วัดหนองกลับ เป็นวัดเก่าแก่ของหนองบัว เป็นศูนย์รวมทางจิตใจและเป็นศูนย์กลางในการให้การศึกษาอบรมแก่กุลบุตร กุลธิดา รวมทั้งประชาชนทุกหมู่เหล่าของอำเภอหนองบัวมาอย่างยาวนาน ในเอกสารหลายแห่งระบุว่าเป็นวัดที่ก่อสร้างมาตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่ ๒

ต่อมาหลวงพ่อเดิมหรือพระครูนิวาสธรรมขันธ์ แห่งวัดหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งหลวงพ่ออ๋อยหรือพระครูนิกรปทุมรักษ์ได้นิมนต์ท่านให้มาเป็นองค์ประธานนำชาวบ้านบูรณะพระอุโบสถโดยการสร้างขึ้นใหม่ในที่เดิมและก่อสร้างศาลาการเปรียญด้วยไม้ทั้งหลัง อีกทั้งได้จำพรรษาอยู่ ณ วัดหนองกลับอยู่กว่า ๓๐ พรรษา ระหว่างปี พุทธศักราช ๒๔๖๐-๒๔๙๓ คนจึงเรียกวัดหนองกลับในอีกชื่อหนึ่งว่า 'วัดหลวงพ่อเดิม'

คนท้องถิ่นมักเรียกวัดหนองกลับใน ๓ ชื่อคือ 'วัดหนองกลับ' 'วัดหลวงพ่ออ๋อย' และ 'วัดหลวงพ่อเดิม' แต่คนภายนอกทั่วไปมักจะเรียกว่า 'วัดหลวงพ่อเดิม' กับ 'วัดหนองบัว' ซึ่งวัดหนองบัวนั้น จะมี 'วัดหนองบัว' อยู่อีก ๑ แห่งซึ่งชาวบ้านจะเรียกว่า 'วัดหนองบัว' 'วัดป่ามะเขือ' และ 'วัดหลวงพ่อหลุย' เป็นคนละแห่งกับวัดหนองกลับ

ดังนั้น หากไปเยือนหนองบัวและต้องการมุ่งไปยังวัดประจำอำเภอหนองบัว ให้ถามถึง วัดหนองกลับ หรือ วัดหลวงพ่อเดิม หรือ วัดหลวงพ่ออ๋อย แต่หากถามถึงวัดหนองบัว คนท้องถิ่นจะเข้าใจว่าหมายถึงวัดป่ามะเขือและวัดเทพสุทธาวาส ซึ่งต่างก็ไกลจากวัดหนองกลับของหนองบัวไปมากพอสมควร

                          

                         

พระอุโบสถของวัดหนองกลับที่สร้างขึ้น เป็นสิ่งปลูกสร้างที่หล่อด้วยคอนกรีตทั้งหลัง หลังคาของพระอุโบสถก็หล่อด้วยคอนกรีตแทนการปูกระเบื้อง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ผนังเปลือยเป็นปูนดิบ ให้ความเรียบง่าย ไม่ปรุงแต่ง ลักษณะเหมือนวิธีคิดต่อความงามในปรัชญาศิลปะวะบิซาบิของญี่ปุ่น

                          

ที่หน้าบันมีรูปปั้นปูน แสดงพุทธประวัติตอนเจ้าชายสิทธัตถะปลงผม ทรงม้านันทกะและเสด็จออกบวช

                

                

ด้านข้างมีหน้าต่างด้านละ ๔ บาน กรอบเหนือหน้าต่างเป็นจั่ว ประดับด้วยปูนปั้นลงสี พื้นหลังคุมน้ำหนักสีโดยรวมด้วยสีคราม มีขนบเหมือนการใช้สีเบญจรงค์ โดยใช้สีแท้ที่ได้จากหินและดินไม่เกิน ๕ สี ไม่เกลี่ยให้เกิดการผสมสีอ่อนแก่ แต่จะผสมผสานกับการเว้นสีปูนและใช้การตัดเส้นเป็นสื่อเน้นอารมณ์ภาพและแสดงขอบเขตของเรื่องราว แต่ละบานมีเรื่องราวของภาพปั้นไม่เหมือนกันซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของงานศิลปะภาพปูนปั้น

                         

                        

                        

วิหารหลวงพ่อเดิม ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาทั้งของคนหนองบัว นครสวรรค์ และทั่วประเทศไทย ความเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนมาก ทำให้ต่อมาหลวงพ่อเดิมได้รับการขนานนามว่า 'เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว' เมืองสี่แควเป็นชื่อเรียกปากน้ำโพและนครสวรรค์ซึ่งเป็นแหล่งบรรจบของแม่น้ำสี่สายของประเทศ ปิง วัง ยม น่าน รวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

