เมื่อเย็นวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ผมไปเป็นวิทยากรเครือข่ายการวิจัยของศูนย์ส่งเสริมสุขภาพภาคประชาชน ภาคเหนือ จังหวัดนครสวรรค์ พอเสร็จแล้ว ก่อนกลับกรุงเทพฯก็ได้เลยไปหาพรรคพวกที่หนองบัวเพื่อที่จะไปดูสถานที่และได้คุยกับคนที่จะเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยกันทำนิทรรศการ ร่วมกับงานงิ้วหรือเทศกาลงานประจำปีเจ้าพ่อเจ้าแม่และหลวงปู่ฤาษีนารายณ์ของหนองบัว ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ ๒๔-๒๘ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่จะถึงนี้ เพื่อช่วยกันทำให้เป็นโอกาสเรียนรู้และสร้างความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆของหนองบัวสะสมไปทีละเล็กละน้อย

                          Large_electricitygeneratornb 

ภาพวาดเกาะลอยในอดีตเมื่อกว่า ๔๐ ปีก่อน ปัจจุบันเกาะลอยที่อยู่ตรงกลางแอ่งน้ำไม่มีแล้ว แต่อาณาบริเวณโดยรอบของเกาะลอยก็ยังคงเป็นแหล่งจัดงานเทศกาลงานงิ้ว ไหว้เจ้าพ่อเจ้าแม่และหลวงปู่ฤาษีนารายณ์ของชุมชนหนองบัวอยู่อย่างสืบเนื่อง วาดภาพ : วิรัตน์ คำศรีจันทร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

                          

                         

พอไปถึงและได้เตรียมการต่างๆด้วยกันกับกำนันวิรัตน์ บัวมหะกุล กำนันตำบลธารทหารและเป็นลูกหลานคนหนองบัว เจ้าของโรงสีไฟศรีอุดม กับอาจารย์พนม จันทร์ดิษฐ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองไผ่ โรงเรียนที่สร้างคนสร้างอนาคตให้ลูกหลานคนหนองบัวแล้ว ก็ได้เห็นการซ้อมขบวนแห่สิงห์โต กระตั้วแทงเสือ และขบวนแห่ล่อโก๊ะ ของลูกหลานชาวไทยจีนหนองบัวและลูกหลานของคนหนองบัว อย่างขมักเขม้น

                      

                     

                     

                          

ผมเองเมื่อยังเด็กนั้น หลังจบประถมศึกษา ๔ ที่โรงเรียนวันครู(๒๕๐๔) ที่บ้านตาลิน ไกลออกไปจากอำเภอหนองบัวในยุคที่ไปกลับต้องใช้เวลาเดินเท้า ๑ วันแล้ว ก็เรียนในโรงเรียนที่ตัวอำเภออีก ๒ แห่ง คืออยู่ที่ โรงเรียนหนองบัว(เทพวิทยาคม) หรือปัจจุบันคือโรงเรียนอนุบาลหนองบัว ซึ่งเป็นโรงเรียนประถม ๓ ปี และโรงเรียนหนองบัวหรือในชื่อเรียกของคนท้องถิ่นว่าโรงเรียนหนองคอก ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยม อีก ๓ ปี รวมเป็น ๖ ปี ก็ได้เป็นสมาชิกของวงดุริยางค์ของโรงเรียน ได้ร่วมซ้อมและร่วมขบวนแห่งานเทศกาลประจำปีเจ้าพ่อเจ้าแม่และหลวงปู่ฤาษีนารายณ์ของหนองบัวอยู่ทุกปี แต่เนื่องจากพอเลิกเรียนก็ต้องกลับบ้านซึ่งอยู่ไกลจากตัวอำเภอ ๖-๗ กิโลเมตร ในขณะที่การซ้อมอย่างนี้เขาซ้อมกลางคืน ผมจึงไม่เคยเห็นงานเบื้องหลังการซ้อมและการเตรียมตนเองของขบวนแห่อย่างนี้มาก่อนเลย อีกทั้ง เชื่อว่าแม้คนในตลาดหนองบัวเองอีกเป็นจำนวนมากก็คงจะไม่เคยเห็น

                      

                      

                      

                      

                      

                      

                      

