เสวนาส้มตำในตอนนี้ ตามคำเรียกร้องของคู่สนทนาครับ
หยิบยกมาจากบันทึก สนามหลวง .. เมื่อต่างคิดว่า ต่างทำมาหากิน ??? เนื่องจากคู่สนทนาอยากให้เสวนาเรื่องราวจากบันทึกของ อิสรชนอย่างมาก เพราะเรื่องราวในบันทึกของอิสรชนที่เผยแพร่นั้น เมื่อเปรียบเทียบกับอีกหลายบล็อก มีผู้ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจำนวนน้อยกว่าบล็อกอื่นๆ

คู่สนทนา  ๑ - "ชาว gotoknow ส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสงานเพื่อสังคมในแบบอิสรชน คงจะสงวนท่าที เพราะหากแสดงความคิดเห็นออกมา อาจจะผิดพลาดได้ "


คู่สนทนา ๒ -  "บล็อกอื่นๆแสดงข้อคิดเห็นได้ง่ายกว่า อ่านเพลินกว่า จรรโลงใจกว่า ทั้งๆที่ความจริงแล้ว หากผู้มีความรู้หลายท่านมาแลกเปลี่ยนด้วย จะได้แนวคิดที่หลากหลายที่กลุ่มคนทำงานเพื่อสังคม จะนำไปปรับปรุงการทำงานให้ดีมายิ่งขึ้น"

นายบอน -  "ความจริงก็มีอยู่แล้ว แม้จะมีความคิดเห็นที่น้อย เมื่อเทียบกับบล็อกอื่นๆ แต่ก็เป็นส่วนที่เติมเต็มให้กับคนที่ทำงานเพื่อสังคมได้เหมือนกันนะ "


อิสรชน - "ยาม ค่ำคืนของสนามหลวงและคลองหลอดวันนี้ก็คล้าย ๆ กับทุก ๆ วันที่ผ่านมา แต่อากาศอาจจะเหน็บหนาวกว่าวันก่อน ๆ ลงไปนิด อันเนื่องมาจากฝนเพิ่งซาเม็ดลงไป ผู้คนที่เดินทางผ่านไปมาในสนามหลวงก็ยังจอแจอยู่คละเคล้ากับ ฅนสนามหลวง ที่ทำมาหากินอยู่ในสนามหลวงเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา........."



คู่สนทนา ๑ -  "สังเกตดูแล้ว คนที่ทำงานด้านนี้จะมีทักษะในการถ่ายทอดเนื้อหาสูงมากๆ เพราะเนื้อหาทางด้านนี้  คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความใส่ใจมากนัก ฟังๆแล้วก็ผ่านๆไป ทำให้คนที่ทำงานด้านนี้ ยิ่งต้องพัฒนาทักษะของตัวเองให้มากกว่าคนอื่นๆ เพื่อบอกสิ่งที่คนไม่ใส่ใจให้ น่าสนใจให้ได้"

คู่สนทนา ๒ - "ยิ่งมีช่องทางสื่อสาร ช่องทางการรับรู้ที่จำกัด ยิ่งจะต้องแก้โจทย์ตรงนี้ให้ได้ ดูข้อความที่พี่อิสรชนเขียนนำ เหมือนอ่านสารคดีเลย"

อิสระชน -" กว่า ขวบปีที่ สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน เข้าทำงานในพื้นที่สนามหลวงอย่างเต็มตัว สร้างความคุ้นเคย และศึกษาเรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของ ฅนสนามหลวงอย่างเจาะลึก จน เรียกได้ว่า หากวินาทีนี้ใครต้องการทราบข้อมูลลึก ๆ ของสนามหลวงต้องถาม อิสรชน ..."


