GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

จากผู้เข้าร่วมสัมมนากลายเป็นวิทยากรกระบวนการ

จากที่ฟังท่านอธิบดีฯ จะเห็นได้ว่าการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในช่วงต่อไป ค่อนข้างชัดเจนว่าเขาจะ focus ตรงไหน ท่านย้ำว่าเราต้องแยกแยะงานให้ชัดเจนว่าอะไรเป็นงานหลัก อะไรเป็นงานรอง เพราะเรามีงานเยอะมาก ท่านต้องการเห็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรแต่ละคนวิเคราะห์งานหลักของตนเอง และทำเป็น PSA (Public Service Agreement) ให้ชัดเจน

วันที่ 31 กรกฎาคม 2549  ได้เข้าร่วมงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตร โรงแรมโกลเด้นดรากอน . นนทบุรี   ตอนแรกที่เดินทางไปก็คิดว่าตัวเองคือผู้ร่วมสัมมนาคนหนึ่ง แต่พอลงทะเบียนผู้จัด ( กองแผนงาน ) บอกว่า จือกับสำราญ ช่วยในการจัดกระบวนการหน่อย อย่างไรก็ตกกระไดพลอยโจนแล้ว ได้ก็ได้   ก็ขอเล่าถึงการสัมมนาให้ฟังพอสรุป ดังนี้     

        การสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องระดับพื้นที่ ( จังหวัด   อำเภอ ตำบล ) ในการกำหนดแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในช่วงต่อไปที่กรมฯต้องรับผิดชอบงานหลักที่สำคัญ 3 เรื่อง คือ วิสาหกิจชุมชน ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงระดับชุมชน และอาสาสมัครเกษตรกร

          บุคคลเป้าหมาย มาจากตัวแทนของ 5 จังหวัด คือ ชลบุรี นนทบุรี   สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา   และ กทม .          

         กระบวนการสัมมนา     

        เริ่มด้วยการให้ตัวแทนทั้ง 5 จังหวัดในระดับพื้นที่ ( เกษตรตำบล ) เล่าประสบการณ์ในการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรคนละ 10 นาที ทราบว่าได้มีการสื่อถึงจังหวัดให้ช่วยสะท้อนถึงปัญหาในการปฏิบัติงาน เพราะผู้บริหาร ( อธิบดี รองฯเกรียงไกร รองฯไพโรจน์ และ ผอ . กอง / สำนัก ) มานั่งรับฟังด้วยตนเอง   ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ทุกคนได้ระบายความอึดอัด อัดอั้นตันใจในการปฏิบัติงาน ตั้งแต่เบี้ยเลี้ยง / ค่าน้ำมันรถยนต์ / วัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยในการปฏิบัติงานไม่พร้อม เจ้าหน้าที่ 1 คน รับผิดชอบหลายตำบล ปริมาณงานที่มีมากจนทำไม่ทัน ฯลฯ        

         หลัง coffee brak ท่านอธิบดีฯ ทรงศักดิ์ วงศ์ภูมิวัฒน์ ซึ่งนั่งฟังอยู่ตั้งแต่ต้น ได้ให้แนวทางในการดำเนินงานส่งเสริมการเกตษรแก้ผู้เข้าร่วมสัมมนาพอสรุปได้ว่า       

         ท่าน จับประเด็นจากการนำเสนอของทั้ง 5 จังหวัด รู้ว่า ปัญหาอยู่ที่ 4 M คือ       

  Man         - งานมาก เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบงานหลายตำ บล       

 Money     - เบี้ยเลี้ยง / ค่าน้ำมันไม่พอ     

 Material  - วัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน เช่น หมึกพิมพ์ สื่อต่าง ไม่พร้อม       

 Machine - รถยนต์ computer ไม่พร้อม

ดังนั้น    ต้อง เอา M ตัวที่ 5 คือ Management เข้ามาช่วยเพื่อให้งานของเราบรรลุตามภารกิจ โดยเฉพาะงานหลัก 3 เรื่อง ที่กล่าวไว้ข้างต้น คือศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน เป็นไปตามมติ ครม . เมื่อวันที่ 15 มิย .49 ในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงขึ้นใน 70,000 หมู่บ้าน ส่วนอาสาสมัครเกษตรเป็นไปตามระเบียบกระทรวงเกษตรฯที่ต้องการพัฒนาเกษตรกรในระดับพื้นที่ตำบลละ 14 คน ทำหน้าที่ในการพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ตัวเอง ซึ่งจะช่วยงานเจ้าหน้าที่ได้มาก จากเดิมที่แต่ละกรมฯในสังกัดกระทรวงเกษตรฯมีเกษตรกรอาสาในสังกัดของตัวเอง เช่น หมอดินอาสา ปศุสัตว์อาสา เป็นต้น ก็จะมีความเป็นเอกภาพมากขึ้นภายใต้ร่มเกษตรกรอาสาของกระทรวงเกษตรฯ ที่มีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบงานนี้ในระดับพื้นที่ ส่วนวิสาหกิจชุมชนเป็นไปตาม . . . วิสาหกิจชุมชนทีมีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นสำนักงานเลขานุการ ต้องพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งพึ่งตนเองได้      

