ตอน การขอย้ายในครั้งแรก...

 

 

 

ตอน...การขอย้ายในครั้งแรก...

 

 

          หลังจากที่ผู้เขียนได้ทำงานที่สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอทับคล้อ สังกัด สปจ.พิจิตร เป็นเวลา 2 ปี กว่า เมื่อ 29 ตุลาคม 2533 ผู้เขียนก็ได้ขอย้ายไปดำรงตำแหน่งใหม่ที่สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเนินมะปราง สังกัด สปจ.พิษณุโลก สมัยนั้น...เนื่องจากเพื่อให้อยู่ใกล้ ๆ กับบ้านหรือครอบครัวนั่นเอง...แต่อนิจจา!...สปอ.อื่นใน สปจ.พิษณุโลก ไม่มีตำแหน่งให้ผู้เขียนได้ดำรงตำแหน่งมีแห่งเดียว คือ สปอ.เนินมะปราง สมัยก่อนความที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวจึงทำให้ผู้เขียนต้องไปเช่าบ้านอยู่เนื่องจากไม่สามารถที่จะเทียวไป – กลับได้ ผู้เขียนคิดว่า ก็ยังดีที่ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก ต่อไปค่อยขยับเข้าไปใกล้บ้านอีกครั้งหนึ่งก็แล้วกัน...เป็นปกติที่ผู้เขียนก็ต้องเทียวกับบ้านทุกสัปดาห์ ไม่มีสัปดาห์ไหนจะไม่ได้กลับ...นี่คือ...”ความรับผิดชอบ” ของผู้เขียนก็ว่าได้ “ความรับผิดชอบต่อครอบครัว ต่อหน้าที่ของแม่ที่มีต่อลูก ต่อหน้าที่ของลูกที่มีต่อพ่อ – แม่”...

 

 

          ผู้เขียนได้มาดำรงตำแหน่งที่นี่ ได้รับมอบหมายให้ทำงานเกี่ยวกับเรื่อง งานบริหารทั่วไป การรับ – ย้ายเด็กนักเรียน สวัสดิการร้านค้า การขอมีอาวุธปืน งานประชาสัมพันธ์ งานประกาศ ฯ การมอบรางวัล ฯ งานพิธีการต่าง ๆ การเปิดสำนักงาน งานประสานกับส่วนราชการต่าง ๆ ฯลฯ และทุก ๆ เรื่องที่อยู่ในงานบริหารทั่วไป ทำให้ผู้เขียนได้รับประสบการณ์ในด้านการบริหารงานทั่วไป ซึ่งผู้เขียนคิดว่า “เป็นงานเบ็ดเตล็ด ทั่ว ๆ ไป เมื่อไม่มีหน่วยงานใดรับงาน ฝ่ายที่ต้องรับทำงาน ก็คือ “งานบริหารทั่วไป” นั่นเอง...ซึ่งไม่เหมือนกับงานการเจ้าหน้าที่ในครั้งที่ผู้เขียนได้บรรจุรับราชการที่ สปอ.ทับคล้อ ในครั้งแรก...ผู้เขียนได้อยู่ที่นี่ ทำให้ได้เรียนรู้จากหัวหน้างาน ก็คือ พี่ทองสุด นงนุช ซึ่งได้สอนงานให้ผู้เขียนได้มีความรู้ มีประสบการณ์ในด้านงานบริหารทั่วไป เพราะผู้เขียนจะเป็นคนที่ไม่เกี่ยงงาน งานใดที่ต้องช่วยกันเพื่อให้งานได้สำเร็จ ลุล่วง ผู้เขียนก็จะช่วยทำ เพราะนั่นคือ “หน้าที่” เราได้รับเงินเดือนของทางราชการ ผู้เขียนได้เรียนรู้งานบริหารทั่วไปค่อนข้างมาก ๆ เพราะเราอยู่ที่นี่ เราจะอยู่กันในฐานะ พี่ – น้อง มากกว่า เจ้านาย – ลูกน้อง เพราะพวกเราถือว่า “อำนาจ” ไม่มีตัวตน มันเป็นไปตามโครงสร้าง ตำแหน่ง แต่สิ่งที่พวกเราได้รับ นั่นคือ...”ความมีน้ำใจ” ต่อกันมากกว่าสายบังคับบัญชา...

