๒ เทศกาลและประเพณีที่สำคัญของคนหนองบัวในวาระเดียวกัน
เวทีคนหนองบัว ร่วมกับคณะกรรมการจัดงานงิ้ว สถานศึกษา ผู้นำชุมชน คนหนองบัว และอีกหลายฝ่าย ช่วยกันนำเอาเนื้อหาเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับหนองบัวที่อยู่ในเว็บบล๊อก GotoKnow.org มาจัดนิทรรศการ ให้เป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวสังคมหนองบัวไปกับเทศกาลงานงิ้ว ไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่ และหลวงปู่ฤาษีนารายณ์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง ๒๔-๒๘ มีนาคม ๒๕๕๔
พร้อมกับที่เป็นงานงิ้ว ก็มีประเพณีแห่นาคและอุปสมบทหมู่ของชาวหนองบัวที่วัดหนองกลับหรือวัดหลวงพ่ออ๋อย หรือวัดหลวงพ่อเดิม ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้จึงเป็นเทศกาลทางประเพณีและวัฒนธรรมอันงดงามของชาวหนองบัว เต็มไปด้วยสีสัน ความเคลื่อนไหวคึกคักมีชีวิตชีวา
สร้างเสริมพลังสังคมและสานสำนึกผูกพันท้องถิ่นด้วยความสมัครสมานสามัคคี
ลูกหลานชาวหนองบัวที่ออกไปศึกษาเล่าเรียน ไปทำการงาน และไปตั้งหลักปักฐานอยู่ในที่อื่นๆของประเทศ รวมไปจนถึงในต่างประเทศ หากจะกลับบ้านก็มักจะถือเอาห้วงเวลาดังกล่าวนี้กลับไปเยือนถิ่นเยี่ยมญาติพี่น้องและกราบไหว้บรรพบุรุษ การทำให้เป็นโอกาสสื่อสารกับโลกกว้างและสร้างการเรียนรู้ทางสังคมเรื่องราวของหนองบัวในทุกมิติ จะทำให้เทศกาลอันดีงามของท้องถิ่นมีความหมายต่อการสร้างความทรงจำและสานสำนึกรักท้องถิ่น สร้างเสริมให้สังคมของชุมชน รวมไปจนถึงสังคมในวงกว้าง ให้มีความเคลื่อนไหว เกิดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมทางปัญญาในอันที่จะเพิ่มพูนพลังความสร้างสรรค์ที่มีอยู่ของชุมชน ด้วยความริเริ่มจากกลุ่มคนผู้มีความตื่นตัว ซึ่งจะเป็นอีกมิติหนึ่งที่ทำให้ชุมชนหนองบัวมีโอกาสพัฒนาตนเองและด้วยการพึ่งตนเองก่อน ได้มากยิ่งๆขึ้น ส่งเสริมอนาคตการพัฒนาของท้องถิ่นและสังคมส่วนรวมให้ยิ่งดีขึ้น
เติมมิติความรู้และสร้างการเรียนรู้ ทำงานเทศกาลและความเป็นหนองบัว
ให้เป็นวาระแห่งการเรียนรู้อย่างกว้างขวางเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน
ด้วยความงดงามและความน่าสนใจของสิ่งที่มีอยู่เป็นทุนเดิมดังกล่าว เวทีคนหนองบัวกับชาวหนองบัวจึงร่วมกันสร้างเวทีการเรียนรู้ความเป็นหนองบัวขึ้นด้วยการจัดนิทรรศการทำให้งานเทศกาลและชีวิตชุมชนเป็นแหล่งการเรียนรู้ ให้ประสบการณ์ชีวิตต่อเรื่องราวของชุมชนอย่างมีความหมาย ประธานกรรมการจัดงานของปีนี้คือ นายนพดล ไชยสุกัญญาสัญ รองประธานคือนายวิรัตน์ บัวมหะกุล กำนันตำบลธารทหาร และคณะกรรมการจัดงาน ได้จัดสรรบริเวณข้างที่ตั้งเจ้าพ่อเจ้าแม่และหลวงปู่ฤาษีนารายณ์ ให้เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการ พร้อมกับดูแล ร่วมระดมความคิด ร่วมอำนวยความสะดวก และร่วมดำเนินการ ให้งานสร้างความรู้และการเคลื่อนไหวเพื่อการเรียนรู้ความเป็นชุมชนหนองบัวผสมผสานเข้ากับงานประเพณีและเทศกาลชุมชนครั้งนี้มีความสอดคล้องกลมกลืนไปด้วยกันเป็นอย่างดี
เชื่อมโยงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังความรู้ กำลังทางวิชการ และกำลังการจัดการสมัยใหม่
ให้ร่วมเป็นพลังนำการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงสู่สุขภาวะชุมชนของหนองบัวในมิติใหม่ๆ
