“วิสัยทัศน์” เพื่อการพัฒนาประเทศไทย

ที่น่าจะเป็นวิสัยทัศน์ในการกำหนดแผนและนโยบายชาติ ให้เป็นรูปธรรม ปฏิบัติได้จริง และยั่งยืน

จากการประชุมรับฟังความเห็นต่อร่างแผนพัฒนาฉบับที่ ๑๑ ที่ขอนแก่น ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๑ มีนาคม ๒๕๕๔ นั้น

ในระหว่างการเตรียมเสนอของกลุ่มย่อยที่ผมมีส่วนร่วม

เราได้เตรียมการนำเสนอสรุปประเด็นความเห็น เพื่อการนำเสนอต่อกลุ่มใหญ่ ที่คิดว่าควรเริ่มที่แนวคิด และวิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศ

ที่ได้คิดมาจาก หลักการสามเส้า ที่เป็นจุดแข็งและศักยภาพของประเทศไทย ที่เริ่มจาก

  • ที่ตั้งของประเทศไทย
    • เป็นเขตที่อุดมสมบูรณ์ ในเขต ๗ % ที่ดีที่สุดของโลก ในไม่เกิน ๒๐ ประเทศทั่วโลก
    • มีแสงแดด อุณหภูมิ ที่พอเหมาะพอดี
    • ไม่มีปัญหาธรรมชาติที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดินไหว พายุ ภาวะแห้งแล้ง มีเพียงเล็กน้อยประปราย
    • เหมาะแก่การผลิตอาหาร และอยู่อาศัย
    • อาจต้องใช้ความรู้ในการปรับปรุง และพัฒนา แบบ “ไม่ทำลาย”
  • 

 

  • หลักคิดในการพัฒนา

    • มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นต้นคิดในการพัฒนาที่ถูกต้อง ยั่งยืน
    • มีพระราชดำริ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำทางในการพัฒนา
    • มีปราชญ์และเครือข่าย น้อมนำปรัชญาไปปฏิบัติจนได้ผลที่เป็นรูปธรรม
    • ได้ความรู้ และภูมิปัญญาที่ปฏิบัติได้ผลจริง  

 

  • ระบบสนับสนุนการพัฒนา

    • การเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตย
    • แผนและนโยบายที่มีส่วนร่วมทุกภาคส่วน
    • มีระบบราชการที่พร้อมจะนำความรู้ทางวิชาการเข้ามาสนับสนุนการทำงานพัฒนาที่เป็นจริงและยั่งยืน
    • มีงานวิจัยและพัฒนาความรู้แบบมีส่วนร่วม
    • มีการถอดบทเรียนจาก “นักปฏิบัติ” ให้เข้าใจเชิงทฤษฎี เพื่อการขยายผลการพัฒนาที่ยั่งยืน
    • แต่ยังต้องการการพัฒนาความเข้าใจและทำงานแบบเครือข่าย แบบ “พหุภาคี” และ “บูรณาการ”

ทั้งสามเส้าที่ควรจะสอดคล้องกัน

ที่น่าจะเป็นวิสัยทัศน์ในการกำหนดแผนและนโยบายชาติ ให้เป็นรูปธรรม ปฏิบัติได้จริง และยั่งยืน

ที่ผมคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์ที่ควรนำมาบันทึกไว้ครับ

สวัสดีครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้เพื่อชีวิต



ความเห็น (6)

sr
IP: xxx.211.143.160
เขียนเมื่อ 

The major ingredients are there.

But a good binding spice (catalyst) is missing. Thailand is just an object, a piece of land or 'well-run' system. We need to look more at 'people' -- in non-academic ways --. Ordinary people who live, work and die ordinarily are the major part of the country. The health and wealth of ordinary people make the country strong and livable.

"...อาจต้องใช้ความรู้ในการปรับปรุง และพัฒนา แบบ “ไม่ทำลาย”..." shows we care little about people (resource) and "would develop people only if we need to". By not developing people, we are "destroying" people!

In the future, our land may be 'hotter', seriously lacking in fresh water, severely contaminated by toxic chemicals, plagued by diseases, drugs, weakening defence capability (including economic immunity), ... We have yet to address 'risks' from diversity and variability (ie. we need 'plan B, C, ...').

Truely, a vision has not emerged. Should Thailand be full of farms and gardens producing food in healthy conditions, or littered with factories and polluted landscape? Should all people be more happy, or a few people be more wealthy?

If we do adopt 'sufficiency economy', let us create infrastructures that support 'sufficiency system' -- make that high priority with adequate funding and 'clear and accountable targets'.

