ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง แต่อยู่ที่การเดินทางต่างหาก

บางทีฉันรู้ึสึกว่าชีวิตเหมือนถูกโปรแกรมไว้
ตื่นแต่เช้า ขับรถไปทำงานให้ทันประชุมตอนแปดโมง
ตกดึก ขับรถกลับบ้าน...แวะทานข้าวเย็น
เข้านอน... บางวันยังหอบงานมาทำที่บ้านก่อนนอนอีก

เสาร์-อาทิตย์ออกไปเดินออกกำลังกายตอนเช้า
บ่ายๆเคลียร์งานต่อ
ตอนเย็นทานข้าวกับเพื่อน
เข้านอน...บางวันยังต้องทำงานก่อนนอนอีก
บ่อยครั้งฉันถามตัวเอง
ทำไมถึงใช้ชีวิตแบบนี้?
 
มันคงเป็นเพราะฉันเป็นคนใจร้อนมาแต่ไหนแต่ไร
แถมยังจริงจังเกินไปกับจุดมุ่งหมายชีวิตที่วางไว้
ตอนเป็นนักเรียนก็รีบเรียนให้จบ
พอทำงานก็รีบอยากไปให้ถึงจุดที่ใฝ่ฝันไว้
สิ่งเดียวที่แจ่มชัดในความนึกคิดคือจุดหมาย
นอกจากนั้น ทุกอย่างเป็นสีเทา

ด้วยความเร่งรีบ
บางวันฉันขับรถเร็วเกินไปจนเลี้ยวออกทางออกไม่ทัน
บางทีขับเลยที่ทำงานไปก็มี
ด้วยความเร่งรีบ
แม้ในช่วงออกกำลังกาย
บางที่เดิน...วิ่งเร็วเกินไป ฉันหกล้ม

พักหลังมานี้
อาจเป็นเพราะความเหนื่อยล้าที่สะสมมาเนิ่นนาน
หรือเพราะยังบาดเจ็บจากการหกล้ม
ฉันเริ่มขับรถช้าลง
ฉันเริ่มเดินช้าลง
ฉันมีเวลาใส่ใจสองข้างทางมากขึ้น
ฉันไม่หงุดหงิดเหมือนเมื่อก่อนเมื่อตอนมีรถติดบนทางด่วน
เพราะสองข้างทางมีต้นไม้ ดอกไม้ ให้ชื่นชม
หรือมีมิตรไมตรีบนท้องถนนให้เห็นบ่อยๆ
เวลาไปเดินที่สวนสาธารณะ
ฉันให้เวลาตัวเองตักตวงความสวยงาม
และสีสันของชีวิตน้อยใหญ่ตามรายทาง

ชีวิตฉันเองก็เริ่มมีสีสันขึ้นมามากขึ้น

ดังที่ใครเคยกล่าวเอาไว้
ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง แต่อยู่ที่การเดินทางต่างหาก
และการที่จะมีความสุขในระว่างการเดินทาง
เราต้องชะลอความเร็วลง
เพื่อให้โอกาสตัวเราได้สัมผัสกับความงดงามรอบตัวนั้น


เก็บสีสันจากการเดินช้าๆในเช้าวันนี้มาฝากค่ะ

 

แบบว่าอันนี้ ฉันจอง ใครอย่ามาแตะเด็ดขาด..

 

ที่เห็นเป็นรูนี่ ฝีปากเขาเองค่ะ...

 

ไม่ได้แอบดูค่ะ พวกเขาบินมาผ่านเลนส์พอดี...

 

เจ้าตัวนี้คงไปประทุษร้ายคนอื่นไว้ เลยต้องสร้างเกราะคุ้มกันตัวเองให้ดูน่าเกรงขามเพื่อจะบอกว่า อย่ามาแตะฉันเชียวนะ...

 

 

และนี...หนอนตัวนี้ โตขึ้นคงฉลาดน่าดู หัวโต๊โต..

 

ปีกบางสะท้อนแสงงดงามมากเลยค่ะ แต่เก็บความระยิบยับมาไม่ได้หมด ต้องเชิญดูของจริง..

 

พวกเขา busy จนไม่มีเวลาใส่ใจใครเลยค่ะ..

 

อืม.. หอม หวาน อร่อยจัง

 

 พวกเขาสู้กล้องใหญ่เลยค่ะ ไม่มีการเขินอายแม้แต่น้อย...

 

แววตา...