วันที่ 31 กรกฎาคม 2549 ได้เข้าร่วมงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรณโรงแรมโกลเด้นดรากอนจ.นนทบุรี ตอนแรกที่เดินทางไปก็คิดว่าตัวเองคือผู้ร่วมสัมมนาคนหนึ่งแต่พอลงทะเบียนผู้จัด (กองแผนงาน) บอกว่าจือกับสำราญช่วยในการจัดกระบวนการหน่อยอย่างไรก็ตกกระไดพลอยโจนแล้วได้ก็ได้ ก็ขอเล่าถึงการสัมมนาให้ฟังพอสรุปดังนี้
การสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องระดับพื้นที่ (จังหวัด อำเภอตำบล) ในการกำหนดแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในช่วงต่อไปที่กรมฯต้องรับผิดชอบงานหลักที่สำคัญ 3 เรื่องคือวิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงระดับชุมชนและอาสาสมัครเกษตรกร
บุคคลเป้าหมายมาจากตัวแทนของ 5จังหวัดคือชลบุรีนนทบุรี สุพรรณบุรีพระนครศรีอยุธยา และกทม.
กระบวนการสัมมนา
เริ่มด้วยการให้ตัวแทนทั้ง 5 จังหวัดในระดับพื้นที่ (เกษตรตำบล) เล่าประสบการณ์ในการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรคนละ 10 นาทีทราบว่าได้มีการสื่อถึงจังหวัดให้ช่วยสะท้อนถึงปัญหาในการปฏิบัติงานเพราะผู้บริหาร (อธิบดีรองฯเกรียงไกรรองฯไพโรจน์และผอ. กอง/สำนัก) มานั่งรับฟังด้วยตนเอง ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ทุกคนได้ระบายความอึดอัดอัดอั้นตันใจในการปฏิบัติงานตั้งแต่เบี้ยเลี้ยง/ค่าน้ำมันรถยนต์/วัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยในการปฏิบัติงานไม่พร้อมเจ้าหน้าที่ 1 คนรับผิดชอบหลายตำบลปริมาณงานที่มีมากจนทำไม่ทันฯลฯ
หลังcoffee brakท่านอธิบดีฯทรงศักดิ์วงศ์ภูมิวัฒน์ซึ่งนั่งฟังอยู่ตั้งแต่ต้นได้ให้แนวทางในการดำเนินงานส่งเสริมการเกตษรแก้ผู้เข้าร่วมสัมมนาพอสรุปได้ว่า
ท่านจับประเด็นจากการนำเสนอของทั้ง 5 จังหวัดรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ 4 M คือ
Man -งานมากเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบงานหลายตำบล
Money - เบี้ยเลี้ยง/ค่าน้ำมันไม่พอ
Material - วัสดุอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเช่นหมึกพิมพ์สื่อต่างๆไม่พร้อม
Machine - รถยนต์computer ไม่พร้อม
ดังนั้น ต้องเอาMตัวที่ 5 คือManagementเข้ามาช่วยเพื่อให้งานของเราบรรลุตามภารกิจโดยเฉพาะงานหลัก 3 เรื่องที่กล่าวไว้ข้างต้นคือศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนเป็นไปตามมติครม. เมื่อวันที่ 15 มิย.49 ในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงขึ้นใน 70,000 หมู่บ้านส่วนอาสาสมัครเกษตรเป็นไปตามระเบียบกระทรวงเกษตรฯที่ต้องการพัฒนาเกษตรกรในระดับพื้นที่ตำบลละ 14 คนทำหน้าที่ในการพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ตัวเองซึ่งจะช่วยงานเจ้าหน้าที่ได้มากจากเดิมที่แต่ละกรมฯในสังกัดกระทรวงเกษตรฯมีเกษตรกรอาสาในสังกัดของตัวเองเช่นหมอดินอาสาปศุสัตว์อาสาเป็นต้นก็จะมีความเป็นเอกภาพมากขึ้นภายใต้ร่มเกษตรกรอาสาของกระทรวงเกษตรฯที่มีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบงานนี้ในระดับพื้นที่ส่วนวิสาหกิจชุมชนเป็นไปตามพ.ร.บ.วิสาหกิจชุมชนทีมีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นสำนักงานเลขานุการต้องพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งพึ่งตนเองได้