คู่สนทนา ๑ -  " ที่สนามหลวงมีคนเยอะมากๆ มาทำกิจกรรมหลายอย่าง ดูท่าทางทีมงานของอิสรชนจะกลมกลืนกับกลุ่มคนที่อยู่ในสนามหลวงจนเป็นเนื้อเดียวกันเลย"

นายบอน -  "ที่ไหนมีคน ที่นั่นมีปัญหา มีประเด็นให้ต้องคิด และแก้ไขแน่นอน การที่อิสรชนมีข้อมูลลึกๆที่สนามหลวงแล้วเข้าไปทำงานในส่วนนี้ สะท้อนไปถึงหน่วยงานของรัฐที่ไม่เคยสนใจในจุดนี้ ทั้งๆที่มีความพร้อมมากกว่า หน่วยงานต่างๆ จะมีข้อมูลลึกเท่ากับอิสรชนหรือเปล่านะ "


อิสระชน - "การทำงานในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยจะเหมือนชาวบ้านเขาทำกันนั้น จะถือได้ว่าเป้นจุดแข็งในการทำงานของอิสรชนอย่างหนึ่งก็เห็นจะไม่ผิด เพราะเราทำงานในช่วงเวลาที่คนอื่น เขากลับเข้าบ้าน บางคนหยอกล้อมีความสุขกับครอบครัว บางคนก็พักผ่อนนอนหลับหลังจากที่ทำงานในช่วงกลางวันมาทั้งวัน แต่ อิสรชน ในช่วงกลางวัน เรา นั่งทำงานเอกสารบ้าง ทำงานอื่น ๆ ที่ ไม่หนักจนเกินไป และจากนั้น เมื่อชีวิตกลางคืนเริ่มเข้าสู่การเริ่มต้น อิสรชน ก็ จะออกไปพบปะกับ ฅนสนามหลวงที่ส่วนมากจะใช้ช่วงเวลากลางคืนทำมาหากิน ในหลากหลายสาขาอาชีพดั่งที่เคนเล่าให้ฟังไปบ้างแล้ว..."

คู่สนทนา ๑ - "หลายคนชอบตีค่าว่า การทำงานตอนกลางวัน เป็นเรื่องปกติ งั้นคนกลางคืนก็ไม่ปกติสิครับ ความจริงก็แค่มีชีวิตกันคนละช่วง คิดกันคนละแบบ ไม่ว่าจะมีวิถีชีวิตช่วงไหนก็ต้องมีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงกันทั้งนั้น "

คู่สนทนา ๒ - "แต่ความมืดของสีดำ มีอะไรซุกซ่อนอยู่มากมาย เกิดอะไรขึ้นได้ทุกอย่าง เวลาที่เกิดเหตุร้ายในตอนกลางคืน มันน่ากลัวกว่าตอนกลางวันมากๆ ข้อสังเกตที่ได้ ถ้าปัญหาเกิดในจุดที่เป็นศูนย์กลาง สถานที่ที่น่าสนใจ มักจะมีกลุ่มที่เข้าไปทำงานแก้ไข เช่นที่สนามหลวง แต่ในเมืองเล็กๆอย่างกาฬสินธุ์ ไม่มีอะไรน่าสนใจ สนามหน้าศาลากลางก็ไม่ได้เป็นจุดสำคัญเท่าสนามหลวง แต่ก็มีคนไร้บ้านมาพักพิงอาศัยอยู่ในบริเวณสนามหน้าศาลากลางเช่นกัน ไม่มีใครหยิบเรื่องราวมาถ่ายทอดในแบบนี้บ้างเลย "

นายบอน - " ในเมื่อติดตามอ่านบันทึกของอิสรชน และตัวเองก็มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นใกล้ๆตัวแล้ว ทำไมไม่นำแนวคิดของอิสรชนมาลองทำอะไรเพื่อสังคมบ้างล่ะ อาจจะได้ทำอะไรที่ดีๆให้สังคมบ้าง ยิ่งถ้าได้เข้าไปสัมผัสจริงๆ ย่อมจะเข้าใจในสิ่งที่อิสรชนได้พยายามเขียนอธิบายมาหลายๆบันทึก  มานั่งอ่านให้ผ่านโสตประสาทเฉยๆหรือจะสู้ได้สัมผัสกับของจริง เหมือนได้เข้าไปโลดแล่นในตัวอักษรของอิสรชนอย่างถึงก้นบึ้งเลยทีเดียว"