ครับ

การเห็นสิ่งที่เป็น "ศักยภาพ" ตรงกันเป็นเบื้องต้น น่าจะนำไปสู่การพัฒนาที่ดีกว่า

function ของคนอยู่ในส่วนที่สอง ที่เป็นวิถี "เศรษฐกิจพอเพียง" ที่น่าจะทำให้คนมีความโลภน้อยลง และทำลายน้อยลงครับ

แต่สิ่งที่ขาดไป ภายใต้วิสัยทัศน์นี้คือ แผน และการปฏิบัติที่ดี ที่เหมาะสมครับ

ที่เราได้เสนอไว้แล้ว

เขาจะนำไปใส่ไว้หรือไม่ หรือ แม้จะใส่ไว้ ก็ไม่แน่ว่าใครจะสนใจทำตาม

เพราะที่ผ่านมา ก็ไม่มีใครสนใจเท่าไหร่

ตรงใจก็อ้าง ไม่ตรงใจก็ทำเป็นลืม อยู่แล้ว

มันเป็นเช่นนั้นเองครับ

อีกทางหนึ่งคือ ทำให้แผนเป็นกฏหมาย

ถ้าใครไม่ทำตามถือว่าผิดกฎหมายครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะดร.แสวง รวยสูงเนิน

เป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นรัฐบาลส่งเสริมด้านการผลิตพืชผักผลไม้ที่มีคุณภาพ ส่งเสริมการทำเกษตรกรรม อย่างครบวงจร พืชผักผลไม้ของไทยเรารสชาติดีมาก และบางชนิดไม่มีที่ใดในโลก รัฐควรส่งเสริมสนับสนุนในเรื่องการรักษา การแปรรูป การถนอมอาหาร ก่อนส่งออกให้มีคุณภาพ เคยซื้อกล้วยน้ำว้าแช่แข็ง มาทำกล้วยบวชชี ปรากฏว่าฝาด กินไม่ได้เลย ซื้อทุเรียนแช่แข็งทั้งลูกมาพบว่าข้างในเละเกือบทั้งลูก ซื้อขนุนแช่แข็งสีสวยดีแต่ช้ำเกือบทั้งแพคและไม่หวานเลย

sr
IP: xxx.215.214.145
เขียนเมื่อ 

We know and appreciate the 'big job' in planning for the future for 65+ millions people. What can 65+ millions people do? Apart from eating, sleeping, making more people, dying, burning candles and incense, ...

Yes, we have to look at the 'arena' where we are living and playing 'life games'. There will be many games and many prizes all mixing in space and time. It would be good to have more data about the lands, the seas, the lifeforms, the chemicals, ... the people's demands for survival and for greeds, and ... (we need to list them.)

Demographic data is sadly missing! We are lacking '(ac)countable' data [all about things we can count/measure] and uncountable data [all the rest that we cannot count like happiness, love, friendship, honesty, ...]. Perhaps the 'next National Develpment Plans' should be more about 'the unaccountable' [as history would have shown that governments have failed to manage the '(ac)countable' anyway; and we have to bring about social characters and reconfiguration that would change the dynamical direction of our country.

In sum, we have tried materialistic ways -- we failed. Shouldn't we look outside the economic box and see our real world as it is?

ครับ

ตอนนี้เราไปติดที่ "เกมตัวเลข" จนแทบลืมความเป็นจริงของชีวิต

บางทีผมก็อยากถามว่า

คนที่วางแผน ได้สัมผัสแผนอย่างเป็นจริงในชีวิตจริงๆหรือไม่

หรือเพียงเป็นกิจกรรม "หาเงิน" แล้วก็ลืมไปเลย

เพราะถ้าเขาสัมผัส "ผลของแผน" ด้วยชีวิตของเขาแบบตรงไปตรงมา เราน่าจะมีแผนที่ดีกว่านี้มานานแล้วครับ

ขอให้ทุกท่านช่วยกัน ผมจะทำดีที่สุดในทุกโอกาสครับ

เขียนเมื่อ 

เรียนท่านอาจารย์แสวงที่เคารพ

    หลังๆมานี้ท่านอาจารย์เขียนขึ้นบล๊อกเรียกได้ว่าเป็น หัวใจการพัฒนาแบบเข้มข้น เป็นบริเวณคอขวด จุดตาย หรือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ระบบพัฒนาไปไม่ได้ หรือทำงานได้ไม่ดี กระผมเห็นอย่างนั้นด้วยจริงๆครับผม สิ่งที่อาจารย์เขียนนั้นตรงประเด็น ชัดเจน มีเชิงประจักษ์แบบไม่อ้อมค้อม สามารถ ชั่ง ตวงวัด ได้ รู้สึกว่าก่อนจะเกษียณท่านอาจารย์ได้ฝากความคิดไว้ทรงคุณค่าจริงๆ ครับผม

ด้วยความเคารพครับผม

   นิสิต