ยืนชมทัศนียภาพของสามเหลี่ยมทองคำ ที่มีแม่น้ำโขงเป็นสายสีเงินยวงทอดตัวอย่างสงบเงียบ
ทำงานมาเหนื่อยนักเรียนสอบเสร็จแล้ว ครูได้ไปผ่อนคลายทัศนศึกษาที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วยคาดว่าเข้าเขตเชียงรายอากาศเย็นแน่นอน
รถออกจากโรงเรียนแต่เช้า แล่นเรื่อยมาแวะรับประทานอาหารเช้าร้านเกาเหลาเลือดหมูเจ้าประจำ แล้วรีบออกเดินทางไปถึงวัดพระธาตุผาเงา ที่ครูสุวิชชาเคยมาบรรจุเป็นครูใหม่ที่โรงเรียนในหมู่บ้านนี้ นมัสการพระพุทธรูปเชียงแสน ทำบุญถวายปัจจัยเสร็จแล้วเดินชมทัศนียภาพ ที่มองลงไปด้านล่างเห็นลำน้ำโขงไหลแบ่งเขตแดนสามประเทศไทย พม่า ลาว
และเดินทางต่อไปที่จุดชมวิวใกล้วัดพระธาตุปูเข้า (ภูเข้า) แต่ไม่ได้ขึ้นไปบนพระธาตุ ถัดมาอีก1วันเกิดแผ่นดินไหวในพม่า ทำให้ยอดของพระธาตุปูเข้าเสียหาย ยืนชมทัศนียภาพของสามเหลี่ยมทองคำ ที่มีแม่น้ำโขงเป็นสายสีเงินยวงทอดตัวอย่างสงบเงียบอยู่ท่ามกลางหมอกควัน ระหว่างภูเขาและแผ่นดินของสามประเทศ
รีบลงรถเดินทางต่อไปที่ท่าเรืออากาศร้อน จนต้องกางร่มพอหันมาอีกด้านจากท่าเรือจึงได้เห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สวยงามมาก
เรือแล่นออกจากท่าลอยลำอยู่กลางลำน้ำโขง สังเกตเห็นเรือเล็กที่รับส่งผู้โดยสารมีธงชาติติดที่ท้ายเรือทุกลำ มีเรือหางยาวแล่นรับส่งผู้โดยสารที่เป็นสามเณรจากท่าเรือนี้ไปฝั่งพม่า
มองไปทางฝั่งซ้ายเห็นหน่วยงานราชการของพม่ามีธงของรัฐต่างๆอยู่หน้าตึกที่หันหน้าสู่แม่น้ำโขง
เรือแล่นกลางลำน้ำรู้สึกได้ว่าท้องเรือครูดกับหินเป็นระยะ คงเป็นเพราะระดับน้ำลดลง บางคนบอกว่ากลัวเรือจะแตก แต่ถึงระดับน้ำจะลดก็ยังเป็นแม่น้ำสายใหญ่ ที่สำคัญเป็นเส้นทางคมนาคมส่งสินค้าจากประเทศจีน
มีเรือสินค้าหลายลำจอดอยู่ชายฝั่ง เห็นถังน้ำมัน และธงชาติของประเทศต่างๆที่เป็นคู่ค้าปลิวไสวอยู่บนดาดฟ้าเรือ มีเรือของนักท่องเที่ยวแล่นสวนมาจากฝั่งลาว
เรือใหญ่จอดอยู่ที่ท่าเรือหน้าบ่อนกาสิโนของลาว..วันนี้ไม่ได้แวะขึ้นไป เพราะครั้งหนึ่งเคยไปสังเกตุมาแล้วบ่อนกาสิโนที่นี่ทันสมัยมาก ไม่อยากเชื่อว่ามีคนเล่นการพนันเป็นอาชีพได้ พนักงานแต่งเครื่องแบบสวยงามสีสดใสเหมือนในหนัง ผู้คนที่มาเล่นก็ดูเป็นคนมีเงิน มีหลายๆโต๊ะ อุปกรณ์การเล่นอะไรต่างๆเป็นของที่มีราคาและดูเหมือนเป็นมาตรฐานของบ่อนระดับเศรษฐี อะไรประมาณนั้น... เมื่อเข้าไปถึงมีพนักงานต้อนรับมาบริการเสริฟเครื่องดื่ม ที่ฉันออกจะทำตัวไม่ถูก ไกด์ที่นำเที่ยวบอกว่ารับได้ไม่คิดเงินเขาบริการให้ทุกคน...