คู่สนทนา ๑ -  "พี่อิสรชนก็เขียนเล่าอะไรหลายอย่างให้ข้อคิดแนวทางหลายอย่าง ที่จริงถ้าจะออกไปพบปะไปหาข้อมูลเชิงลึกของคนที่มาค้างแรมในสนามหน้าศาลากลางในตอนกลางคืน ก็น่าจะทำได้ เพราะเป็นเพียงกลุ่มคนไร้บ้านเท่านั้น ไม่ใช่กลุ่มที่ขายบริการ"



อิสระชน -  " วัน ก่อน มีโอกาสได้ไปพบปะกับสถานการณ์เดิม ๆ ที่ เริ่มจะ คุ้นชินมากพอสมควร กับการที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ออกตระเวณกวดจับผู้ค้าบริการบริเวณรอบสนามหลวง ริมคลองหลอดและสวนหย่อมพระแม่ธรณีบีบมวยผม ที่ จากเดิม หญิงสาวที่อยู่ในละแวกนั้น จะวิ่งหนีกันเป็นพลวัน มาเดี๋ยวนี้ พอเห็นตำรวจขับรถกระบะ ขับรถจักรยานยนต์ ซ้อนท้ายกันมาหลาย ๆ คัน มาเป็น เดิน มาที่รถ และ ขึ้น ท้ายกระบะ ไปที่ สถานีตำรวจอย่างเต็มใจ วัน ๆ นึง สองสามเที่ยว ไม่นาน ก็ กลับมา อยู่ในบริเวณเดิมอีก  พร้อมกับ คำพูดเสียดสีประชดประชัน ที่ ฟังแล้วไม่รู้จะสะใจหรือ สลดใจดีว่า .. “ไปเสียค่าที่มาแล้ว วันนี้ ก็ สบาย ขายได้ ไม่ต้องกังวล อย่างว่า เข้าใจ ต่างคนต่างทำมาหากิน ???” ... อยากจะให้ตำรวจมาได้ยินกับหูเสียจริง"

คู่สนทนา ๑ -  " สังคมทุกวันนี้ ถ้าไม่ประสานผลประโยชน์ให้ลงตัว ท่าทางจะยืนอยู่ในสังคมนี้ไม่ได้แน่ๆ หาผลประโยชน์กันได้ทุกรูปแบบ"

คู่สนทนา ๒ -  " เหมือนกลุ่มคนทำงานเพื่อสังคม และกล่ม NGO นี่แหละ ที่มองปัญหาได้ทุกเม็ด ค้นหาช่องทางได้เสมอ ใส่ใจในสิ่งที่ผู้ที่ควรจะดูแลแก้ปัญหาในส่วนนี้ แต่ไม่ลงมือทำ อย่างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ที่ควรจะต้องบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชน แต่กลับกลายเป็น บำบัดทุข์ บำรุงสุขของตัวเองไปซะแล้ว  "
 


อิสระชน -  "เรา ในฐานะคนทำงานในพื้นที่ ก็ ต้องตามอธิบาย ให้พวกเธอฟัง จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจนั้น คงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่ที่แน่ ๆ ตำรวจ สน.นี้ ก็ ได้รับการมองอย่างเอื้ออาทร จาก ผู้หญิงขายบริการ ในบริเวณนี้ไปแล้ว ล่ะว่า เข้าใจต่างคนต่างทำมาหากิน ??? เป็นผม นะ ผม คงสะอึก ไม่น้อย ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะจากคำบอกเล่า ของ ผู้หญิงละแวกนั้น เธอบอกว่า ปรับครั้งนึงต่อคน ก็ 500 บาท วันที่ไปเจอ เห็นขึ้นรถไป ราว ๆ เที่ยวละ 10 คน 3 เที่ยว ถ้า ปรับเต็มจำนวนตามที่ เธอ ๆ ทั้งหลายบอกจริง ๆ คืน ๆ นึง กับเฉพาะค่าปรับในกรณีนี้ ก็ กว่า 15,000 บาท เดือนนึง 30 วัน โอ.. จำนวนมากเลยทีเดียว...???"


