ไม่มีการเดินทางครั้งใดที่เราจะไม่ได้ข้อคิด ...และนี่ก็เช่นกัน การเรียนรู้และข้อคิดที่เกิดขึ้น อาจไปตรงกับใจใครหลายคน

เปลือกหอย..เปลี่ยนวิถีชีวิต: ส่วนหนึ่งของสิ่งที่เห็นและเรียนรู้ระหว่างการเดินทาง 1

 

การเดินทางจากภาคใต้สู่ภาคเหนือเพื่อเยี่ยมพระธรรมจาริกกับคณะสงฆ์ครั้งนี้ ได้แวะระหว่างทางตามสถานการณ์ และเวลาที่เหมาะสม ครั้งหนึ่งที่ได้แวะพักที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งที่เพชรบุรี เห็นเปลือกหอยแขวนเป็นโมบายมากมายก็เดินแวะดู เคยคิดว่าเฉพาะภูเก็ต กระบี่ พังงา ที่มีขายของพวกนี้มาก แต่ที่ปั๊มนี่ก็มากจริงๆ มีวางขายเป็นกองๆ ดังภาพ

 Large_shells 

ตั้งไว้ขายค่ะ

 คิดว่าหลายๆคนคงชอบเปลือกหอย  บางคนก็ชอบสะสม     Meepole เป็นคนหนึ่งที่ชอบสะสมเปลือกหอย (ที่เก็บเอง)  สมัยก่อนเมื่อเด็กๆไปเที่ยวทะเล นอกจากสูดกลิ่นไอทะเล ยืนโต้เกลียวคลื่นแล้วเรายังได้เพลิดเพลินกับการเก็บเปลือกหอยอีก เราจะได้เปลือกหอยบนพื้นทรายที่ถูกน้ำพัดพาเข้ามา ในอดีตจะเห็นเปลือกหอย ปลาดาว เศษปะการัง ตามชายทะเลมากมาย พ่อแม่ช่วยลูกทำกิจกรรมเก็บเปลือกหอยเคล้าเสียงหัวเราะ

.......แต่เกือบสิบปีมาแล้วจนปัจจุบันที่ไปชายทะเลแล้ว เห็นแต่เศษเปลือกหอยแตกๆ เปลือกหอยชิ้นเล็กๆ หอยหมวกเจ๊กยังคงมีให้เก็บเพราะมันไม่มีราคาอะไร แต่เปลือกหอยสวยๆแทบไม่มีเลย กิจกรรมบางส่วนหายไป รู้สึกเสียดายแทนเด็กๆสมัยนี้ที่เมื่อเขาไปทะเล จะขาดความรู้สึกผูกพันกับทะเลในส่วนนี้ไป แต่กลับจะได้ความรู้สึกใหม่ที่สามารถหาเปลือกหอยได้ง่ายๆจากการไปซื้อที่ร้าน ความรู้สึกภูมิใจที่เกิดจากการเก็บสะสมด้วยมือตัวเองทีละเล็ก ทีละน้อยคงเปลี่ยนไป 

 นี่ก็อีกกอง

 

meepole แม้ว่าจะชอบมากแต่ก็ไม่ค่อยอยากจะซื้อ จำได้เคยซื้อม่านที่ทำด้วยหอยไปฝากเพื่อนที่อังกฤษเพราะเธอเห็นจากเพื่อนที่มาภูเก็ตแล้วซื้อกลับไปและขอให้ช่วยหาให้ ขณะซื้อยังจำได้ว่ารู้สึกเขินๆกับใจตัวเอง .....ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะ อาจจะคิดไม่เหมือนใคร หรืออาจคิดมากไปหน่อย วันนั้นที่ปั๊มเห็นเปลือกหอยกองโตมากมาย รู้สึกเสียดาย สงสารหอยเหล่านั้น บางชนิดอยู่ทะเลลึกอย่างสบายในที่สุดก็แพ้ คน "ผู้ล่าที่เอาเปรียบ"  ที่ไปจับมันมาได้มากมาย นึกถึงตอนต้มเขา หรือแช่สารเคมีเพื่อเอาเนื้อออก แล้วเอาเพียงเปลือกมาให้เราประดับบ้าน แล้วก็รู้สึกเศร้าใจ