จากที่ฟังท่านอธิบดีฯจะเห็นได้ว่าการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในช่วงต่อไป ค่อนข้างชัดเจนว่าเขาจะfocusตรงไหนท่านย้ำว่าเราต้องแยกแยะงานให้ชัดเจนว่าอะไรเป็นงานหลักอะไรเป็นงานรองเพราะเรามีงานเยอะมากท่านต้องการเห็นเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรแต่ละคนวิเคราะห์งานหลักของตนเองและทำเป็นPSA (Public Service Agreement)ให้ชัดเจน
ในช่วงบ่ายผอ.วิทยาอธิปอนันต์ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการวิสาหกิจชุมชนและผอ.สุขสันต์มุกดาสนิทจากสำนักพัฒนาเกษตรกรช่วยมาเติมเต็มข้อมูลให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเข้าใจเรื่องทั้ง 3 เรื่องให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
หลังจากรับทราบโยบายและข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้วก็ได้มีการแบ่งกลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับตำบลออกเป็น 5 กลุ่มรายจังหวัดเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอ 1 กลุ่ม เจ้าหน้าที่ระดับจัหวัด 1 กลุ่มเพื่อทำความเข้าใจทั้ง 3 เรื่องให้ชัดเจนโดยมีโจทย์ให้แต่ละกลุ่มทำงานคือจากประสบการณ์ของแต่ละคนการรับรู้ข้อมูลข่าวสารในช่วงต้นของการสัมมนาให้กลุ่มช่วยกันคิดว่าท่านต้องการเห็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนมีหน้าตาเป็นอย่างไรโดยให้คิดเชื่อมโยงทั้ง 3 เรื่องขับเคลื่อนไปด้วยกัน (โดยโจทย์นี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจในแนวทางเดียวกันก่อน) ซึ่งในช่วงเที่ยงผมและคุณจือได้ประชุมร่วมกับกองแผนงานว่าเราจะออกแบบกระบวนการโดยในช่วงแรกต้องการสร้างความเข้าใจร่วมก่อนหลังจากนั้นในวันที่ 2 ค่อยมาให้ทุกคนคิดกระบวนการว่าถ้าต้องการเห็นการดำเนินงานตามข้างต้นจะมีแนวทางในการดำเนินงาน (ขั้นตอน/วิธีการ) อย่างไรจึงทำให้งานบรรลุผลได้
วันนี้ผลจาการทำงานกลุ่มย่อยได้ดำเนินการสรุปให้เห็นภาพรวมโดยใช้เทคนิค Mind Mappingเพื่อให้ทุกคนได้เห็นข้อสรุปร่วมและไปทำงานต่อในวันต่อไปซึ่งผมก็จะต้องทิ้งให้คุณจือช่วยจัดดำเนินการกระบวนการสัมมนาต่อเพราะผมได้นัดกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (คุณจำลองพุฒซ้อน) ไปสกัดความรู้การผลิตและใช้น้ำส้มควันไม้(Wood vinegar)ของกลุ่มเกษตรกรในอำเภอภาชีในวันที่ 1 สิงหาคม 2549ซึ่งได้นัดกันมานานแล้ว
ผมว่าถูกต้องแล้วนะครับที่เริ่มต้นนำกระบวนการแบบตกกระไดพลอยโจน ผมว่าหลายคนรวมทั้งตัวผมเองก็เป็นอย่างนี้ ตกกระไดหลายๆครั้ง ก็จะทำให้ขึ้นลงกระไดชำนาญไปเองแหละครับ มีบันทึกแบบนี้มาฝากครับ และผมเองก็เพิ่งจะทราบว่าคุณราญส่งเสริมเป็นคนใต้ จากการพูดคุยโทรศัพท์เมื่อบ่าย 4 โมงวันที่ 10 ส.ค.49 บอกนิดหนึ่งก็ดีนะครับว่าอยู่จังหวัดไหนครับ
บันทึกที่ผมเอามาฝาก ลิ้ง
ขอชมเชย หากเอาสามเหลี่ยมอีกรูปมาอธิบาย จะทำให้เข้าใจได้ดีกว่านี้
ต้องขออภัยทุกท่านครับ ช่วงนี้งานยุ่งมากครับและอยู่ต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่จึงไม่ได้เข้ามาดูใน blog ตัวเองเลย ต้องบอกครูนงว่าผมคนจังหวัดตรัง แล้วเจอกันวันที่12-13 กันยายน 2549 นะครับ
ขอขอบพระคุณท่านรองฯไพโรจน์ ครับที่เข้ามาให้กำลังใจ