กลุ่มคนหนองบัว ทั้งโดยเป็นชาวหนองบัวโดยกำเนิดและผู้ที่ได้เข้ามาทำการงาน อยู่อาศัย และดำเนินชีวิตเป็นชาวหนองบัว จำนวนหนึ่ง ได้ช่วยกันออกแบบความคิด ปรึกษาหารือ ระดมทรัพยากรและระดมความร่วมแรงร่วมใจ ทำนิทรรศการในครั้งนี้ด้วยกัน ชุมชนอำเภอหนองบัวเป็นชุมชนเล็กๆของนครสวรรค์ในเขตเมืองของภูมิภาคซึ่งจัดว่ายังมีความเป็นชนบทมาก คนในท้องถิ่นโดยมากก็มีความรู้จักคุ้นเคย ไปมาหาสู่ และติดต่อสมาคมทำสิ่งต่างๆด้วยกัน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เป็นคนในรุ่นที่กำลังเป็นกลไกและเครือข่ายทางเศรษฐกิจสังคมทุกสาขาของหนองบัว ตลอดจนเครือข่ายความเป็นสาธารณะของชุมชนโดยรอบหนองบัวในทุกชุมชนนั้น กล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มคนลูกหลานคนหนองบัวที่ผ่านการศึกษาและบวชเรียนจากแหล่งเดียวกันเสียเป็นส่วนใหญ่ กล่าวในแง่นี้ นิทรรศการและการจัดเวทีเรียนรู้ความเป็นชุมชนหนองบัวที่ริเริ่มขึ้นกันในครั้งนี้ จึงเป็นจุดเชื่อมโยงและสร้างปฏิสัมพันธ์ให้กลุ่มคนที่มีกำลังทางความรู้และจัดการความเป็นชุมชนสมัยใหม่ ได้เข้ามาเป็นกำลังความรู้เสริมพลังความเป็นชีวิตชุมชน

คนรุ่นบุกเบิกดีใจ มีกำลังใจ พร้อมร่วมส่งเสริมเป็นพลังสร้างสรรค์ของหนองบัวและสังคม
อาจารย์ชัยยุทธ ภู่เกตุ และอาจารย์เสาวนิตย์ ภู่เกตุ ครูอาจารย์ของคนหนองบัวและเป็นผู้บริหารสถานศึกษาของสถานศึกษาระดับอำเภอและระดับจังหวัดอีกหลายแห่งของจังหวัดนครสวรรค์ รวมทั้งเป็นอดีตประธานสภาวัฒนธรรมของอำเภอหนองบัว ซึ่งมีส่วนอย่างสำคัญในการเป็นผู้อนุรักษ์ส่งเสริมประเพณีบวชนาคหมู่ ร่วมกับนายสมหมาย ฉัตรทอง อดีตรองผู้ว่าราชการและผู้ตรวจราชการของกระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นอดีตนายอำเภอหนองบัว ได้แวะให้กำลังใจและร่วมแสดงความยินดีกับการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ของเวทีคนหนองบัว พร้อมกับเสริมสร้างพลังใจให้มุ่งดำเนินการกิจกรรมสร้างความรู้และสร้างการเรียนรู้ให้แก่ชุมชนหนองบัวในลักษณะนี้ต่อไปให้ต่อเนื่อง
กลุ่มคนหลายรุ่นที่มีบทบาทสำคัญต่อสังคมหนองบัวหลายสาขา รวมทั้งชาวบ้าน เยาวชน ภาคธุรกิจ ตลอดจนสื่อท้องถิ่น และสื่อภาคประชาชนในแนวจิตอาสา ได้เข้ามาร่วมรับรู้ แสดงความสนใจและให้พลังใจสนับสนุน เป็นกิจกรรมที่สร้างปฏิสัมพันธ์และสานพลังความสร้างสรรค์ของกลุ่มคนที่มีบทบาทหลายด้านของหนองบัวให้เกิดความคิดดีๆในอันที่จะทำสิ่งต่างๆแก่ชุมชนต่อๆไปในอนาคต


สานเครือข่ายผู้นำและเป็นพื้นที่ถักทอความเป็นส่วนรวมของหนองบัว
ทีมผู้บริหารของโรงพยาบาลหนองบัว (เสื้อสีม่วงอ่อน) และประธานกลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัว รุ่นที่ ๑๔ สวมเสื้อม่อฮ่อมสีน้ำเงิน (ปัจจุบันมี ๕๐ รุ่น) ถือโอกาสระหว่างมาเดินดูงานงิ้วแวะชมนิทรรศการ ช่วยจัด และร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนแนวคิดต่างๆด้วยกันทั้งกับทีมผู้ช่วยกันจัดนิทรรศการและกับผู้คนที่แวะเวียนมาเจอกันที่เต๊นท์นิทรรศการเวทีคนหนองบัวครั้งนี้ ทำให้นิทรรศการและเวทีการเรียนรู้ความเป็นหนองบัว มีบทบาทต่อการสานเครือข่ายผู้นำหลายสาขาและถักทอความเป็นส่วนรวมเพื่อสุขภาวะและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน ได้มีจุดเชื่อมต่อและเกิดปฏิสัมพันธ์กันในวิถีความรู้และการใช้ความรู้ชี้นำพลังการปฏิบัติของชุมชน ได้มากยิ่งๆขึ้น

สานความดีงามและถักทอพลังศักยภาพอันสร้างสรรค์ในตัวคน
เฮียกวง พ่อค้าและคนเก่าแก่ของหนองบัว (เสื้อลายขวางยืนเห็นหน้าด้านซ้ายของผู้อ่าน) ผ่านมาแวะชมนิทรรศการและแสดงความตื่นเต้นดีในที่เห็นร้านของตนเองในรูปหัวตลาดและหอนาฬิกาในยุคเก่าก่อนของอำเภอหนองบัว ร้านครอบครัวของเฮียกวงเป็นร้านค้าที่เปิดโทรทัศน์ขาวดำให้คนหนองบัวได้ชมการยิงอพอลโล ๑๑ นำนักบินอวกาศไปเยือนดวงจันทร์เมื่อปี พศ. ๒๕๑๑
อาจารย์พนม จันทร์ดิษฐ์ (นั่งเก้าอี้) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองไผ่ โรงเรียนดีประจำตำบล ผู้บริหารสถานศึกษาและเป็นผู้นำทางความรู้ที่มีบทบาทเป็นที่ชื่นชมมากที่สุดท่านหนึ่งของสังคมหนองบัว ร่วมเป็นผู้ริเริ่มจัดนิทรรศการในครั้งนี้ทั้งด้วยกำลังความคิด กำลังทางวิชาการ แรงกาย และเป็นวิทยากรให้กับเวทีเรียนรู้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ สร้างพลังเสวนาเรื่องหนองบัวและสร้างการเรียนรู้อย่างมีความสุขให้เกิดขึ้นแก่ชาวหนองบัวอย่างน่าประทับใจ