บริเวณที่ซ้อมกันนี้ ใช้สถานที่เกาะลอยอันเป็นบริเวณจัดงานตรงหน้าศาลหลวงปู่ฤาษีนารายณ์ เด็กๆซ้อมกันอย่างเข้มข้น จริงจัง ทั้งหมดเป็นคนหนองบัว ครูฝึกก็เป็นคนหนองบัว อุปกรณ์ที่ใช้ซ้อมเป็นของเก่าที่แตกและผุพัง ผสมผสานกับของที่จัดหาไว้สำหรับการซ้อม ในวันแห่จริงจะเป็นของชุดใหม่และคุณภาพอย่างดี

                      

                      

                      

เด็กๆที่กำลังฝึกหัด ประกอบด้วยทั้งเด็กรุ่นเก่าและรุ่นที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ทว่า ทั้งหมดอาสาตนเองเข้ามา ครูฝึกและผู้ใหญ่ที่ดูแลจะเปิดโอกาสเด็กทุกคนที่เดินเข้ามาขอเป็นผู้ร่วมขบวนแห่ต่างๆ ทั้งแห่สิงห์โต แห่ล่อโก๊ะ กระตั้วแทงเสือ หัวโต และอื่นๆ ได้ร่วมฝึกซ้อมและพัฒนาทักษะไปตามความถนัดของตนเอง ใช้เวลาฝึกซ้อมแต่ละปีมากกว่า ๑ เดือน และต้องสนับสนุนค่าใช้จ่ายมากกว่า ๑ แสนบาท

                      

การซ้อมจะกระจายกันออกไปซ้อมหลายแห่งในตัวอำเภอ เพราะหากอยู่ใกล้กันเสียงกลอง ล่อโก๊ะ และฉาบจะอึกกระทึกคึกโครมรบกวนกัน เด็กๆจะอดทนและพัฒนาทักษะได้เป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งมีจิตใจสู้มาก หากคนใดได้รับการคัดออกก็จะเสียใจและจะหาทางให้ผู้ใหญ่พากลับเข้ามาหัดจนได้ นับว่าเป็นกิจกรรมทางสังคมวัฒนธรรมของชุมชนที่ก่อเกิดและสืบสานกันไว้ด้วยพลังจิตอาสาอย่างแท้จริง

                         

                         

                         

                       

เด็กๆที่มีทักษะสูงก็จะสามารถพัฒนาตนเองไปเล่นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงและต้องพัฒนาการเรียนรู้ในตนเองอย่างเข้มงวด เช่น การกระโดดและเล่นกายกรรมในขบวนแห่สิงห์โต การต่อตัวและแสดงกายกรรมบนที่สูง เด็กๆที่ยังอยู่ในวัยไม่พร้อม แต่มีความสนใจ ก็จะออกไปนั่งเฝ้าดูการซ้อมอยู่เป็นประจำ นับเป็นการถ่ายทอดกันระหว่างรุ่นของรุ่นพี่รุ่นน้อง

                        

เมื่อถึงวันแห่จริง ขบวนแห่อันน่าตื่นตาตื่นใจก็จะแห่ไปทั่วทั้งอำเภอหนองบัว เป็นที่ประทับใจต่อคนทั้งอำเภอ ลูกหลานหนองบัวที่จากบ้านไปอยู่ถิ่นอื่นและได้กลับบ้าน รวมทั้งต่อผู้คนจากทุกแหล่งที่แวะไปเยือนหนองบัวในห้วงเวลานี้ของทุกปี

                       

สังคมและสิ่งแวดล้อมทางด้านต่างๆมีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในอนาคต กิจกรรมอย่างนี้ก็จะหาดูได้ยาก อีกทั้งวัฒนธรรมที่หล่อหลอมและเคลื่อนไหวไปบนวิถีชีวิตของชุมชนในลักษณะนี้ ก็จะหาสมาชิกรุ่นใหม่มาเรียนรู้และสืบทอดไว้ได้ยาก ภาพเหล่านี้จึงเป็นความงดงามและเป็นความทรงจำที่สะสมไว้อยู่กับชุมชนอำเภอหนองบัว นครสวรรค์ แหล่งที่มีความงดงามของความแตกต่างหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดนครสวรรค์และภาคเหนือตอนล่าง.