หมออยู่ที่ตัวเราเอง จริงหรือ?

หายไปนาน... และนานมากจริงๆ ครั้งนี้ กลับมาอีกครั้งโอ..Gotoknow มีการเปลี่ยนไปเยอะมาก.. รู้สึกขัดๆ เขินๆอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ แต่วันนี้ครูใจดีอยากเข้ามาบอกเล่า..ถึงกิจกรรมที่ผ่านมาล่าสุดนี้ค่ะ

 เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านครูใจดีเดินทางไปที่มูลนิธิไทยกรุณา จ.กาญจนบุรีไปทำไมนะหรือ..? ก็เพื่อสุขภาพที่ดีกว่างัยคะ..เป็นการรักษาสุขภาพของตัวเอง อีกทางเลือกหนึ่งค่ะ

 ออกจะตื่นเต้นนะคะกับการเดินทางครั้งนี้ ปกติไปไหนจะขับรถไปเอง พักหลังสุขภาพไม่อำนวย เลยต้องพึ่งรถทัวร์ รู้สึกว่ารถวิ่งช้ามาก เมื่อไหร่จะถึงซักที...อยากถึงกรุงเทพเร็วๆ ทั้งๆ ที่ยังคิดไม่ออกว่า ถึงสถานีหมอชิตแล้วจะเข้าบ้านอย่างไร? เพราะน้องชายกำลังยุ่งกับงานที่จะต้องไปราชการที่สิงคโปร์ ปากก็บอกน้องไปว่าไม่ต้องเป็นห่วง พี่เข้าบ้านเองได้..ก็พูดไปงั้นแหละ ไม่อยากให้น้องเป็นกังวลลำพังงานของเค้าก็ยุ่งมากแล้ว...  ตัวเราเองจะยังงัยช่างมัน...น้องโทร.มาถามว่า "แม่จุ๋มจะถึงกี่โมงครับ? (น้องจะเรียกว่า"แม่จุ๋ม ตามหลานๆ ค่ะ) ทั้งๆ ที่ใจนั้นกังวลมากๆ เอ..จะเข้าบ้านยังงัยเนี่ย!.. ไม่เคยขึ้นรถจากหมอชิตแม้แต่ครั้งเดียวแย่แน่เลยจุ๋มเอ๊ย!....ช่างเถอะ!.สุดท้ายก็ผ่านไปได้.. 

                 

บริเวณบ้านของพี่อ้อย กว้างขวางร่มรื่นมากๆเลย

 รุ่งขึ้นน้องชายไปส่งถึงบ้านพี่อ้อยเลย ที่นครปฐม พี่อ้อยดูแลอย่างดี หาผ้าถุงมาให้เปลี่ยน แล้วสั่งให้นอนฮ่าๆๆๆๆ   โถ...เปิดหนังผีให้ดู ใครจะไปนอนได้ล่ะเนี่ยมันทั้งกลัว ทั้งลุ้น เลยไม่ต้องนอนกัน แป่ว... เย็นๆ ไปตลาดซื้อของสดมาทำกับข้าว ฝีมือทำกับข้าวของพี่อ้อยสุดยอด ทำเร็วและอร่อย... กินจนลืมว่า “อวบระยะสุดท้ายแล้ว”  แฮ่ะ  พี่อ้อยน่ารักที่สุดในโลก

แวะดื่มกาแฟ ก่อนถึงจุดหมายปลายทาง แอฟเฟสโซ กะคาปูชิโน ว๊าว! 

            

 เรานัดเจอน้องนก อิสราภรณ์ ตอนหกโมงเช้าของวันอาทิตย์  แล้วก็เดินทางไปที่มูลนิธิบ้านไทยกรุณา ทันทีถึงประมาณ 8 โมงเช้าน้องนกเล่าเรื่องขั้นตอนการไปที่มูลนิธิอย่างละเอียดให้คำแนะนำทุกอย่าง เกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติตนตลอดจนเล่าถึงผลจากการรักษาด้วยการกินยาสมุนไพรต่อโรคภัยไข้เจ็บที่น้องนกเป็นอยู่.... ทำให้รู้สึกทึ่งมาก...

              

 อ้อ... มูลนิธิจะเปิดให้คนไข้มารับยา 2 วันคือวันพฤหัสบดี กับวันอาทิตย์  คนที่เป็นโรคร้ายแรง เช่นมะเร็งจะต้องไปรับยา ทั้ง 2 วัน  แต่โรคทั่วไป ก็ไปแค่วันเดียววันไหนก็ได้  น้องนกเธอไปรับยาทั้ง 2 วันอาการโดยรวมของของน้องนกดีขึ้นมาก หน้าตาสดใสไม่เหมือนคนที่เป็นมะเร็งระยะที่ 2  น้องนกกินยาสมุนไพรที่นี่โดยหยุดยาจากโรงพยาบาลเลย.. เค้าเรียกว่า "หักดิบ"

น้องนกอิสราภรณ์  สาวเมืองปากน้ำ รูปร่างเล็กน่ารัก
ดูไม่ออกเลยว่าไม่สบาย สดใสมากๆเลย 

              

 เริ่มต้นการรักษา คนไข้ทั้งเก่าและใหม่ต้องเข้าฟังการอบรมจากหลวงพ่อนิพนธ์โดยแยกกันเข้าคนละทาง ฟังหลวงพ่อนิพนธ์พูด  โอท่านพูดนานจังใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง คำพูดบางคำแรงน่าดู...ตามความรู้สึกที่ได้ยินนะเรื่องที่พูดส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรักษาอาการติดยาเสพติดสมัยถ้ำกระบอกโดยใช้สมุนไพร ซึ่งแม่ชีเมี้ยนเป็นผู้คิดสูตรยานี้ขึ้นมากท่านเป็นลูกก็สืบทอดเจตนารมณ์ของแม่ชีเมี้ยนผู้เป็นแม่ เอ...ท่านน่าจะพูดเรื่องการใช้สมุนไพรในการรักษาโรคของมูลนิธินะเนี่ย...จุ๋มคิดอยู่ในใจ แล้วก็สบตากับพี่อ้อยเรามองตากันก็เข้าใจว่าเราคิดเหมือนกัน...

