วันนี้ (๒๔ มีนาคม ๒๕๕๔) 
ผมเดินทางมาร่วมเป็นวิทยากรจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในโครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการผู้บริหารสถานศึกษาจากโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์”

 

ครั้งนี้มีผู้บริหารในระดับผู้อำนวยการโรงเรียนต่างๆ ในกลุ่มศึกษาสงเคราะห์จากทั่วประเทศเข้าร่วมเกือบๆ ๑๕๐ คน

 

ภาคเช้าเปิดเวทีอย่างเป็นทางการโดย ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (นายพะโยม ชิณวงศ์)  ซึ่งได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การจัดการความรู้ในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์” 

 

 

 

และนี่คือส่วนหนึ่งที่ผมจับประเด็นมาปะติดปะต่อ ลองแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดูนะครับ

 

(๑)   สภาพปัญหาของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ปัจจุบัน

 

  • ขาดองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการศึกษาสงเคราะห์

       -  คือการจัดการศึกษาแก่เด็กที่ด้อยโอกาส เพื่อยกระดับให้เกิดความเสมอภาคของความเป็น “มนุษย์” ใน “สังคม” 

 

  • ขาดวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

       -  ชาวศึกษาสงเคราะห์  มี “วัฒนธรรม” ที่เข้มแข็งคือการรักใคร่สามัคคี ไม่ชิงดีชิงเด่น มีการไปมาหาสู่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยดีเสมอมา ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นไปโดยธรรมชาติ เพียงแต่ยังขาดกระบวนการของ ”การจัดการความรู้” ที่เป็นรูปธรรมในทางเครือข่าย อันหมายถึงการ “สนธิพลัง”  (synergy) เพื่อผ่องถ่ายความรู้ไปสู่ภาคีต่างๆ

       - ครูจำนวนไม่น้อย ขาดทักษะในการใช้ “เครื่องมือ” เกี่ยวกับการจัดการความรู้เชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้แก่นักเรียน  อันเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของสังคมแห่งความรู้  จนทำให้ครูปรับตัวไม่ทัน และนั่นก็คือภาพสะท้อนของคุณภาพของครู

       -  ครูจำนวนไม่น้อย ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้นักเรียนได้รับการกระตุ้นสู่การเรียนรู้ในสิ่งเหล่านั้นน้อยไปด้วย

 

 

 

(๒) ยุทธศาสตร์ 

 

อยากให้ครูเชื่อมั่นว่าสามารถพัฒนาโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เพื่อนำสู่องค์กร “อัจฉริยะ”  โดยมีคุณลักษณะที่สำคัญๆ คือ

 

      - มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน

      - ตั้งอยู่ในความพร้อมกับยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง

      - มีการพัฒนาการจัดการความรู้คู่ขนานกับการพัฒนางานของโรงเรียน

      - มีการพัฒนาภาวะผู้นำ สร้างครูที่มีคุณภาพและเป็นแบบอย่างที่ดีในการเรียนรู้

      -  มีการพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ เช่น การเล่าเรื่อง ตลาดนัดความรู้ แผนที่ความรู้

      -เป็นองค์กรที่มีอิสระต่อการไหลเวียนความรู้ หรือเป็นระบบเปิด สามารถสื่อสารได้ทุกระดับงาน

 

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องไม่ใช่การมุ่งสู่ความเป็นอัจฉริยะในแบบของการ “แข่งขัน ชิงดีเด่น”  ทั้งองค์กรและผู้เรียนต้องถูกขับเคลื่อนตามแนว “พระราชดำริฯ” เพราะนั่นคือหัวใจ หรืออัตลักษณ์ของความเป็น “อัจฉริยะ” ของ “ศึกษาสงเคราะห์” ที่ต้องยึดมั่น

 

นอกจากนี้ ยังฝากหวังไว้กับผู้บริหารฯ ทุกท่านว่า

 

        -     อยากให้แต่ละคนใฝ่รู้  รักที่จะสร้างองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างมีชีวิต และหมั่นตรวจสอบ “สุขภาพองค์กร” อย่างสม่ำเสมอ

 

        -     จัดแหล่งเรียนรู้ภายในให้มีประสิทธิภาพ ยิ่งนักเรียนเป็นกลุ่มอยู่ประจำ จึงต้องเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนให้สอดคล้องกับแหล่งเรียนรู้ภายนอกให้ดีที่สุด เพราะนั่นคือทางออกของการบ่มเพาะให้ผู้เรียนเติบโตเป็นทรัพยากรของสังคมที่มีคุณค่าและสามารถมีทักษะในการใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข 

 

สำหรับผมแล้ว  ผมเชื่อมั่นเสมอมาว่า ปัญหาต่างๆ ในสังคม ยังคงต้องนำทางโดย “การศึกษา” แทบทั้งสิ้น เพียงแต่เราจะนิยามการศึกษาด้วยความหมายใด, รูปแบบใด...

 

ขอบคุณครับ

๒๔ มีนาคม ๕๔
บ้านปลาทับทิมแม่กลองรีสอร์ท
อ.บางคนที  จ.สมุทรสงคราม