 

 

          บางครั้ง ทำให้ผู้เขียนนั่งทบทวนเรื่องประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่า...”การที่ตัวเราได้ทำงานมาก ๆ ทำให้เราได้รับความรู้ + ประสบการณ์ในการทำงานในแต่ละที่แต่ละแห่งและเป็นประโยชน์สำหรับตัวเราเป็นอย่างมาก”...สมัยก่อนไม่ได้นึกหรอกว่า “ความรู้ตอนนี้จะสามารถนำมาช่วยแก้ไขปัญหาในยุคปัจจุบันนี้ได้...เพียงแต่คิดว่า...”ทำงานเพราะใจรักในงานมากกว่า...ทำงานแล้วทำให้ใจเรามีความสุข...เรียกว่า “ทำงานด้วยใจรักในงานมากกว่า”...ไม่คิดที่จะเกี่ยงงาน แม้แต่น้อย...ซึ่งปัจจุบันนี้ พี่ทองสุด ได้เห็นและเคยพูดคุยกับผู้เขียนมาเสมอว่า “เป็นเพราะผู้เขียนใฝ่รู้ ใฝ่เรียน จึงมามีตำแหน่งที่ดีได้ในระดับหนึ่งในวันนี้”...

 

 

           เทคนิคการขอย้ายของผู้เขียนในครั้งแรกนี้...ผู้เขียนจะใช้วิธี “ขอพบ ผอ.ปจ.ด้วยตนเอง” นี่คือ..."ความกล้าของผู้เขียนอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนมีอยู่ในตัวเอง"...เพื่ออธิบายถึงปัญหาเกี่ยวกับการย้ายเพื่อขออยู่รวมกับคู่สมรส ดูแลบุตร ดูแลบิดา – มารดา จะเข้าไปเพื่ออธิบายด้วยตัวต่อตัว และก็เขียนคำร้องขอย้ายตามมา...การย้ายของผู้เขียนในแต่ละครั้ง ขอบอกได้เลยว่า...”ไม่เคยเสียเงิน แม้แต่บาทเดียว”...อยู่ที่ระบบคุณธรรมของผู้บังคับบัญชา ซึ่งทำให้ผู้เขียนภูมิใจมาก ๆ กับการรับราชการ เพราะผู้เขียนได้ตั้งปณิธานไว้ตั้งแต่แรกว่า...”การรับราชการของผู้เขียน จะต้องไม่มีการเสียเงิน”...ได้ย้ายก็ย้าย ไม่ได้ย้ายก็ไม่ต้องย้าย นี่คือ...”อุดมการณ์ในใจของผู้เขียน”...เมื่อตัวเราเองตั้งมั่น ก็ขอให้ตั้งใจให้แน่วแน่ แล้วทำอย่างที่เราตั้งใจไว้...สำหรับใครต่อใครที่เสียเงิน ก็ช่างเขา ผู้เขียนจะไม่นำมาเปรียบเทียบกับตัวเอง เพราะตัวเราตั้งความหวัง ความมีอุดมการณ์ไว้แล้ว...ใครจะเสียเงินก็ช่างเขา...มันจึงทำให้มาเป็นผู้เขียนในวันนี้ได้...เรียกว่า “มีความภาคภูมิใจกว่ากันเยอะเลยค่ะ”...สมกับคำที่ว่า “คนของพระราชา  ข้าของแผ่นดิน”...ซึ่งฝังอยู่ในส่วนลึกของจิตใจผู้เขียนมาตลอดเวลา....

 


อ่านประสบการณ์ชีวิตของการทำงาน "รับราชการ" ทุกฉบับ

ได้จากที่นี่...

ประสบการณ์ชีวิตของการทำงาน "รับราชการ"