อย่าร้องเดี๋ยวโดนตีหนักนะ

อยู่กับลูก-3

(เคยตีพิมพ์ในสกุลไทย)

............................

 

 

                          แทนที่จะมีเมตตา ผมจับแขนเธอด้วยโทสะจริต เกร็งกล้ามเนื้อแขนและดึงเธอขึ้นมา “อย่าร้องเดี๋ยวโดนตีหนักนะ” เธอกลั่นสะอื้นอย่างอยากเย็น แต่เพราะอารมณ์แห่งเด็กวัยสี่ขวบกว่า ๆ ไหนเลยจะยับยั้งการร้องไห้ได้ง่าย ๆ ความอดทนของพ่อที่เคยรักลูกปานแก้วตาดวงใจขาดผึ๋ง ผมตีไม่แขวนเสื้อลงบนแผ่นหลังเล็ก ๆ อันละเอียดเนียนของลูกอย่างแรงสามครั้งซ้อน ตีไปปากก็พร่ำไป “บอกให้เงียบ ๆ” คงไม่มีเด็กอายุสี่ขวบเศษที่ไหนถูกไม้แขวนเสื้อฟาดลงไปบนแผ่นหลังจะเงียบได้

                         ลูกกลั้นเสียงร้องให้เบาลงอย่างยากเย็น คงเป็นความหวาดกลัวอย่างแรง เธอคงเฝ้านึกในใจว่า พ่อที่เคยพร่ำบอกว่ารักลูกมากที่สุดในโลกของเธอคนเดิมหายไปไหน พ่อใจยักษ์คนนี้มาแทนได้อย่างไร เธอออกอาการถอนสะอื้นตัวโยน แต่ยังฉลาดพอที่จะรู้ว่าควรทำตัวอย่างไรไม่ให้ถูกตีซ้ำเติม เธอค่อย ๆ จับดินสอลากไปมาอยู่บนกระดาษเปื้อนน้ำตา

                           สติของผมเริ่มกลับคืนมา มองลูกที่ก้มหน้าก้มตาเขียนตัวอะไรต่ออะไรเท่าที่จะนึกได้ เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกตีอีก ผมนั่งนิ่ง ความสำนึกและความสงสารคืนมาอย่างช้า ค่อย ๆ ทวีจำนวนมากยิ่งขึ้น ผมนึกด่าพวกมันอยู่ในใจว่า เมื่อสักครู่ไปอยู่ที่ไหน ก่อนที่ฉันจะตีลูกสาวคนเดียวของฉันแกไปอยู่เสียที่ไหน