ก็เลยหยิบแก้วน้ำส้มจากถาดที่เด็กมาเสริฟไว้หนึ่งแก้ว เดินไปดูแต่ละโต๊ะเสียงป๊อกแป๊ก แกร๊ก กร็อก ตุ๊บๆ จากโต๊ะต่างๆทำเอาตื่นตาตื่นใจ ต้องเป็นนักคณิตศาตร์แน่ๆเลย คิดเลขเร็วมาก ... เขาเอาเงินมาจากไหนมากมายมาเล่นกันเหมือนไม่ใช่เงินนะ..น่ากลัวจัง นอกห้องมีร้านขายเครื่องเพชรพลอย อัญมณีหรูหราหลายร้าน มีตู้หยอดเหรียญสำหรับเล่นพนันทุกจุด ฉันลองหยอดเหรียญไป 2-3 ครั้ง ถูกกลืนหายไป..ยังนึกเสียดายว่าไม่น่าหยอดเลย...ออกมาจากบ่อนกลับมาถึงฝั่งไทยแล้วความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในดินแดนมหัศจรรย์ ดูบ้านเมืองรอบๆก็ชนบทแห้งแล้ง ผู้คนทำมาหากินตามประสาชาวบ้าน ...มันต่างกันราวฟ้ากับดินเลยนะ












สวัสดีค่ะคุณครู
สนุกสุขสันต์กับการพักผ่อน ที่เดียวสามประเทศรวดเลยนะคะ
กลับมาก็ ลุยงานกันใหม่....ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ น้องปิ่นธิดา
รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลายมากๆ ตอนแล่นเรืออยู่กลางลำน้ำโขง
แม่น้ำกว้างใหญ่มาก ชมทัศนียภาพสองฟากฝั่งของพม่ากับลาวสลับกันไปมา
มีเรือหางยาวติดเครื่องแล่นผ่านไปแต่ละลำต้องสังเกตุที่ธงว่าเป็นไทย หรือพม่า
หรือลาว ผู้คนในท้องถิ่นเป็นเหมือนพี่น้องกันนะคะ ไปมาหาสู่กันได้ ภาษาพูด
ภาคเหนือกับลาวคล้ายกันมาก แต่ไทยกับพม่าเป็นคนละภาษาเลยค่ะ
มีความสุขกับอากาศเย็นๆนะคะ
ขอบคุณที่แวะทักทายค่ะ
คนที่อยู่ในบ่อนนั้น..เขาอยู่คนละโลกกับเราค่ะพี่
เราทำงานทั้งวัน..กว่าจะได้เงิน...555
สวัสดีค่ะ น้องครูป. 1
คนที่อยู่ในบ่อนนั้นอยู่คนละโลกกับเรา ...จริงด้วยค่ะ
ไม่ต้องมีเงินมากมายอย่างนั้นเราก็อยู่ได้...นิ
น้องเยาว์คะ กลุ่มที่น้องอุ้มบุญให้สมัครเต็มแล้วหรือคะ และถ้าจะรวมกลุ่ม
ต้องทำอย่างไร พี่ครูดาหลาสนใจแต่รวมกลุ่มไม่ได้ค่ะ
ร่วมกิจกรรมที่นี่ค่ะ http://gotoknow.org/blog/pr4u
สวัสดีค่ะ
เยียมครับ ภาพสวยน้ำใสคำอธิบายชัดเจนครับ
โห!...เห็นแล้วหนูก็อยากไปนะค่ะนี้เป็นสถานที่ที่สวยมากค่ะ หนูชอบตอนที่คุณครูล่องเรือค่ะแล้วก็ชอบภาพนี้ที่สุดแปลกดีนะค่ะ
คุณครูค่ะครูดูข่าวแผ่นดินไหวที่พม่ารึยังค่ะน่ากลัวมากเลยนะค่ะที่ลำพูนก็ไหวนะค่ะคุณครูรู้สึกไหมค่ะที่แม่สายจังหวัดเชียงรายแผ่นดินแยกน่ากลัวมากเลยค่ะไม่รู้โลกเราจะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ..เรื่องเล่าและภาพน่าสนใจมากค่ะ..เหมือนได้ไปเที่ยวเองเลย
.................................................................................................................