อาจารย์เจน ศรสุรินทร์และภรรยา (ยืนหันหลัง) ครูอาจารย์ของชาวหนองบัวและเป็นผู้สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนรวมทั้งเรื่องราวต่างๆของชุมชน ได้ผ่านมาพบปะเสวนา แสดงความดีใจ และร่วมเสนอแนะให้ประสานงานพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้เพื่อดำเนินการในลักษณะนี้ต่อไปในหนองบัว
ระดมพลังช่วยกันสะสมภูมิปัญญาของสังคมท้องถิ่นหนองบัว
ลูกหลานของช่างว่อน ช่างตีมีดและทำเหล็กเครื่องมือเกษตร อีกทั้งเป็นผู้ที่มีภูมิปัญญาหลายด้านของท้องถิ่น และเครือข่ายหมู่มิตรของคุณเสวก ใยอินทร์ กลุ่มคนรักพริกเกลือหนองบัว ก็ได้มีส่วนร่วมอย่างน่านับถือน้ำใจในการนำเอาตัวอย่างมีดประจำตัวจากฝีมือดั้งเดิมของช่างว่อน และพริกเกลือจากฝีมือดั้งเดิมของญาติพี่น้องซึ่งเป็นชาวหนองบัว ไปมอบให้ผู้เขียนและทีมจัดนิทรรศการ ได้จัดวางเพื่อร่วมแสดงสิ่งอันเป็นหลักฐานบอกเล่าภูมิปัญญาความเป็นชุมชนหนองบัวที่อยู่ในคน
นอกจากนี้ ก็ได้ต้อนรับคุณครูอนุกูล วิมูลศักดิ์ ในการนำเอาฟิล์มหนังและการสะสมเรื่องราวเกี่ยวกับสื่อและธุรกิจความบันเทิงในอดีตของหนองบัว มาร่วมแบ่งปันอย่างเป็นที่น่าสนใจมากที่สุดอีกมิติหนึ่ง



เวทีเรียนรู้และสานความงดงามหลากหลายของชุมชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ
คุณครูป๋องลูกครูฉ่ำ (เสื้อลายตารางหมากรุก) ครูเก่าแก่ของโรงเรียนอนุบาลหนองบัวซึ่งมีลูกศิษย์อยู่ทั้งอำเภอกว่า ๓๐-๔๐ รุ่นคน และเป็นครูฝึกขบวนแห่เอ็งกอของงานไหว้เจ้าพ่อเจ้่แม่ หลวงปู่ฤาษีนารายณ์ ของคนหนองบัว อาจารย์พนม จันทร์ดิษฐ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนหนองไผ่ ร่วมกันเป็นครูสร้างการเรียนรู้สาธารณะ ทำให้นิทรรศการกลายเป็นแหล่งสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมทั้งเป็นแหล่งมาพบปะพูดคุยเรื่องราวของหนองบัวในแง่มุมต่างๆด้วยกันอย่างมีความสุข สนุกสนาน ชาวบ้านรอบเกาะลอยและกลุ่มชาวบ้านจากหลายตระกูลเก่าแก่ของชุมชนหนองบัว จูงมือลูกหลานและญาติผู้ใหญ่ มาเดินชมนิทรรศการและร่วมใช้นิทรรศการเปิดหัวข้อพูดคุย สื่อสาร และสร้างการเรียนรู้เรื่องราวอันงดงามของหนองบัวเป็นจำนวนมาก
ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัวและครูวิกานดา บุญเอก คุณครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี กลุ่มงานธุรกิจ โรงเรียนหนองบัว (เสื้อสีส้มแดง) กับอดีตผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขาหนองบัว นายธวัช อังศุธรรม เดินชมนิทรรศการด้วยกันและสนทนาแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆกันด้วยบรรยากาศสบายๆ
นอกจากนี้ นายธวัช อังศุธรรม อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ ได้ขอมีส่วนร่วม ด้วยการนำเอาข้อมูลภาพถ่ายและเอกสารเรื่องราวของหนองบัวมามอบให้ ที่สำคัญคือ ประวัติศาสตร์จากการบอกเล่าเกี่ยวกับเจ้าพ่อเจ้าแม่และหลวงปู่ฤาษีนารายณ์ ประวัติศาสตร์ของหนองบัว และวัฒนธรรมประเพณีที่สำคัญของหนองบัว

Nong Bua Learning Agenda Setting
by Alternative Mass Media :
เชื่อมโยงและสร้างวาระการสื่อสารเรียนรู้หนองบัว
กับสื่อมวลแนวชนทางเลือก
หนองบัวเป็นแหล่งที่มีดอกอุ้มน้อง พืชท้องถิ่นชนิดหนึ่งในกลุ่มดอกกระเจียวและเป็นพันธุ์พืชหายากเพื่อการศึกษาเชิงอนุรักษ์ในโครงการพระราดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มีอยู่ที่หนองบัวแหล่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งรายการทุ่งแสงตะวันของป่าใหญ่ครีเอชั่นได้ทำเป็นรายการสารคดีเผยแพร่ทางสื่อมวลชนทางทีวีสีช่อง ๓ เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา นิทรรศการได้นำเสนอเพื่อการเรียนรู้และสร้างความซาบซึ้งในสิ่งดีๆที่มีอยู่ในชุมชนหนองบัวอีกมากมาย
