับในการดำเนินชีวิตยังไงคะ"

                              "ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ  ทำอาหารเอง  แล้วก็อารมณ์ดี
จิตใจดี   ร่างกายก็แข็งแรง  อายุยืนยาว"

                               "คุณลุงไม่ต้องสวมแว่นตา  แล้วมองเห็นดีหรือคะ"

                              "เห็นซี ลุงเกิดมาไม่เคยใส่แว่นเลย  หนังสือพิมพ์ลุงก็อ่านอยู่มองเห็นสบาย"

                                " คุณลุง  หนูขออนุญาตถ่ายภาพคุณลุงไปลง

อินเทอร์เน็ตนะคะ

                                "เอาเลย  จะถ่ายท่าไหนก็บอกได้"

                    หลังจากถ่ายรูปคุณลุงเสร็จ      คุณลุงก็ให้ศีลให้พรพวกเราอย่างดี
ผู้เขียนรู้สึกประทับใจคุณลุงมาก  จดชื่อไว้แล้วแต่ก็ไม่ทราบว่าไปทิ้งที่ไหนเสียดายจัง

                   คุณลุงแท็กซี่วัยแปดสิบสองปี     มีวิธีการดำเนินชีวิตที่ชาญฉลาด  แม้การศึกษาไม่มากแต่ก็มีความคิดและใส่ใจในการดูแลสุขภาพ   ต่างจากผู้คนในสังคมที่ใช้ชีวิตสุกเอาเผากิน  "มักง่ายมากกว่าเรียบง่าย"    คุณลุงมีความสุขบนวิถีแห่งความพอเพียง  สามารถพึ่งพาตนเองได้   บนถนนชีวิตที่คุณลุงพบปะพูดคุยกับผู้คนด้วยรอยยิ้มและไมตรีจิต    นอกจากคุณลุงจะมีความสุขด้วยตนเองแล้ว  ยังแบ่งปันความสุขและแสงสว่างให้ผู้โดยสารเพื่อให้ย้อนกลับมามองตนเอง   ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