
ในการกลับไปเยือนสกลนครในครั้งนี้ ได้ไปนมัสการพระธาตุเชิงชุม ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองสกลนคร และมีประวัติยาวนาน
ตามประวัติกล่าวไว้ว่า
พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระอานนท์ ได้เสด็จจากพระวิหารเชตวัน เสด็จตามลำแม่น้ำโขง มีพระพุทธบาทบัวบก พระพุทธบาทโพนเพล พระพุทธบาทเวินปลา ภูกำพร้า เป็นที่ตั้งของพระธาตุพนม พระพุทธบาทที่ภูน้ำลอดเชิงชุม พระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าพระนามกกุสันธะ พระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าพระนามโกนาคมะ และพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าพระนามกัสสปะ
เมื่อพระเจ้าสุวรรณภิงคาระทรงทราบข่าว จึงได้เสด็จออกต้อนรับ พร้อมทั้งพระนางนารายณ์ เจงเวงราชเทวี พระพุทธเจ้ามีพุทธประสงค์ให้พระเจ้าสุวรรณภิงคาระ ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนายิ่งขึ้น จึงทรงแสดงปาฏิหารย์บันดาลให้มีดวงมณีรัตน์มีรัศมี พวยพุ่งออกจากพระโอษฐ์พร้อมกันสามดวง พระเจ้าสุวรรณภิงคาระทรงเห็นเป็นอัศจรรย์ก็บังเกิดศรัทธา เปล่งวาจาสาธุการด้วยความปิติ พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่า ณ ที่นี้เป็นสถานที่อันอุดมประเสริฐ ที่พระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ จะได้มาประชุมรอยพระพุทธบาทไว้ เพื่อเป็นที่สักการะแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย พระเจ้าสุวรรณภิงคาระ บังเกิดความปิติโสมนัส จึงได้ถอดพระมงกุฎทองคำของพระองค์ สวมบูชารอยพระพุทธบาท แล้วทรงสร้างเจดีย์ครอบไว้ จึงได้ชื่อว่า พระธาตุเชิงชุม ตามพงศาวดารลาว ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช แห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต ล้านช้าง เรียกพระธาตุเชิงชุมว่า พระธาตุหนองหาร (ที่มาวิกิพีเดีย)
ทางวัดกำลังมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำสถานที่จอดรถให้กว้างขึ้น

จังหวัด สกลนคร เป็นเมืองพุทธศาสน์ พระธาตุห้าแห่ง แหล่งอารยธรรมสามพันปี ตามตำนานเล่าว่า เมืองหนองหานหลวงในอดีต หรือสกลนครในปัจจุบันนั้น สร้างขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ 16 ในยุคที่ขอมมีอำนาจในดินแดนนี้ ต่อมาเมื่ออิทธิพลขอมเสื่อมลง เมืองหนองหานหลวงตกไปอยู่ในความปกครองของอาณาจักรล้านช้าง เรียกชื่อเมืองว่า “เมืองเชียงใหม่หนองหาน” และเมื่อมาอยู่ในความปกครองของไทย ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองสกลทวาปี” ต่อมา ในปี พ.ศ. 2373 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เปลี่ยนชื่อจากเมืองสกลทวาปี เป็น “เมืองสกลนคร” ในปัจจุบัน จังหวัดสกลนครยังได้รับการขนานนามว่าเป็น"แอ่งธรรมะแห่งอีสาน" ดังเห็นหลักฐานได้จากวัดวาอารามเก่าแก่ที่มีอยู่มากมาย แสดงถึงความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาที่มีมาตั้งแต่ครั้งอดีต เป็นถิ่นกำเนิดและพำนักของอริยสงฆ์ที่สำคัญเป็นที่เคารพบูชาของชาวไทยหลาย ท่าน อาทิ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระอาจารย์วัน อุตตโม หลวงปู่หลุย จันทสาโร หลวงปู่เทสก์ เทสก์รังสี เป็นต้น

คำขวัญ ประจำจังหวัด
พระธาตุเชิงชุมคู่บ้าน พระตำหนักภูพานคู่เมือง งามลือเลื่องหนองหาร
แลตระการปราสาทผึ้ง สวยสุดซึ้งสาวภูไท ถิ่นมั่นในพุทธธรรม




สวัสดีค่ะคุณครู
ยอดเยี่ยมเลยจ้า...ภาพแรก
พี่ไปสกลนครมาแล้วชอบมาก ไปกินปลานึ่งจิ้มแจ่วอร่อยจริงๆ
แจ่วสกลฯนี่ลำไม่แพ้ของใครเชียวนะ
หวังว่าคงจะได้กลับมาเยือนอีกครั้ง...
พระธาตุเชิงชุม....งดงามจริงๆ
เข้ามาแวะเยี่ยมชม...บรรยากาศที่พระธาตุ
บ้านเกิดเมืองนอน...หาโอกาสจะไปนมัสการก็ยากเหลือหลาย...ขอบคุณๆ...
สวัสดีค่ะพี่ครู
สบายดี
สวัสดีค่ะพี่kruposong
ตามมาเที่ยวบ้านเฮาและไหว้พระธาตุเชิงชุมด้วยกันค่ะ
ขอบคุณภาพบรรยากาศสวยๆที่นำมาฝากค่ะ
สบายดีนะค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ครูป. 2
สวัสดีค่ะครูปอสอง
ได้อ่านบันทึกและเห็นภาพสวยๆแล้วอยากไปเที่ยวและนมัสการพระธาตุเชิงชุมบ้างค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาส ครูเมี้ยวหวังว่าสักวันหนึ่งคงได้ไปค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณทุกท่านค่ะที่มอบดอกไม้ให้กำลังใจและมาร่วมนมัสการพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร เสน่ห์มนต์ขลังสกลนคร นมัสการพระธาตุเชิงชุม
จังหวัดสกลนคร หลายท่านเคยมาเยือน อย่างพี่
ประทับใจความงาม พี่
ประทับใจกับนึ่งปลาแจ่ว อาหารพื้นเมืองสกลนคร อร่อยจริง ๆขอบอก
คงมีโอกาสพาลูกชายมนมัสการพระธาตุประจำวันเกิดให้ได้นะคะ (ขอเป็นดองซะเลย)
ฮักแพง
บันทึกต่อไปค่ะ