Nong Bua Learning Agenda Setting
by Small Media and Community Art :
เชื่อมโยงการสื่อสารเรียนรู้และสร้างวาระเรียนรู้หนองบัว
ด้วยสื่อภาพและทัศนศิลป์เรื่องราววิถีชีวิตชุมชน
ข้อมูลภาพ ทั้งในเชิงการเป็นศิลปะชุมชนและในเชิงการนำเสนอข้อมูลชุมชนด้วยภาพวาด ได้นำมาจัดเป็นมุมการเรียนรู้อดีตและแสดงภาพพัฒนาการของชุมชน เป็นเรื่องราวการเรียนรู้ทางสังคมและศิลปะสื่ออีกชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดพลังการเรียนรู้แก่ชาวบ้านมากเป็นอย่างยิ่ง ช่วยให้ชาวบ้านและคนหนองบัวทุกกลุ่มอายุและทุกสาขาอาชีพ ใช้เป็นจุดรวมความสนใจ เกิดวาระและหัวข้อการสนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลจากประสบการณ์ชีวิตและความทรงจำที่มักมีคนละด้าน ก่อให้เกิดการพูดคุย แบ่งปัน นับญาติ นับรุ่น สานสำนึกและความผูกพันในความเป็นคนหนองบัวที่สะท้อนซึ่งกันและกันอย่างเป็นธรรมชาติ
Nong Bua Learning Agenda Setting
by Alternative Local History :
เชื่อมโยงการสื่อสารเรียนรู้และสร้างวาระการเรียนรู้
ด้วยประวัติศาสตร์พัฒนาการของท้องถิ่น
ประวัติศาสตร์จากความทรงจำของชุมชน สร้างวาระการรวบรวมข้อมูลชีวิตและเรื่องราวที่อยู่ในประสบการณ์ชีวิตของคนเก่าแก่ รวมทั้งคนร่วมสมัยหลายรุ่นของหนองบัว ทำให้เรื่องราวความเป็นมาทางด้านต่างๆที่สำคัญของหนองบัวปรากฏความชัดเจนมากยิ่งๆขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งบางส่วนเริ่มเกิดแง่มุมที่เชื่อมโยงกับพัฒนาการและสื่อสะท้อนให้เห็นถึงสภาวการณ์ที่สำคัญหลายด้านของประเทศไทย เช่น เรื่องราวของหลวงพ่อเดิมอันเป็นที่รู้จักแพร่หลายของผู้คนทั่วประเทศกับการสร้างเมืองหนองบัว เรื่องราวความเป็นมาของคำว่า เทพวิทยาคม หลังชื่อ โรงเรียนหนองบัว(เทพวิทยาคม)ในอดีต หรือโรงเรียนอนุบาลหนองบัวเทพวิทยาคมในปัจจุบัน พัฒนาการของการสาธารณสุขและระบบสุขภาพจากอดีตยุคหมอหนิมและหมออรุณของคนหนองบัว ก่อนพัฒนาการเข้าสู่ยุคปัจจุบัน พัฒนาการของระบบสาธาณูปโภค ปัจจัยพื้นฐาน ตลอดจนสิ่งต่างๆเมื่อแรกมีของหนองบัว การเชื่อมโยงกับชุมชนและศูนย์กลางการติดต่อกับโลกภายนอกในอดีตของหนองบัว ซึ่งเป็นพื้นฐานการพัฒนาและคลี่คลายตนเองในหลายด้านสู่ปัจจุบัน


Nong Bua Learning Agenda Setting
by Self-Story and Cinema-Cultural Conservation :
เชื่อมโยงและสร้างวาระการสื่อสารเรียนรู้หนองบัว
ด้วยเรื่องราวตนเองและการอนุรักษ์หนัง
ภาพบนเป็นภาพเฮียกวงมาเดินเที่ยวงานและระหว่างที่ได้แวะเข้ามาชมเต๊นท์นิทรรศการก็ร้องบอกคนรอบข้างอย่างตื่นเต้นพร้อมกับชี้ไปยังรูปวาดลายเส้นรูปหนึ่งว่านี่คือรูปบ้านและร้านค้าในอดีตของครอบครัวตน ก่อนที่ต่อมาจะกลายเป็นร้านสะดวกซื้อ 7-eleven แห่งแรกของหนองบัวและกลายเป็นร้านขายของอย่างอื่นจนไม่เหลือสภาพเดิมแล้ว ภาพล่าง : สุภาพบุรุษที่นั่งถือล้อฟิล์มในชุดซาฟารีสวมแว่นนั้น คือ คุณครูอนุกูล วิมูลศักดิ์ ผู้ร่วมเขียนเรื่องราวต่างๆของหนองบัวในเวทีคนหนองบัว โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับหนัง เครื่องฉายหนัง และโรงภาพยนต์ ก่อนที่ต่อมาจะพัฒนาตนเองไปเป็นสมาชิกของคนอนุรักษ์ที่กรุงเทพฯและเป็นสมาชิกเครือข่ายระดับประเทศไปแล้ว และสุภาพสตรีในชุดสีแดงขวามือ คือ คุณเกศศรณ์ศิน วังบัวบานปัญญากร ลูกมหาจำลองของหนองบัว รุ่นน้องผมที่โรงเรียนหนองบัว ๑ รุ่น และอดีตเธอเป็นนักบาสเกตบอลหญิงของโรงเรียนรุ่นต่อจากศิริจิตต์ เชาวน์ไกลวงศ์ ปัจจุบันไปเป็นเจ้าของกิจการร้านเบเกอรี่อยู่ที่ลำปาง