สมาชิก "กลุ่มคนปลูกผักกินได้" ค่ะ
ตามประเด็นที่ คุณอุ้มบุญ ได้ตั้งไว้เบื้องต้น..พี่ใหญ่ขอปรับปรุงลำดับหัวข้อใหม่และใส่ชื่อเจ้าภาพแต่ละประเด็น เพื่อขอความเห็นจากสมาชิกค่ะ..
1.บันทึกหลัก (ผู้แทนกลุ่ม)..แก่นสาระสำคัญของ " กลุ่มคนปลูกผักกินได้" (ดร.ขจิต)
2. เครือข่ายนี้มีส่วนสร้างแรงบันดาลใจในการรักการปลูกได้อย่างไร (พี่ใหญ่และสมาชิกอื่น)
3.ปลูกผักแล้วได้อะไร..ประเภทผักที่เลือกปลูก (คุณคิม /คุณKRUDALAและสมาชิกอื่น)
4.เราได้เทคนิก วิธีการปลูกใหม่จากใครบ้าง (คุณอุ้มบุญ /คุณRindaและสมาชิกอื่น)
5.การปลูกผักในกระถางแบบสวนสวยกินได้ (พี่ใหญ่/คุณอุ้มบุญ และสมาชิกอื่น)
น้องครูป. 1คะ
ขอบคุณค่ะที่เข้ามาแนะนำ
สวัสดีค่ะ คุณครูดาวเรือง
ขอบคุณค่ะที่แวะมาทักทาย
ครูดาวเรืองไม่ต้องอิจฉาหรอกค่ะ เพราะหลายๆคนไม่อยากนั่งรถไกล รวมทั้งครูดาหลา
ด้วย แต่ผอ.บอกว่าถ้าไม่ไปให้เขียนใบลา ก็เลยต้องไปค่ะ พอวันถัดมาก็หนึ่งกิด
แผ่นดินไหวค่ะ
ที่บ้านครูดาวเรืองตอนนี้ฝนคงหยุดตกแล้วนะคะ
ทางภาคเหนือวันนี้แดดจัดทั้งวันค่ะ
ขอบคุณที่เตือนให้รักษาสุขภาพ ครูดาหลาสบายดีค่ะ
ครูดาวเรืองก็รักษาสุขภาพเช่นกันนะคะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์โสภณ
ขอบคุณค่ะที่แวะมาทักทายให้กำลังใจ
สวัสดีจ้ะ น้อวิว(ด.ญ.วนิดา จงงามวิไล)
ปิดเทอมไปเที่ยวที่ไหนบ้างจ้ะ ครูไปโรงเรียนเกือบทุกวันต้องเตรียมจัดห้องเรียนใหม่...แผ่นดินไหวที่ลำพูนรุนแรงเหมือนกันนะ รู้สึกไปทั่วที่โรงเรียนครูก็คุยกันเรื่องนี้ว่าเดชะบุญที่ไปทัศนศึกษากลับมาแล้ว เป็นเพราะคนเราทำร้ายธรรมชาติ จึงมีผลอย่างนี้ไงจ้ะ
สวัสดีค่ะ พี่ใหญ่
ขอบคุณมากค่ะที่รับรองให้ครูดาหลาเข้ากลุ่มคนปลูกผักกินได้
รับทราบค่ะว่ากลุ่มคนปลูกผักกินได้มี 5 หัวข้อ
ครูดาหลาได้อยู่กลุ่มครูคิม ชื่อประเด็น ปลูกผักแล้วได้อะไร...ประเภทผักที่
เลือกปลูก
เริ่มเขียนได้เลยหรือคะ...ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรค่ะ
สวัสดี ผู้ร่วมชะตากรรม ทุกท่านครับ
กลุ่ม ร้อยรสบทกวี สมาชิกมีจำนวน 10 ท่านครับ ดังนี้
1. อ.โสภณ เปียสนิท 2. คุณครู ป.1 3. คุณทิมดาบ 4. คุณภาทิพ 5.คุณ ✿อุ้มบุญ✿ 6. คุณ KRUDALA 7. คุณ ธรรมทิพย์ 8. คุณปณิธิ ภูศรีเทศ 9. คุณสันติสุข สันติศาสนสุข และ 10. คุณ คุณยาย