 

และที่น่าสงสารสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากกว่าเราก็คือ ปูเสฉวนที่ต้องคอยหาเปลือกหอยเป็นที่กำบัง อยู่อาศัย และเมื่อเขาโตขึ้นเขาก็ต้องหาเปลือกที่ขนาดใหญ่ขึ้นเปลี่ยน

ดังนั้นตอนนี้หากใครเคยชอบเที่ยวทะเลสมัยก่อนบ่อยๆจะเห็นความแตกต่างว่าเราไม่ค่อยเห็นปูเสฉวนมาเดินเล่นมากมายตามชายหาดเหมือนสมัยก่อนเพราะตอนนี้เขาเกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้วเพราะมันไม่มีที่อยู่ที่เหมาะสมกับเขา

ที่มา: http://en.wikipedia.org/wiki/Ko_Samui cartoontrip.blogspot.com

 

ปูเสฉวนมีตัวเล็กมาก มีขาสิบขาส่วนท้ายของ ลำตัวอ่อนนุ่มนิ่มมีลักษณะงอและโค้ง ไม่มี กระดอง แข็งหุ้มดังเช่นปูอื่นทั่วไปปูเสฉวนจึงต้องหาสิ่งอื่นไว้เป็นที่กำบัง ป้องกันตัวตลอดเวลา และสิ่งที่ปูเสฉวนใช้ คือเปลือกหอยฝาเดียว ที่ตัวหอยตายไปนานแล้ว มีอยู่มากมายตามชายหาด ปูเสฉวนจะเลือกเปลือกหอยที่เหมาะพอดีกับตัว แล้วถอยหลังเข้าไปอยู่ในเปลือกหอย

 

เราอาจเคยได้เห็นภาพเจ้าปูเสฉวน เก็บเอา "ขยะ" ไม่ว่าจะเป็นขวดแก้ว กระป๋อง กล่องฟิล์ม กล่องนม ท่อพลาสติก ที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้เกลื่อนกลาดบนชายหาด มาสร้างเป็นที่กำบังหลบภัยแห่งใหม่แทน เนื่องจากมันหาเปลือกหอยมาทำเป็นที่อยู่อาศัยได้ยากเต็มที ดูแล้วเศร้านะคะ  เมื่อคิดว่า ที่นี่ทะเลไทย  

 (นิพนธ์ พงศ์สุวรรณ ถ่ายภาพนี้)

เคยมีการขอร้อง ขอให้นักท่องเที่ยวเลิกเก็บเปลือกหอยตามชายหาด จริงๆแล้วไม่ไช่เฉพาะนักท่องเที่ยว แต่ควรเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ค้า ที่พากันเก็บเปลือกหอยและรับซื้อไปขายมากกว่า เพราะนั่นเท่ากับเป็นการทำลายบ้านและชีวิตของปูเสฉวนอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

เคยมีหน่วยงานอุทยานแห่งชาติทางทะเล สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จัดโครงการคืนเปลือกหอยให้ปูเสฉวน เพื่อช่วยอนุรักษ์ปูเสฉวน แต่ก็เป็นเพียงกระแสในช่วงหนึ่ง ไม่ได้ฝังในจิตสำนึก และในอนาคตอันใกล้ปูเสฉวนอาจสูญพันธุ์ เหลือเพียงรูปถ่าย หรือภาพวาดให้คนรุ่นหลังดูเท่านั้น แล้วเราจะโทษใคร เปลือกหอย..เปลี่ยนวิถีชีวิตจริงๆ

 

 

 

 

ที่มารูป: http://www.squidoo.com/about-hermit-crabs