ทั้งสองท่านนี้ได้เดินเข้ามานั่งเสวนาอยู่ในเวทีโดยไม่ทราบมาก่อน คุณครูอนุกูลแวะมาเดินเที่ยวงานงิ้ว เมื่อเจอเวทีและรู้ความเป็นมาว่าจัดขึ้นโดยพวกเราที่อยู่ในเว๊บบล๊อก GotoKnow อีกทั้งเมื่อทราบว่าเที่ยงคืนของวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นวันแห่นั้น ผมจะเก็บบอร์ดและกลับกรุงเทพแล้วเพราะหากตั้งไว้ก็ลำบากในการจัดหาคนมานั่งเฝ้าและคอยติดตั้ง ท่านก็รีบบึ่งรถกลับบ้านไปหอบเอาม้วนหนังและสิ่งของต่างๆมาอวดแก่สายตาคนหนองบัวพร้อมกับนั่งเสวนาไปด้วยหลายชั่วโมง
เช่นเดียวกับคุณเกศศรณ์ศิน ก็เพิ่งจะได้กลับบ้านเป็นครั้งแรกหลังจากไกลหนองบัวไปตั้งรกรากอยู่ที่ลำปางเสียหลายปี เธอเกิด วิ่งเล่น และเติบโตอยู่ในตลาดหนองบัว ดังนั้น จึงนำเอาเรื่องราวและข้อมูลมากมายเกี่ยวกับชุมชนหนองบัวมานั่งแบ่งปันกันอย่างสนุกสนาน เธอทั้งมีความสุขและร่วมมีความหวังว่าจะขอกลับมาทำสิ่งต่างๆที่หนองบัวด้วย นิทรรศการและเวทีเสวนาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นไปเอง จึงกลายเป็นแหล่งที่ทำให้คนหนองบัวได้รู้จักกันมากขึ้นอีกอย่างไม่เคยมีมาก่อน
Nong Bua Learning Agenda Setting
by GotoKnow e-media and Hand Made Booklets Combination:
เชื่อมโยงการสื่อสารเรียนรู้และสร้างวาระการเรียนรู้
ด้วยหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ที่สร้างและสะสมความรู้มาจากเว๊บบล๊อกGotoKnow
ท่านพระอาจารย์มหาแล ได้ดึงเอาเรื่องราวเกี่ยวกับหนองบัว ที่กลุ่มผู้ร่วมกันเขียนความรู้และบันทึกเรื่องราวต่างๆของหนองบัวเผยแพร่แก่สาธารณะมาอย่างต่อเนื่องจำนวนหนึ่งในเวทีคนหนองบัว โดยเฉพาะท่านเอง จากวัดศรีโสภณ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นคนพื้นเพหนองบัว คุณเสวก ใยอินทร์ ผู้เข้าอ่านและร่วมแบ่งปันข้อมูลความรู้ให้กัน มาจัดทำเป็นหนังสือเอกสารเย็บเล่ม ผู้เขียนจึงร่วมทำเป็นรูปเล่มและเข้าปกให้สวยงาม ดูมีมาตรฐานและสะดวกแก่การหยิบอ่าน ได้ถึง ๒๔ เล่ม ทำให้สามารถจัดเป็นสื่อการเรียนรู้และเป็นเสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ผสมผสานอยู่ในเต๊นท์นิทรรศการ เป็นที่ได้รับความสนใจแก่ผู้คนทุกรุ่นวัยในการยืนและนั่งอ่าน ซึ่งเปิดมิติใหม่ๆของความเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ของคนหนองบัวได้เป็นอย่างน่าชื่นใจ
Nong Bua Learning Agenda Setting
by Community Dialogue Forum :
เชื่อมโยงการสื่อสารเรียนรู้และสร้างวาระการเรียนรู้
ด้วยเวทีเสวนาชาวบ้าน
นอกจากนิทรรศการจะมีกลุ่มผู้ชมและชาวบ้านชวนกันมาเดินชม พูดคุย รำลึกอดีต สอบทานความรู้และทบทวนความทรงจำ รวมทั้งนำเอาข้อมูลต่างๆของหนองบัวมาแลกเปลี่ยนแบ่งปันกันแล้ว ด้านหน้าของเต๊นท์นิทรรศการ ก็จะจัดเป็นเวทีนั่งสนทนาพูดคุยกัน โดยช่วยกันเชิญชวนคนเฒ่าคนแก่ ผู้นำชุมชน และคนหนุ่มสาวหลายสาขาของหนองบัว โดยอาสาและนำการสนทนากันเองด้วยบรรยากาศของชาวบ้านหนองบัว เป็นที่สนใจของผู้คนที่มาเที่ยวงาน รวมทั้งมีปฏิสัมพันธ์กับคนผ่านทางอย่างใกล้ชิดเพราะต่างก็รู้จักคุ้นเคยกัน เมื่อหัวข้อและเรื่องราวใดมีผู้ใดรู้เรื่องก็จะนำตนเองมานั่งคุยอย่างได้อรรถรส ชายวัยกลางคนสวมเสื้อลายสีเหลืองน้ำตาลในภาพคือ ผู้ใหญ่หวั่น สกุลมี อดีตผู้นำชุมชนรอบเกาะลอย
นอกจากชาวบ้านหนองบัวและคนมาทำการงานดำเนินชีวิตอยู่ที่หนองบัวแล้ว นิทรรศการและเวทีคนหนองบัวที่เดินออกมาจากเว๊บล๊อก GotoKnow ก็ได้ต้อนรับอาคันตุกะผู้เป็นกัลยาณมิติทางการเรียนรู้ของสังคมหนองบัวที่เป็นผู้นำฝ่ายสงฆ์ ๒ รูป คือ ท่านพระอาจารย์มหาแล อาสโย(ขำสุข) จากวัดศรีโสภณ พิษณุโลก และท่านพระอธิการโชคชัย เจ้าอาวาสวัดพรหมพิราม พิษณุโลก และเป็นฝ่ายปกครองของสงฆ์ในเขตภาคเหนือตอนล่างซึ่งชื่นชมวิถีชีวิตของคนหนองบัว พระคุณเจ้าทั้งสอง โดยเฉพาะท่านพระอาจารย์มหาแลนั้น มีส่วนสำคัญในการเป็นผู้สนับสนุนการริเริ่มจัดนิทรรศการในครั้งนี้ รวมทั้งเป็นผู้เชื่อมโยงให้ผู้คนหลายคนได้มาเจอกันกระทั่งได้คิดทำสิ่งต่างๆดีๆด้วยกันให้แก่ชาวหนองบัว