ประเด็นที่พี่ ๆ ได้รวบรวมไว้ ผมขออนุญาตมาเรียบเรียง ให้ดูนะครับ ดังนี้
1. 'ความงามของภาษา:คุณค่าของบทกวี' มีประเด็นย่อยๆและตัวอย่างงานเขียนจากบันทึกที่มีอยู่อย่างหลากหลายในชุมชน G2K เช่น
2. เขียนบทกวีประเภทกลอนสุภาพอย่างไรให้น่าอ่าน
- กลอนสุภาพ/นิยามและความหมาย
- ประเภทและลักษณะบังคับ(ฉันทลักษณ์)
- แนวทาง/วิธีการเขียนกลอนให้น่าอ่าน พร้อมตัวอย่างการเขียนที่
นำมาจากนักเขียนในแต่ละบล๊อก (ในประเด็นย่อยนี้สามารถทำให้มีราย
ละเอียดที่สะกัดมาจากผลงานซึ่งมีลักษณะเด่นของแต่ละคนได้หลายข้อ
ย่อย ซึ่งน่าจะทำได้ง่ายและเป็นรูปธรรม )
3. 'ลีลาภาษากลอน'
-สัมผัสนอก สัมผัสใน สัมผัสใจ สัมผัสความ
- สัมผัสเลือน ชิงสัมผัส
-เสียงเสนาะเพราะวรรณยุกต์
- เก็บแรงบันดาลใจใส่กลอน
-ชื่อเรื่องเท่ เสน่ห์นำ
-วรรคสุดท้ายใช้นำทาง
-แนวคิดสื่อสารผ่านคำ
-วรรคทองต้องใจ
-เรียนรู้กลอนครู-บูรพาจารย์
- มีสมาชิกท่านใด จะลด หรือเพิ่มประเด็น หรือไม่ อย่างไร ?
- แล้วจะถอดบทเรียนจากที่ไหน อย่างไร ?
- จะแบ่งหัวข้อ ผู้รับผิดชอบ อย่างไร ?
- เรียนท่านประธาน (อาจารย์ใหญ่) และสมาชิกทุกท่านให้ความเห็นด้วยนะครับ
- และขออนุญาตใช้บันทึกอาจารย์ อ.โสภณ เปียสนิท หน้า http://gotoknow.org/blog/up-community/433463 ในการจัดการความรู้ของกลุ่มเรานะครับ
- มีความสุขนะครับ ผมดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานร่วมกัน โดยไม่เจอหน้า และได้คุยกัน นะครับ
สวัสดีค่ะ คุณทิมดาบ
ครูดาหลารับทราบถึงภาระกิจหน้าที่ของสมาชิกกลุ่ม ร้อยรสบทกวี และจะขอเสนอความคิดว่า
ข้อ 1 เสนอตามหัวข้อเดิมค่ะ
ข้อ 2 ควรถอดบทเรียนจากผลงานของสมาชิกกลุ่มค่ะ
ข้อ 3 แบ่งหัวข้อผู้รับผิดชอบท่านละ2หัวข้อ ตัวอย่างเช่น ครูดาหลารับผิดชอบประเด็นที่ 1 ความงามของภาษา คุณค่าของบทกวี ในประเด็นย่อยข้อแรก กับข้อที่สอง คือ บทกวีที่สะท้อนปัญหาสังคม และ บทกวีที่ให้แง่คิดเชิงคติธรรม ส่วนข้ออื่นๆ ก็ขอความเห็นจากสมาชิกแต่ละท่านว่าจะช่วยให้ความกระจ่างในข้อใดบ้าง... สมาชิกท่านอื่นมีความเห็นอย่างไรบ้างคะ
รู้สึกสนุก ตื่นเต้นและดีใจที่ได้ทำงานร่วมกันค่ะ