คู่สนทนา ๑ -  " สังคมในปัจจุบัน พยายามประนีประนอมและปรับตัวให้อยู่ได้กับความไม่ถูกต้องเข้าไปทุกที จริยธรรม คุณธรรมที่เคยมี ดูเหมือนจะพยายามลืมๆกันไป ทำให้การทำผิด กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว"

คู่สนทนา ๒ - " หากพวกเธอเหล่านั้น ไม่ทำผิดมาตั้งแต่ต้น ก็จะไม่เป็นช่องทางให้เกิดการปรับ และการเอื้ออาทรระหว่างกัน ก็คงจะต้องยอมแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพราะอันที่จริงพวกเธอก็ทำในสิ่งที่ผิดอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรล่ะ ที่จะทำให้การทำผิด เป็นสิ่งที่ถูก และยังมีที่ยืนอยู่ได้"

อิสระชน -  " การ ทำงานในเชิงบวกกับหญิงขายบริการในละแวกนี้ คงต้องมีเวทีการพูดคุยร่วมกันอย่างจริงจังเสียที ไม่ใช่ ปล่อยให้เป็นแบบที่เป็นอยู่ ภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะกลายเป็นคนที่ทำมาหากินเลี้ยงชีพกับการ จับปรับไปเสียเปล่า ๆ ...  อยู่ที่ว่าใครจะรับหน้าเสื่อเป็น เจ้าภาพ ในการ พูดคุยอย่างสร้างสรรค์ และไม่มีการวางอำนาจ ทั้งต่อหน้า และ มีการเอาคืนรับหลังในพื้นที่เมื่อเสร็จสิ้นการพูดคุย ??"

คู่สนทนา ๑ - "ถ้ามีเวทีพูดคุยแล้วจะได้ผลจริงหรือ  เมื่อตั้งใจทำงานในเชิงบวก กับสิ่งที่เป็นด้านลบ และฝังรากลึกลงไปแบบนี้ ถ้าจะใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย จะต้องใช้น้ำดีเยอะมากๆ "

คู่สนทนา ๒ - "เวทีพูดคุยก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ แต่อาจจะหยิบประเด็นต่างๆนำมาเผยแพร่ อาจจะไม่ต้องเป็นเวทีสาธารณะ เป็นการพูดคุยกันในสถานที่ส่วนตัว ให้คู่สนทนาได้แสดงความเห็นได้อย่างเต็มที่ แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาเผยแพร่ สะท้อนปัญหาเหล่านั้นออกมา จะได้ไม่ต้องเกิดการเผชิญหน้าหลังจากลงจากเวทีนั้นแล้ว"

นายบอน - " คงเหมือนกับที่อิสรชนได้ทำให้เห็นแล้วใช่ไหม จากการนำเรื่องราวมาบันทึกไว้ในที่นี้ ซึ่งก็มีข้อมูลที่หลากหลายตอน ข้อมูลก็เข้าถึงได้ง่าย สามารถหยิบไปใช้อ้างอิง แลกเปลี่ยนหรือเสวนาได้เรื่อยๆ ต่อยอดความคิดได้ทั้งนั้น วันนี้ อิสรชนก็รับหน้าเสื่อในการถ่ายทอดอย่างสร้างสรรค์ใน gotoknow แล้ว ถ้ามีจังหวะเหมาะ เรา 2 คนก็มาเสวนาจานส้มตำกับบันทึกของพี่อิสรชนเรื่อยๆละกัน น่าจะได้มุมมองอะไรใหม่ๆเพิ่มมากขึ้นนะ  "

และนี่คือ เสวนาจานส้มตำตอนพิเศษ ต่อยอดความคิดกับคนทำงานเพื่อสังคมครับ