พระคุณเจ้าทั้งสองและชาวหนองบัวหลายสาขา รวมทั้งคนเก่าแก่ของหนองบัว ได้นั่งเสวนาชวนกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้คนที่เดินผ่านไปมา เป็นที่ได้รับความสนใจและสร้างบรรยากาศให้เทศกาลงานเจ้าพ่อเจ้าแม่มีมิติการเรียนรู้อย่างกลมกลืนอย่างยิ่ง เติมเต็มความงดงามที่หลากหลายของความเป็นชุมชนหนองบัวให้ชัดเจนและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มากยิ่งๆขึ้น
สานสำนึกและเสริมสร้างพลังพลเมือง
ผ่านการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชีวิตจิตใจความเป็นหนองบัวหลากมิติ
อาจารย์พนม จันทร์ดิษฐ์ (เสื้อเหลือง) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองไผ่ อาจารย์สืบศักดิ์ ปฏิสนธิ์ (เสื้อสีส้มแดงภาพล่าง) คุณเบิ้ม รัชทนงค์ โพธิ์พรหม (เสื้อลายสีฟ้าอ่อน) ผู้จัดการโรงงานของบริษัทเหมืองแร่ในหนองบัวและเป็นลูกหลานคนหนองบัว คุณฉิก ศักดิ์ศิริ พิทักษ์อำนวย ริมซ้ายของภาพล่าง กับอดีตผู้ใหญ่และผู้นำชาวบ้านของชุมชนหนองบัว ผู้ใหญ่หวั่น สกุลมี ป้าอี๊ด หรือป้าสาลี สายภู่ (เสื้อสีน้ำตาลนุ่งซิ่นกำลังพูดผ่านไมโครโฟน) รวมทั้งลูกหลานคนหนองบัวซึ่งเกิดและเติบโตอยู่ในตลาดหนองบัวนับแต่ยุคที่เป็นชุมชนหมู่บ้าน ได้ล้อมวงนั่งเสวนากันเกี่ยวกับเรื่องราวของหนองบัวที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก เช่น ตำนานเรื่องราวการก่อเกิดเกาะลอย เพลงพวงมาลัยและเพลงพื้นบ้านซึ่งเต็มไปด้วยรหัสนัยเพื่อการเรียนรู้และสืบทอดระบบความคิดของชุมชนชาวหนองบัวจากรุ่นสู่รุ่น ประเพณีการกินดอง วัฒนธรรมการแห่นาคและอุปสมบทหมู่ การแห่เจ้าและไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่ หลวงปู่ฤาษีนารายณ์
หลอมรวมและร่วมสร้างโอกาสอันดีงามให้แก่ลูกหลาน
ผู้เขียนได้ไปร่วมงานพบปะสังสรรค์ของศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัว รุ่นที่ ๑๔ ที่โรงเรียนหนองบัวด้วย ได้กราบคารวะคุณครูโสภณ สารธรรม อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัว ศิษย์เก่าหนองบัวรุ่นที่ ๕ และเป็นครูเก่าแก่ของคนหนองบัว รวมทั้งได้พบปะกับหมู่มิตรซึ่งเป็นครูและผู้บริหารสถานศึกษาหลายแห่ง ตลอดจนอาจารย์ทองสุข อยู่ศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน เขต ๒ จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนหนองบัวและเป็นคนวัดเทพสุทธาวาส ซึ่งในงานนี้ อาจารย์สืบศักดิ์ ปฏิสนธิ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัว เจ้าบ้าน ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมจัดนิทรรศการครั้งนี้ ได้แสดงความสนใจต่อสื่อและแผ่นนิทรรศการ ตลอดจนข้อมูลความรู้ในนิทรรศการในการนำไปจัดเป็นแหล่งข้อมูลท้องถิ่นเพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นแก่ลูกหลานชาวหนองบัวและเยาวชนรุ่นใหม่ต่อไป
ผู้เขียนจึงถือโอกาสมอบชุดนิทรรศการ รวมทั้งหนังสือและสิ่งพิมพ์ที่ผู้เขียนกับที่ท่านพระอาจารย์มหาแล อาสโยช่วยกันทำขึ้นทั้งหมด มอบให้แก่โรงเรียนหนองบัวเพื่อนำไปดำเนินการต่างๆตามเจตนารมณ์ต่อไป
นิทรรศการและเวทีการเรียนรู้ที่ช่วยกันจัดขึ้นจึงได้มีโอกาสร่วมเชื่อมโยงให้ระบบสังคมที่แยกย่อยอยู่ในท้องถิ่นได้เกิดปฏิสัมพันธ์และเสริมพลังสร้างสิ่งดีให้งอกงามไปด้วยกันอย่างเป็นทวีคูณ
เป็นตัวเชื่อมความรู้และสื่อการเรียนรู้ของสังคมในโลกไซเบอร์และสังคมออนไลน์ให้ปฏิสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นหนองบัว ขณะเดียวกัน ก็เปิดเวทีชุมชนแห่งการเรียนรู้หนองบัว สานสำนึกคนหนองบัว เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายสาขา หลากหลายรุ่นวัย ที่ผูกพันกับหนองบัวให้ได้เห็นและเรียนรู้เรื่องราวอีกเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับหนองบัวอันน่าภาคภูมิใจ.
อาจารย์ครับ...