 จากนั้นก็เป็นการสวดมนต์ตั้งจิตอธิษฐานขอให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ก็คิดเอาเองว่าคงเป็นประมาณนี้เพราะแปลบทสวดไม่ออก...แปลกใจอยู่เหมือนกันว่า เพราะอะไรเจ้าหน้าที่จึงย้ำว่า“ห้ามถ่ายรูป วีดิโอหรือคัดลอกบทสวดออกไปโดยเด็ดขาด” ...ทำไม?   ก็เกิดคำถามตามประสาคนช่างคิดคนขี้สงสัย??? น้องนกบอกว่าปกติหลวงพ่อไม่ได้พูดนานอย่างนี้ ไม่ได้ใส่อารณ์อย่างวันนี้ ซึ่งลูกศิษย์ที่เป็นคนไข้เก่าก็งงเหมือนกัน ทุกทีท่านจะพูดเรื่องสมุนไพรกับชีวิตประจำวัน... วันนี้พูดแปลก...สงสัยเป็นเพราะพี่อ้อยกับพี่จุ๋มมา อ้าว!~… ฮ่าๆๆๆๆ

** จากนั้นก็เป็นการอบสมุนไพร คนไข้ใหม่อบ 5 นาทีต่อ 1 ครั้ง รวม 3ครั้ง ส่วนคนไข้เก่า 10 นาที/ครั้ง คนละ 3ครั้งเช่นเดียวกัน คนค่อนข้างเยอะจึงใช้เวลามากหน่อย อีกอย่างเค้าให้คนไข้เก่าเข้าอบก่อน จุ๋มและคนไข้ใหม่อื่นๆก็เลยรอนาน... ก็ใช้เวลานี้พูดคุยกับคนไข้ที่มาที่นี่ หลายๆ คนบอกว่า ได้รับการบอกกล่าวว่ารักษาแล้วหายบางคนบอกว่าอาการดีขึ้น อีกคนนึงไม่ได้เป็นอะไรแต่มาเพื่อจะเอาสมุนไพรไปให้พ่อที่เป็นมะเร็งกินโดยใช้วิธีโกหกว่าตัวเองเป็นมะเร็ง...ก็ปฏิบัติตัวเป็นคนไข้ใหม่ ฟังหลวงพ่อนิพนธ์อบรม อบสมุนไพรนอกจากนี้ยังพาลูกชายและสามีมารับสมุนไพรด้วยอีกคนหนึ่งบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร แต่อยากได้สมุนไพรไปกินเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง... ฟังดูแล้วทุกคนตั้งใจและศรัทธาการรักษาด้วยการกินสมุนไพรของแม่ชีเมี้ยนมากๆเดินทางมากันตั้งไกล มากันเป็นคันรถ.. โอ!...ไม่ใช่เราคนเดียวที่ดั้นด้นมาไกล...


เย็นแล้ว กำลังจะกลับ..ได้สมุนไพรกลับไปกินแล้วค่ะ

 

 แต่ด้วยเวลาที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวย บวกกับความไม่สะดวกในการเดินทางมารับสมุนไพรไปกิน... และขั้นตอนของกิจกรรมที่สัมผัสผ่านมาตลอดวัน...มันทำให้เกิดความลังเล... ว่าตัวเองจะปฏิบัติตนตามเงื่อนไขของที่นี่ได้แค่ไหน?...อยู่ตั้งไกล เดินทางมาเหนื่อยสุดๆ ใช้เวลาทั้งวัน เพื่อยา 3 ขวดคุ้มมั้ยกับเวลา กับงานที่ค้างอยู่ เท่าที่มาในวันนี้ก็ทิ้งงานมา  และที่สำคัญก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของเพื่อน พี่น้อง  การรักษาครั้งแรกจะต้องมาที่นี่ติดต่อกัน 5สัปดาห์  แล้วจะอย่างไรดีล่ะ....  มึนคิดไปคิดมาก็อยากร้องไห้... ไม่ใช่ซิแอบร้องไห้ทุกครั้งที่คิดเรื่องนี้.... 

 ขากลับหลังจากที่แยกกับพี่อ้อยที่นครปฐมแล้วน้องนกก็ขับรถเข้ากรุงเทพตลอดทางน้องนกพูดให้คิด..หลายอย่าง..เราต้องดูแลตัวเอง และน้องก็มีน้ำใจมากๆเสนอทางออกให้ฉันไปพักอยู่กับน้องนกที่สมุทรปราการตลอดระยะเวลา 5สัปดาห์ จะต้องไปรับการรักษาครั้งแรก.... แล้วฉันจะตัดสินใจอย่างไรดีเนี่ย!....


 

บันทึกโดย : ครูใจดี