         จากที่ฟังท่านอธิบดีฯ จะเห็นได้ว่าการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในช่วงต่อไป   ค่อนข้างชัดเจนว่าเขาจะ focus ตรงไหน ท่านย้ำว่าเราต้องแยกแยะงานให้ชัดเจนว่าอะไรเป็นงานหลัก อะไรเป็นงานรอง เพราะเรามีงานเยอะมาก ท่านต้องการเห็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรแต่ละคนวิเคราะห์งานหลักของตนเอง และทำเป็น PSA (Public Service Agreement) ให้ชัดเจน   

          ในช่วงบ่าย ผอ . วิทยา อธิปอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการวิสาหกิจชุมชน และ ผอ . สุขสันต์ มุกดาสนิท จากสำนักพัฒนาเกษตรกร ช่วยมาเติมเต็มข้อมูลให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเข้าใจเรื่องทั้ง 3 เรื่องให้ชัดเจนยิ่งขึ้น        

          หลังจากรับทราบโยบายและข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้วก็ได้มีการแบ่งกลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับตำบลออกเป็น 5 กลุ่มรายจังหวัด เจ้าหน้าที่ระดับอำเภอ 1 กลุ่ม   เจ้าหน้าที่ระดับจัหวัด  1 กลุ่ม เพื่อทำความเข้าใจทั้ง 3 เรื่อง ให้ชัดเจน โดยมีโจทย์ให้แต่ละกลุ่มทำงานคือ จากประสบการณ์ของแต่ละคนการรับรู้ข้อมูลข่าวสารในช่วงต้นของการสัมมนา ให้กลุ่มช่วยกันคิดว่าท่านต้องการเห็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน มีหน้าตาเป็นอย่างไร โดยให้คิดเชื่อมโยงทั้ง 3 เรื่อง ขับเคลื่อนไปด้วยกัน ( โดยโจทย์นี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจในแนวทางเดียวกันก่อน ) ซึ่งในช่วงเที่ยง ผมและคุณจือ ได้ประชุมร่วมกับกองแผนงานว่าเราจะออกแบบกระบวนการโดยในช่วงแรกต้องการสร้างความเข้าใจร่วมก่อน หลังจากนั้นในวันที่ 2 ค่อยมาให้ทุกคนคิดกระบวนการว่าถ้าต้องการเห็นการดำเนินงานตามข้างต้นจะมีแนวทางในการดำเนินงาน ( ขั้นตอน / วิธีการ ) อย่างไร จึงทำให้งานบรรลุผลได้        

          วันนี้ ผลจาการทำงานกลุ่มย่อย ได้ดำเนินการสรุปให้เห็นภาพรวมโดยใช้เทคนิค Mind Mapping เพื่อให้ทุกคนได้เห็นข้อสรุปร่วมและไปทำงานต่อในวันต่อไป ซึ่งผมก็จะต้องทิ้งให้คุณจือ ช่วยจัดดำเนินการกระบวนการสัมมนาต่อ เพราะผมได้นัดกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ( คุณจำลอง พุฒซ้อน ) ไปสกัดความรู้การผลิตและใช้น้ำส้มควันไม้ (Wood vinegar) ของกลุ่มเกษตรกรในอำเภอภาชี ในวันที่ 1 สิงหาคม  2549 ซึ่งได้นัดกันมานานแล้ว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ส่งเสริมการเกษตร
หมายเลขบันทึก: 43159
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

  • ขอบพระคุณมากครับที่บันทึกมาแบ่งปัน

ผมว่าถูกต้องแล้วนะครับที่เริ่มต้นนำกระบวนการแบบตกกระไดพลอยโจน ผมว่าหลายคนรวมทั้งตัวผมเองก็เป็นอย่างนี้ ตกกระไดหลายๆครั้ง ก็จะทำให้ขึ้นลงกระไดชำนาญไปเองแหละครับ มีบันทึกแบบนี้มาฝากครับ และผมเองก็เพิ่งจะทราบว่าคุณราญส่งเสริมเป็นคนใต้ จากการพูดคุยโทรศัพท์เมื่อบ่าย 4 โมงวันที่ 10 ส.ค.49 บอกนิดหนึ่งก็ดีนะครับว่าอยู่จังหวัดไหนครับ

บันทึกที่ผมเอามาฝาก ลิ้ง
ขอชมเชย หากเอาสามเหลี่ยมอีกรูปมาอธิบาย จะทำให้เข้าใจได้ดีกว่านี้

ต้องขออภัยทุกท่านครับ  ช่วงนี้งานยุ่งมากครับและอยู่ต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่จึงไม่ได้เข้ามาดูใน blog ตัวเองเลย  ต้องบอกครูนงว่าผมคนจังหวัดตรัง  แล้วเจอกันวันที่12-13 กันยายน 2549 นะครับ

 

ขอขอบพระคุณท่านรองฯไพโรจน์  ครับที่เข้ามาให้กำลังใจ