ผมอยากทำงานเเบบนี้ที่ปายจังเลยครับ
ผมจากบ้านมาทำงานเกือบทุกที่ เเต่ที่บ้านของผมเอง กลับไม่ได้คืนกำไรให้บ้านผมเลย หากเริ่มต้นแบบอาจารย์ทำแบบอาจารย์ ...อย่างน้อย น่าจะเป็น "คลังปัญญา" พลิกฟื้นบ้านเเละพัฒนาที่ปายได้
หนองบัว โมเดลชุมชน อยากมาซึมซับมาเรียนรู้ แต่ติดภาระกิจ ประกอบน้ำท่วมรอบสอง อ่วมอรทัยไปตามๆกัน
ที่นี่งานงิ้วขึ้นชื่อมากครับ อยากไปเที่ยวตั้งแต่เรียนมัธยมที่เพชรบูรณ์ จนบัดนี้ยังไม่ได้ไป อิอิ
สวัสดีครับคุณเอก จตุพร
งานนี้นี่ถ้าหากมีคุณเอกไปนั่งสนทนากับชาวบ้านในนามของคนปายและคนทำงานแนวนี้ละก็คงจะสนุกมากละครับ ได้บรรยากาศที่ดีมากครับ
สวัสดีครับเฒ่าวอญ่าครับ
หลังกิจกรรมนี้แล้ว นำเอาประสบการณ์มาถอดบทเรียนดู
ก็คงจะสามารถเรียบเรียงเรื่องราวต่างๆมาเล่าสู่กันฟังได้อีกเยอะครับ
สวัสดีครับคุณอุ้มบุญครับ
แล้วยิ่งมาบวกกับช่วงเทศกาลที่สำคัญอีก ๒ อย่าง คืองานงิ้วและงานบวชนาคหมู่
ซึ่งเป็นงานหลักของสังคมวัฒนธรรมชุมชนหนองบัวทั้งสองเรื่อง
ก็แทบจะทำให้ทั้งหนองบัวเป็นงานแสดงสดทางศิลปะ
ผู้คนและกิจกรรมต่างๆกลายเป็นองค์ประกอบทางศิลปะ
ที่เลื่อนไหลเปลี่ยนแปลงอย่างมีชีวิตไปได้อยู่ตลอดเวลาเลยเชียวละครับ
สวัสดีครับคุณบีเวอร์ครับ
เพิ่งทราบว่าคุณบีเวอร์เป็นนเพชรบูรณ์นะครับ
เพชรบูรณ์นี่ต้องถือว่าเป็นญาติของหนองบัวเลยกระมัง
ผมขอทดไว้ก่อนครับ ตอนนี้ผมกำลังจะกลับกรุงเทพฯ
เมื่อถึงที่พักที่กรุงเทพฯแล้ว จะเล่าเรื่องราวต่างๆให้ชาวหนองบัวและผู้อ่านเวทีคนหนองบัว
ได้เห็นและได้ทราบสิ่งที่น่าสนใจ รวมทั้งได้รู้จักผู้คนที่น่าทึ่งน่าประทับใจอีกเยอะเลยครับ
อาตมาขออนุญาตลาคุณครูวิกานดากลับพิษณุโลกเวลาประมาณยี่สิบนาฬิกา
หลังจากที่เสวนาเวทีย่อยๆกับชาวบ้านหลายเรื่องหลายราวสักสามชั่วโมงได้
ส่วนมากก็เป็นผู้ฟังซะมากกว่า(เพราะบางเรื่องก็เพิ่งได้ยิน)
ชาวบ้านพูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก เยี่ยมยอดจริงๆ
ประทับใจหลายเรื่องมากๆเลย
ถึงวัดสี่ทุ่มตรง
รายงานย่อๆแค่นี้ก่อน
นมัสการพระอาจารย์มหาแล...พระอาจารย์คงยิ้มแก้มปริกลับพิโลกไปเลยนะคะ..ด้วยอาการปลาบปลื้ม...
ขอสะท้อนความรู้สึกจากบรรยากาศของเวทีคนหนองบัวที่ผ่านมาบอกได้เลยว่าทุกคนที่เข้ามาเรียนรู้ในเต๊นท์เวทีคนหนองบัว คืนวันที่ 25 และ 26 มี.ค. 54 เขาจะแสดงออกด้วยสีหน้าแววตาที่อยากเล่าอยากบอกให้คนอื่นรู้เรื่องราวของชุมชนหนองบัวในอดีตที่แฝงไว้ด้วยความสามัคคี ประเพณีวัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่น่าเรียนรู้มากเพราะผมเฝ้าสังเกตผู้มาร่วมกิจกรรมทุกคนมาแล้วจะต้องนั่งเล่าเรื่องหนองบัวเท่าที่จำได้ล้วนเป็นเรื่องราวดีๆทั้งนั้น หากปัจจุบันเด็กและเยาวชนหนองบัวได้เรียนรู้ความเป็นมาของเรื่องราวในแต่ละเรื่องในท้องถิ่นหนองบัวของตนเองผ่านหลักสูตรท้องถิ่นที่คุณครูนำไปบรรจุไว้ในหลักสูตรท้องถิ่นในสถานศึกษาผมเชื่อว่าเด็กหนองบัวจะรักท้องถิ่นตนเองมากยิ่งขึ้น ขอขอบคุณ ดร.วิรัตน์ แทนคนหนองบัวด้วยใจจริงที่เสียสละทั้งแรงกาย และทุนของตนเองเพื่อแทนคุณแผ่นดินเกิดจะมีคนแบบนี้อีกกี่คนครับที่ทำเพื่อสังคมอย่างนี้
กลับถึงวัดแล้วรีบบันทึกความทรงจำ
เีรียนท่านพม.แล เจริญพร ดร.วิรัตน์ และชาวหนองบัวทุกท่าน
นิทรรศการดูเรียบง่าย และยังได้เสียงตอบรับดีมาก สำนึกรักท้องถิ่น จริงๆ
เจริญพรขอบพระคุณโยมอาจารย์ และญาติโยมชาวหนองบัวทุกท่านที่ให้การตอนรับ...