วีรชนและคนจากเมืองสี่แควที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมีอยู่เป็นจำนวนมาก หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ อาจารย์กรุณา กุศลาศัย ลูกหลานคนปากน้ำโพที่เกิดในเรือ ต่อมาได้บวชเป็นสามเณรติดตามพระโลกนาถซึ่งเป็นชาวอิตาลีที่ศรัทธาและบวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา จากนั้นก็เดินด้วยเท้าผ่านออกจากประเทศไทยสู่พม่าและไปยังพุทธภูมิที่ประเทศอินเดีย ซึ่งต่อมาท่านเป็นผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นปราชญ์ผู้มีบทบาทมากที่สุดในการแปลถ่ายทอดวรรณกรรมทางพุทธศาสนาและวรรณกรรมของโลกจากอินเดียเข้าสู่สังคมไทยในชื่อกรุณา-เรืองอุไร กุศลาศัย คู่กับภรรยาเพื่อนชีวิตของท่าน 

                         

                        

เสาไม้เนื้อแข็งขนาดสองคนโอบจำนวนมากของศาลาการเปรียญวัดหนองกลับที่สร้างขึ้นด้วยไม้และแรงงานของชาวบ้าน ในอดีตนั้นอำเภอหนองบัวได้ชื่อว่าเป็นแหล่งไม้และเหมืองแร่ยิบซั่มที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศและของโลก ไม้เนื้อแข็งที่นำไปแปรรูปเพื่อใช้สอยทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศในอดีต รวมทั้งไม้ฟืนเพื่อเป็นเชื้อเพลิงรถจักรไอน้ำของนครสวรรค์ เป็นไม้และฟืนจากป่าหนองบัว    

                        

                        

                        

                        

พระครูวาปีปทุมรักษ์หรือหลวงพ่อพระครูไกร เจ้าอาวาสหนองบัวองค์ปัจจุบัน สืบต่อจากหลวงพ่ออ๋อยหรือพระครูนิกรปทุมรักษ์และหลวงพ่อเดิมหรือพระครูนิวาสธรรมขันธ์ กับดาบน้ำพี้ กำลังสาธยายให้ผู้เขียนได้ทราบถึงความสำคัญของศาสตราวุธ ศิลปะในอาวุธและการต่อสู้ของคนไทย และระบบเงินตรา ซึ่งเป็นแนวคิดและแรงบันดาลใจอันสำคัญให้ท่านได้รวบรวมสิ่งของเพื่อจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้มิติต่างๆของสังคม ทั้งสังคมท้องถิ่น สังคมไทย และสังคมประเทศต่างๆของโลกที่มีสัมพันธไมตรีกับประเทศไทย ทำให้วัดหนองกลับเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาสิ่งแสดงเพื่อการศึกษาเรียนรู้ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

                         

                         

                         

มีดหลวงพ่อเดิม เป็นอาวุธและเครื่องประดับประจำตัวของผู้ชายที่สื่อแสดงถึงความเป็นผู้ทำมาหากิน มีครูอาจารย์ และเป็นผู้นำซึ่งเป็นที่พึ่งได้ มีความเป็นศิลปะของช่างตีมีดจากตาคลีและเป็นช่างตีมีดซึ่งถือว่าเป็นช่างจำเพาะประจำตัวในการทำมีดของหลวงพ่อเดิม รวมทั้งแสดงศิลปะของการทำด้ามมีดด้วยงาช้างและไม้เนื้อแข็ง เป็นที่นิยมแพร่หลายของคนหนองบัว และต่อมาก็จัดว่าเป็นของหายากของผู้สนใจทั่วประเทศ

                          

                          

พิพิธภัณธ์พื้นบ้านในวัดหนองกลับ เป็นแหล่งสะสม รวบรวม และเก็บรักษางานสร้างสรรค์ที่สื่อสะท้อนภูมิปัญญาของท้องถิ่นหนองบัวในเครื่องมือทำมาหากิน เครื่องใช้ในครัวเรือน สิ่งประดิษฐ์ทางประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชน ไถและแอกของคู่ดอง เกวียนซึ่งมีลักษณะเฉพาะของท้องถิ่นซึ่งเป็นดินทรายและดินโคลน 

วัดหนองกลับเป็นแหล่งบรรพชาและอุปสมบทของลูกหลานคนหนองบัวและชุมชนโดยรอบมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน รวมทั้งเป็นแหล่งให้การศึกษาอบรมแก่ผู้คนทุกรุ่นวัย เด็กนักเรียนของอำเภอหนองบัวทุกคนมักได้ไปทำกิจกรรมปวารนาตนเป็นพุทธมามกะบนศาลาไม้หลังใหญ่ที่สร้างขึ้นนับแต่ยุคของหลวงพ่อเดิมและเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก ดังนั้น จึงแทบจะกล่าวได้ว่าคนหนองบัวมีครูอาจารย์และอุปัชฌาเดียวกัน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชุมชนหนองบัวซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายทางกลุ่มวัฒนธรรมมาก สามารถอยู่ร่วมกันและสร้างสุขภาวะชุมชนให้เกิดขึ้นตามอัตภาพมากพอสมควร.

......................................................................................................................................................

เรื่องและถ่ายภาพโดย : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เนื่องในเทศกาลงานงิ้วและงานประเพณีบวชนาคหมู่ของหนองบัว มีนาคม ๒๕๕๔