กราบนมัสการท่านพระอาจารย์มหาแลครับ
ต้องขอกราบนมัสการน้อมคารวะและแสดงความประทับใจต่อพระคุณเจ้าและท่านพระอธิการโชคชัยมากอย่างยิ่งนะครับ ท่านพระอธิการโชคชัยนั้นเป็นวิทยากรคุยทางสื่อกับชุมชนได้ดีมากเลยนะครับ ผมนั้นทั้งตื้นตันใจแทนสังคมที่มีพระสงฆ์มีน้ำใจต่อสังคมในเรื่องอย่างนี้ ทั้งงดงามและเป็นกำลังทางปัญญาให้กับชาวบ้านที่มีความหมายจริงๆครับ ผมดีใจที่ได้ร่วมริเริ่มและทำกิจกรรมอย่างนี้ร่วมกับพระคุณเจ้ากับทุกท่านมากครับ มันได้ผลโน้มนำสิ่งดีให้มาประกอบเข้าด้วยกันและส่งเสริมให้เกิดความเคลื่อนไหวที่ดีๆเกิดขึ้นในหนองบัวได้อย่างกว้างขวางเกินความคาดหมายมากจริงๆ
สวัสดีครับน้องคุณครูอ้อยเล็ก
ชาวหนองบัวนั้นต้องรำลึกถึง
และขอบคุณน้องคุณครูอ้อยเล็ก
อีกคนหนึ่งด้วยนะครับ
สวัสดีครับอาจารย์พนมครับ
แต่เดิมนั้น ผมก็ทึ่งและชื่นชมอาจารย์มากอย่างยิ่งนะครับ
ทั้งในความเป็นคุณครู ความเป็นคนดีที่ชาวบ้านยกย่อง
ความเป็นมิตรผู้เอาธุระและใส่ใจต่อสิ่งต่างๆของสังคมท้องถิ่นและของสังคมวงกว้าง
ความเป็นคนมีอุดมการณ์
แต่เมื่อได้มีโอกาสแวะไปยี่ยมโรงเรียนของอาจารย์ ระหว่างที่กำนันวิรัตน์ บัวมหะกุลและคณะกรรมการจัดงานงิ้วได้บอกว่ารอไปจัดนิทรรศการช่วยกันตอนเย็นๆดีกว่า รวมทั้งได้เห็นความเสียสละทุ่มเทช่วยงานของคนหนองบัวหลายเวทีอย่างไม่รู้เอาพละกำลังและความเก่งกาจไปทุกด้านมากจากไหน ได้อย่างงดงามไปหมดของงานนี้แล้ว ก็ต้องทึ่งและชื่นชมยกย่องอาจารย์มากเข้าไปอีก
ตอนที่อาจารย์กับอาจารย์ป๋องครูฝึกขบวนเอ็งกอของเจ้าพ่อเจ้าแม่พาชาวบ้านเดินดูนิทรรศการพร้อมกับคุยถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆของหนองบัวไปด้วยกันนั้น ช่างเป็นภาพความมหัศจรรย์มากจริงๆเลยละครับ เป็นคอนเสิร์ตและมหรสพทางปัญญา ที่ส่งให้เด็กๆในท้องถิ่นและชาวบ้านมีความสง่างามน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆละครับ นับถือ นับถือ
กราบนมัสการท่านพระอธิการโชคชัยครับ
พระคุณเจ้ามีทุนทางสังคมในแนวทางนี้ดีมากอย่างยิ่งเลยนะครับ
ซาบซึ้งน้ำใจและการให้เมตตาต่อชาวหนองบัว
ไปเยี่ยมเยือนและร่วมสานเสวนากันในครั้งนี้
มากเลยนะครับ ได้ทำไปตามกำลังและเรียนรู้สิ่งดีๆ
ด้วยกันเยอะเลยนะครับ
พี่วิรัตน์คะ ขอแก้ไขข้อมูลด้วยค่ะ ครูวิกานดา บุญเอก เป็นครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี กลุ่มงานธุรกิจ แต่ทำงานฝ่ายการเงินคู่กับครูสุนันท์ จันทร์ดิษฐ ค่ะ เดี๋ยวอีกสักครู่จะเข้ามาเล่าความรู้สึกประทับใจในนิทรรศการด้วยนะคะ
สวัสดีจ้าคุณครูวิกานดา ครูน้อง
แก้ไขให้ถูกต้องโดยพลันแล้วครับผม
ขอบใจมากจ้า หายเหน็ดเหนือยกันแล้วใช่ไหม
ขอบคุณน้องๆ และคนรุ่นใหม่ๆของหนองบัว
ที่มาช่วยกันอย่างมากมายในครั้งนี้นะครับ
กราบนมัสการกราบเรียนท่านพระอาจารย์มหาแล
และเรียนกลุ่มน้องๆลูกหลานช่างว่อนกับเพื่อนๆของคุณเสวก ใยอินทร์
ที่นำเอามีดของช่างว่อนกับพริกเกลือไปให้ร่วมจัดนิทรรศการ
หนังสือของพระคุณเจ้าทั้งหมด และมีดของช่างว่อน ผมได้มอบให้โรงเรียนหนองบัวไปจัดเป็นศูนย์เรียนรู้ เพื่อพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นนะครับ มีดของช่างว่อนนั้น ผมได้แจ้งแก่คุณครูของโรงเรียนว่า ช่างว่อนนั้นหาชีวิตไม่แล้ว เพราะฉนั้น มีดของช่างว่อนก็จะเป็นของหาคนทำไม่ได้และเป็นของหายาก จึงขอให้ยังคงเป็นสมบัติของลูกหลานช่างว่อนที่โรงเรียนนำเป็นจัดแสดงเพื่อเป็นการศึกษาเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและความเป็นหนองบัวในอีกมิติหนึ่งไว้นะครับ